Translation:Act Amending the Penal Code, 2502 BE

From Wikisource
Jump to navigation Jump to search
Act Amending the Penal Code, 2502 BE  (1959) 
by Constitution Drafting Assembly of Thailand, translated from Thai by Wikisource

Seal of the Royal Command

พระราชบัญญัติ
แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา
พ.ศ. ๒๕๐๒


ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๒
เป็นปีที่ ๑๔ ในรัชกาลปัจจุบัน

Seal of the Royal Command

Act
Amending the Penal Code,
2502 BE


Bhumibol Adulyadej R

Given on the 15th day of July 2502 BE
Being the 14th year of the present reign

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า Phra Bat Somdet Phra Paramin Maha Bhumibol Adulyadej has issued with his pleasure a great royal command that it be proclaimed as follows:
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา Whereas it is appropriate to amend the Penal Code;
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้ Therefore, he grants with his gracious pleasure, by and with the advice and consent of the Constitution Drafting Assembly in its capacity as the National Assembly, the enactment of the following Act:
มาตราพระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒" Section1.This Act is called the “Act Amending the Penal Code, 2502 BE”.
มาตราพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป Section2.This Act shall come into force as from the day following the date of its publication in the Government Gazette onwards.
มาตราให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๔๗ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section3.The text of section 147 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following text:
"มาตรา ๑๔๗ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริต ยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท" Section147.Anyone who is an officer having the duty to buy, produce, manage, or keep any Thing,[1] [and] dishonestly converts such Thing to himself or to another, or dishonestly allows another to carry such Thing away, incurs a penalty of imprisonment from five years to twenty years, or imprisonment for life, and fine from two thousand baht to forty thousand baht.”
มาตราให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๔๘ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section4.The text of section 148 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following text:
"มาตรา ๑๔๘ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใจ เพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือประหารชีวิต" Section148.Anyone who is an officer [and] wrongfully exercises a power in [virtue of his] position to coerce or induce any person into giving or fetching him or another [an item of] property or any other benefit, incurs a penalty of imprisonment from five years to twenty years, or imprisonment for life, and fine from two thousand baht to forty thousand baht, or [a penalty of] death.”
มาตราให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๔๙ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section5.The text of section 149 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following text:
"มาตรา ๑๔๙ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือประหารชีวิต" Section149.Anyone who is an officer, member of a legislature of the State, member of a provincial council, or member of a municipal council, [and] wrongfully demands, receives, or agrees to receive property or any other benefit for himself or another in order to do or refrain from doing any act in [the execution of his] position, irrespective of whether or not such act is permissible under [his] duty,[2] incurs a penalty of imprisonment from five years to twenty years, or imprisonment for life, and fine from two thousand baht to forty thousand baht, or [a penalty of] death.”
มาตราให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๐ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section6.The text of section 150 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following text:
"มาตรา ๑๕๐ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง โดยเห็นแก่ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดซึ่งตนได้เรียก รับ หรือยอมจะรับไว้ก่อนที่ตนได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท" Section150.Anyone who is an officer [and] does or refrains from doing any act in [the execution of his] position in consideration of the property or any other benefit which he has demanded, received, or agreed to receive prior to his appointment as an officer in such position, incurs a penalty of imprisonment from five years to twenty years, or imprisonment for life, and fine from two thousand baht to forty thousand baht.”
มาตราให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section7.The text of section 151 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following text:
"มาตรา ๑๕๑ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท" Section151.Anyone who is an officer having the duty to buy, produce, manage, or keep any Thing[1] [and, by] dishonestly exercising a power in [virtue of his] position, [causes] injury[3] to the State, a municipality, a sanitary administration,[4] or the owner of such Thing, incurs a penalty of imprisonment from five years to twenty years, or imprisonment for life, and fine from two thousand baht to forty thousand baht.”
มาตราให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๒ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section8.The text of section 152 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following text:
"มาตรา ๑๕๒ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท" Section152.Anyone who is an officer having the duty to manage or take care of any activity [and] concerns [himself] with such activity for the benefit of himself or another,[5] incurs a penalty of imprisonment from one year to ten years and fine from two thousand baht to twenty thousand baht.”
มาตราให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๓ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section9.The text of section 153 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following text:
"มาตรา ๑๕๓ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จ่ายทรัพย์ จ่ายทรัพย์นั้นเกินกว่าที่ควรจ่าย เพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท" Section153.Anyone who is an officer having the duty to give out[6] Things[1] [and,] for the benefit of himself or another, gives out those Things in excess of those which should be given, incurs a penalty of imprisonment from one year to ten years and fine from two thousand baht to twenty thousand baht.”
มาตรา๑๐ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๔ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section10.The text of section 154 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following text:
"มาตรา ๑๕๔ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่หรือแสดงว่าตนมีหน้าที่เรียกเก็บหรือตรวจสอบภาษีอากร ค่าธรรมเนียม หรือเงินอื่นใด โดยทุจริต เรียกเก็บหรือละเว้นไม่เรียกเก็บภาษีอากร ค่าธรรมเนียม หรือเงินนั้น หรือกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด เพื่อให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมนั้นมิต้องเสียหรือเสียน้อยไปกว่าที่จะต้องเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท" Section154.Anyone who is an officer having the duty to or expressing himself as having the duty to collect or audit a tax, duty, fee, or any other money, [and] dishonestly collects or omits to collect such tax, duty, fee, or money, or does or refrains from doing any act in order allow a person who has the duty to pay that tax, duty, or fee to not pay it or to pay it less than required, incurs a penalty of imprisonment from five years to twenty years, or imprisonment for life, and fine from two thousand baht to forty thousand baht.”
มาตรา๑๑ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๕ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section11.The text of section 155 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following text:
"มาตรา ๑๕๕ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่กำหนดราคาทรัพย์สินหรือสินค้าใด ๆ เพื่อเรียกเก็บภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมตามกฎหมาย โดยทุจริต กำหนดราคาทรัพย์สินหรือสินค้านั้น เพื่อให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมนั้นมิต้องเสียหรือเสียน้อยไปกว่าที่จะต้องเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท" Section155.Anyone who is an officer having the duty to designate the price of any property or merchandise for [the purpose of] collecting a tax, duty, or fee according to the law, [and] designates the price of such property or merchandise dishonestly in order to allow a person who has the duty to pay that tax, duty, or fee to not pay it or to pay it less than required, incurs a penalty of imprisonment from five years to twenty years or imprisonment for life and fine from two thousand baht to forty thousand baht.”
มาตรา๑๒ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๖ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section12.The text of section 156 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following text:
"มาตรา ๑๕๖ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ตรวจสอบบัญชีตามกฎหมาย โดยทุจริต แนะนำ หรือกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด เพื่อให้มีการละเว้นการลงรายการในบัญชี ลงรายการเท็จในบัญชี แก้ไขบัญชี หรือซ่อนเร้นหรือทำหลักฐานในการลงบัญชี อันจะเป็นผลให้การเสียภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมนั้นมิต้องเสียหรือเสียน้อยกว่าที่จะต้องเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท" Section156.Anyone who is an officer having the duty to audit an account according to the law [and] dishonesty gives advice or does or refrains from doing any act in order to allow the omission of an entry from the account, the making of a false entry in the account, the modification of the account, or the concealment or production of evidence in [relation to] the making of an entry in the account which would result in a tax, duty, or fee not being paid or being paid less than required, incurs a penalty of imprisonment from five years to twenty years, or imprisonment for life, and fine from two thousand baht to forty thousand baht.”
มาตรา๑๓ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๗ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section13.The text of section 157 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following text:
"มาตรา ๑๕๗ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" Section157.Anyone who is an officer [and] wrongfully performs or omits to perform a duty in order to cause injury to any particular person or dishonestly performs or omits to perform a duty, incurs a penalty of imprisonment from one year to ten years, or fine from two thousand baht to twenty thousand baht, or both such imprisonment and fine.”
มาตรา๑๔ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๐๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section14.The text of section 201 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following text:
"มาตรา ๒๐๑ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือประหารชีวิต" Section201.Anyone who is an officer in a position of judge,[7] public prosecutor, case conductor,[8] or inquiry official, [and] wrongfully demands, receives, or agrees to receive property or any other benefit for himself or another in order to do or refrain from doing any act in [the execution of his] position, irrespective of whether or not such act is permissible under [his] duty,[2] incurs a penalty of imprisonment from five years to twenty years, or imprisonment for life, and fine from two thousand baht to forty thousand baht, or [a penalty of] death.”
มาตรา๑๕ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๐๒ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section15.The text of section 202 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following text:
"มาตรา ๒๐๒ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด ๆ ในตำแหน่ง โดยเห็นแก่ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ซึ่งตนได้เรียก รับ หรือยอมจะรับไว้ก่อนที่ตนได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือประหารชีวิต" Section202.Anyone who is an officer in a position of judge,[7] public prosecutor, case conductor,[8] or inquiry official, [and] does or refrains from doing any act in [the execution of his] position in consideration of the property or any other benefit which he has demanded, received, or agreed to receive prior to his appointment to such position, incurs a penalty of imprisonment from five years to twenty years, or imprisonment for life, and fine from two thousand baht to forty thousand baht, or [a penalty of] death.”
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ส. ธนะรัชต์
นายกรัฐมนตรี
Countersignatory:
Field Marshal S. Thanarat[9]
Prime Minister

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการและความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมย่อมส่งผลเสียหายร้ายแรงแก่รัฐและประชาชน โทษสำหรับการกระทำความผิดเหล่านี้ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายปัจจุบันยังมีอัตราต่ำกว่าควร สมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้สูงขึ้นและกำหนดโทษขั้นต่ำไว้ด้วย ทั้งนี้ เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดดังกล่าวนี้ให้ได้ผลดียิ่งขึ้นต่อไป Note: The grounds for promulgation of this Act are as follows: Since the commission of the offences against governmental functions and the offences against judicial functions does bring severely bad impact to the State and its people [but] the rates of the penalties for these offences as provided in the law at present are inordinately low, it is appropriate to amend them to make them higher, and [it is] also [appropriate] to designate the minimum rates of penalty for [these offences] in order that the prevention and suppression of the said offences would further yield better results.

Notes[edit]

  1. 1.0 1.1 1.2 See also the note about the term sap (Thai: ทรัพย์), here translated as “Thing”, in Translation:Penal Code of Thailand/Division 3.
  2. 2.0 2.1 Literally, “whether such act is right or not right [in accordance] with [his] duty”.
  3. Originally, “[and] exercises a power in [virtue of his] position dishonestly, which is injury”.
  4. According to Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2013), sukkhaphiban (Thai: สุขาภิบาล; literally, “sanitary administration”) is a now defunct type of local government designed for a locality not yet ready to become a municipality.
  5. Literally, “[and] comes to have a gain-and-loss part, for the benefit for himself or another, in relation to such activity”.
  6. According to Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2013), chai (Thai: จ่าย) means “to bring out for use or giving” and can also mean “to buy”.
  7. 7.0 7.1 The word tulakan (Thai: ตุลาการ; literally, “balancer” or “weigher”) is used in the Thai text and is here translated as “judge”. Strictly speaking, at the time of this document, tulakan only referred to judges of military court whilst judges of civilian courts were referred to as phuphiphaksa (Thai: ผู้พิพากษา; literally, “adjudicator”). But the term tulakan here might have been intended to refer to any judicial officer. Yut Saeng-u-thai (Thai: หยุด แสงอุทัย), member of the Penal Code Drafting Committee, said the term tulakan in the Penal Code “refers to phuphiphaksa and officers legally authorised to serve as phuphiphaksa, such as phuphiphaksa somthop [associate judges]…” (Saeng-u-thai, 2003, p. 75).
  8. 8.0 8.1 A now defunct position of public servant authorised to institute criminal matters before municipal courts.
  9. Sarit Thanarat (1908–1963 CE).

Bibliography[edit]

Original
References
  • Saeng-u-thai, Y. (2003). Kotmai Aya Phak Song Thueng Sam [Penal Law, Divisions 2–3]. (10th ed.). Bangkok: Samnakphim Mahawitthayalai Thammasat [Thammasat University Press]. ISBN 974-571-778-9. (In Thai).
  • Samnak-ngan Ratchabandittayasapha [Office of the Royal Society]. (2013). Photchananukrom Chabap Ratchabandittayasathan Phoso Song Phan Ha Roi Hasip Si [Royal Institute Dictionary, 2554 BE]. https://dictionary.orst.go.th/ (In Thai).

Copyright.svgPD-icon.svg This work is a translation and has a separate copyright status to the applicable copyright protections of the original content.

Original:
This work is in the public domain worldwide because it originated in Thailand and is a work under section 7(2) of Thailand's Copyright Act, 2537 BE (1994) (WIPO translation), which provides:

7. The following shall not be deemed copyright works under this Act:

  1. news of the day and facts having the character of mere information, not being works in the literary, scientific or artistic fields;
  2. the constitution and legislation;'
  3. regulations, bylaws, notifications, orders, explanations and official correspondence of the Ministries, Departments or any other government or local units;
  4. judicial decisions, orders, decisions and official reports;
  5. translations and collections of the materials referred to in items (1) to (4), made by the Ministries, Departments or any other government or local units.
Translation:

I, the copyright holder of this work, hereby release it into the public domain. This applies worldwide.

In case this is not legally possible:

I grant anyone the right to use this work for any purpose, without any conditions, unless such conditions are required by law.