75%

Translation:Administrative Charter of the Kingdom 1972

From Wikisource
Jump to: navigation, search
Administrative Charter of the Kingdom 1972
Thai: ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช ๒๕๑๕

by Office of the Council of State of Thailand, translated from Thai by Wikisource
The charter was a constitution of Thailand promulgated after the Revolutionary Council, a military junta led by the then prime minister Field Marshal Thanom Kittikachorn, staged a self-coup on 17 November 1971.

Table of contents[edit]

Statute[edit]

Introductory text[edit]

sect »

ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร
พุทธศักราช ๒๕๑๕[intro.i]


ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕
เป็นปีที่ ๒๗ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า

โดยที่คณะปฏิวัติ ซึ่งมี จอมพล ถนอม กิตติขจร เป็นหัวหน้า ได้กระทำการยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินเป็นผลสำเร็จเมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๔ และหัวหน้าคณะปฏิวัติได้นำความกราบบังคมทูลว่า การที่คณะปฏิวัติได้ประกาศให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๑๑ เสียนั้น ก็โดยปรารถนาจะแก้ไขสถานการณ์ซึ่งเป็นภยันตรายต่อประเทศชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชน ให้สงบเรียบร้อยเป็นปกติสุขโดยรวดเร็ว และกำหนดกลไกการปกครองที่เหมาะสมแก่สภาพของประเทศ พื้นฐานทางเศรษฐกิจ และจิตใจของประชาชน แต่การแก้ไขสถานการณ์ให้สงบเรียบร้อยเป็นปกติสุข รวมทั้งการกำหนดกลไกการปกครองที่เหมาะสม จะต้องใช้เวลาตามความจำเป็นแก่เหตุการณ์ และในระหว่างดำเนินการดังกล่าว สมควรให้มีธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรที่เหมาะสมกับสถานการณ์และการป้องกันประเทศใช้ไปพลางก่อน เพื่อให้การเป็นไปตามที่หัวหน้าคณะปฏิวัตินำความกราบบังคมทูล จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ใช้บทบัญญัติต่อไปนี้เป็นธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร จนกว่าจะได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ลงมติให้นำขึ้นทูนเกล้าทูนกระหม่อมถวาย

Administrative Charter of the Kingdom
1972[intro.a]


Given this 15th Day of December, 1972,
Being the 27th Year of the Present Reign.

The Sacred Feet of His Majesty the Grand Bhumibol Adulyadej, the Great Sacred Indra, the Overlord Rāma, the High Liege of the Land, the Chakri's Sire of Man, the Siamese Sovereign Ruler, the Great Saintly Saviour, showing mercy upon all crowns and heads, made a great sacred royal command that the following proclamation be issued:

Whereas the Revolutionary Council, which is led by Field Marshal Thanom Kittikachorn, has successfully conducted the seizure of the national government power on 17 November 1971 and the Leader of the Revolutionary Council has humbly referred the following matters to His Majesty: The Revolutionary Council announced the repeal of the Constitution of the Kingdom of Thailand 1968 because it desired to solve the situations hostile to the Nation, the monarchy, and the people, so that peace and order as well as normalcy and happiness would be restored instantly, and to determine an administrative mechanism appropriate for the nature of the Country, economic fundamentals, and the spirit of the people. However, the solving of the situations with a view to restoring peace and order as well as normalcy and happiness, and the determination of an appropriate administrative mechanism, will take time as may be required for each event, and, during the carrying out of the described enterprise, an administrative charter of the Kingdom befitting the situations and the defence of the Country should be enacted for temporary application. Now, so as to let everything happen in accordance with the referral made to him by the Leader of the Revolutionary Council, His Majesty, with his mercy upon all crowns and heads, does hereby issue a great sacred royal command that the following provisions form an administrative charter of the Kingdom, until a constitution to be presented to him upon resolution of a national legislative assembly is promulgated.

Original notes
  1. ^  ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๙/ตอนที่ ๑๙๒/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑๕ ธันวาคม ๒๕๑๕
  1. ^  [Published in] Government Gazette: Volume 89/Part 192 A/Special Issue/Page 1/15 December 1972. [Coming into force: 15 December 1972.]

1[edit]

sect »

มาตรา ๑

ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้

พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขและดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย

Section 1

  1. Thailand is a kingdom which is one and whole, unable to be divided.
  2. The Monarch is Head of State and holds the position of Commander-in-Chief of the Thai Armed Forces.

2[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒

อำนาจอธิปไตยมาจากปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้เป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นแต่โดยบทบัญญัติแห่งธรรมนูญการปกครองนี้

Section 2

Sovereign power derives from all the Thai people. The Monarch, who is Head of State, exercises such power only by virtue of the provisions of this Administrative Charter.

3[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๓

พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทรงใช้อำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และทรงใช้อำนาจตุลาการทางศาล

Section 3

The Monarch exercises the legislative power through the National Legislative Assembly, exercises the executive power through the Council of Ministers, and exercises the judicial power through the courts.

4[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๔

พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ และจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องในทางใด ๆ มิได้

Section 4

The Monarch dwells in the status of revered worship which no one shall violate, and neither accusation nor proceedings shall be instituted against him in any manner.

5[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๕

ให้มีคณะองคมนตรีคณะหนึ่ง มีจำนวนไม่เกินเก้าคน การแต่งตั้งและการพ้นจากตำแหน่งองคมนตรี ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย

Section 5

There shall be a Privy Council consisting of not more than nine members. The appointment and removal of Privy Councillors shall be at the royal pleasure.

6[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๖

ให้มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประกอบด้วย สมาชิกจำนวนสองร้อยเก้าสิบเก้าคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด และมีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์

สมาชิกภาพของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติมีวาระคราวละสามปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง

พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะแต่งตั้งผู้ซึ่งออกตามวาระเป็นสมาชิกอีกได้

ถ้าตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติว่างลงเพราะเหตุอื่นใดนอกจากถึงคราวออกตามวาระ พระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งบุคคลผู้มีคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งเข้ามาเป็นสมาชิกแทนก็ได้ ในกรณีที่ได้ทรงแต่งตั้ง สมาชิกซึ่งเข้ามาแทนนั้นย่อมอยู่ในตำแหน่งได้เพียงครบตามวาระของผู้ซึ่งตนแทน

Section 6

  1. There shall be a National Legislative Assembly consisting of two hundred and ninety-nine members whom the Monarch appoints from amongst the persons of Thai nationality by birth and of the age not lower than thirty-five full years.
  2. The membership of a member of the National Legislative Assembly lasts for a term of three years reckoned from the date he is appointed by the Monarch.
  3. The Monarch possesses the royal prerogative to appoint a member who has vacated office upon term expiry as member again.
  4. If a position of member of the National Legislative Assembly falls vacant for any other reason than the expiry of a term, the Monarch may appoint a person qualified under paragraph 1 as a substitute member. In case he has made an appointment, the substitute member can only hold the position until the term of his predecessor expires.

7[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๗

พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติตามมติของสภาให้เป็นประธานสภาคนหนึ่ง เป็นรองประธานสภาคนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้

Section 7

The Monarch appoints one member of the National Legislative Assembly as President of the Assembly and one or several members as Vice Presidents of the Assembly in accordance with the resolution of the Assembly.

8[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๘

ภายใต้บังคับมาตรา ๑๐ การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่ต่ำกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

ภายใต้บังคับมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีอำนาจตราข้อบังคับเกี่ยวกับการเลือกและการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภา รองประธานสภา และกรรมาธิการ วิธีการประชุม การเสนอและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ การเสนอญัตติ การอภิปราย การลงมติ การตั้งกระทู้ถาม การรักษาระเบียบและความเรียบร้อย และกิจการอื่นเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

Section 8

  1. Subject to section 10, at a meeting of the National Legislative Assembly, there must be not less than one third of the total number of the members present so as to constitute a quorum.
  2. Subject to section 10 and section 11, the National Legislative Assembly has the power to enact rules governing the selection and performance of duties of the President of the Assembly, the Vice Presidents of the Assembly, and committees, the meeting procedure, the introduction and consideration of bills, the consideration of draft constitutions, the introduction of motions, the holding of discussions, the adoption of resolutions, the conduct of interpellation, the maintenance of law and order, and other affairs for the execution of its authority.

9[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๙

พระมหากษัตริย์ทรงตราพระราชบัญญัติโดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ร่างพระราชบัญญัติจะเสนอได้ก็แต่โดยสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือคณะรัฐมนตรี แต่ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ซึ่งหมายความถึง ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อความต่อไปนี้ทั้งหมดหรือแต่อย่างใดอย่างหนึ่ง กล่าวคือ การตั้งขึ้น หรือยกเลิก หรือลด หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผ่อน หรือวางระเบียบการบังคับอันเกี่ยวกับภาษีหรืออากร การจัดสรร หรือรับ หรือรักษา หรือจ่าย หรือก่อภาระผูกพันเงินแผ่นดิน หรือการลดรายได้แผ่นดิน หรือการกู้เงิน หรือการค้ำประกัน หรือการใช้เงินกู้ หรือร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยเงินตรา จะเสนอได้ก็แต่โดยคณะรัฐมนตรี

ในกรณีเป็นที่สงสัยว่า ร่างพระราชบัญญัติซึ่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นผู้เสนอจะเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ ให้เป็นอำนาจของประธานสภาที่จะวินิจฉัย

Section 9

  1. The Monarch enacts acts by and with the advice and consent of the National Legislative Assembly.
  2. Bills may only be introduced by members of the National Legislative Assembly or Council of Ministers. However, money bills, which refer to bills dealing with all or any of the following matters, that is, the imposition, or repeal, or remission, or alteration, or relaxation, or regulation of taxes or duties, the appropriation, or receipt, or custody, or expenditure, or creation of burdens binding public money, or the reduction of public income, or the raising, or guarantee, or repayment of loans, or bills governing currency, may only be introduced by the Council of Ministers.
  3. In case of doubt as to whether a bill introduced by a member of the National Legislative Assembly is a money bill, it shall be the power of the President of the Assembly to make a decision.

10[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๐

คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญต้องกระทำเป็นสามวาระ สำหรับการพิจารณาในวาระที่หนึ่งและวาระที่สอง ให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สำหรับวาระที่สาม ให้กระทำได้เมื่อการพิจารณาวาระที่สองได้ล่วงพ้นไปแล้วสิบห้าวัน

การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สาม ให้ใช้วิธีเรียกชื่อ และต้องมีเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญไม่ต่ำกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด

การประชุมตามความในวรรคสาม ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ลงมติให้ความเห็นชอบในวาระที่สามแล้ว ให้ประธานสภานำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูนเกล้าทูนกระหม่อมถวายพระมหากษัตริย์เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญ

การประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ให้ประธานสภาลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

Section 10

  1. The Council of Ministers introduces a draft constitution to the National Legislative Assembly.
  2. The consideration of the draft constitution must be done through three readings. As for the consideration on the first reading and the second reading, the rules of procedure of the National Legislative Assembly shall govern. As for the third reading, it can be held once fifteen days have lapsed after the consideration on the second reading.
  3. The vote during the third reading shall be conducted by means of roll call and there must be votes of approval for the promulgation of the constitution from not less than two thirds of the total number of the members.
  4. At meetings held in accordance with the provision of paragraph 3, there must be not less than three fourths of the total number of the members present so as to constitute a quorum.
  5. Once the National Legislative Assembly has adopted a resolution of approval on the third reading, the President of the Assembly shall present the draft constitution to the Monarch so that the latter would affix his royal signature to it, promulgating it as constitution.
  6. The President of the Assembly shall countersign the promulgation of the constitution.

11[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๑

ในกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติลงมติไม่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญในวาระที่หนึ่งหรือวาระที่สาม ให้คณะรัฐมนตรีเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติลงมติไม่ให้ความเห็นชอบ

ให้นำความในมาตรา ๑๐ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาและการประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญซึ่งคณะรัฐมนตรีเสนอตามวรรคหนึ่ง

Section 11

  1. In case the National Legislative Assembly adopts a resolution to disapprove the draft constitution on the first reading or third reading, the Council of Ministers shall introduce a new draft constitution within ninety days reckoned from the date the National Legislative Assembly adopts the resolution of disapproval.
  2. The provision of section 10 shall apply to the consideration and promulgation of the draft constitution introduced by the Council of Ministers in accordance with paragraph 1.

12[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๒

ในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกทุกคนมีสิทธิตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีในเรื่องใดอันเกี่ยวกับงานในหน้าที่ได้ แต่รัฐมนตรีย่อมมีสิทธิที่จะไม่ตอบเมื่อเห็นว่า เรื่องนั้นยังไม่ควรเปิดเผย เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน หรือเมื่อเห็นว่า เป็นกระทู้ที่ต้องห้ามตามข้อบังคับ ในการตั้งกระทู้ถามในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกจะอภิปรายประกอบกระทู้ถามและซักถามเพิ่มเติมมิได้

Section 12

At meetings of the National Legislative Assembly, every member has the right to interpellate a minister in whatever matter concerning a work under his responsibility. But the minister does have the right to give no reply when he finds that such matter ought not to be disclosed yet for it deals with the safety or significant interest of the Realm or when he finds that the question is forbidden under the rules.[12.1] In conducting interpellation amongst the National Legislative Assembly, no member shall conduct a debate supplementary to the interpellation or an additional examination.

Wikisource notes
  1. ^  Perhaps the rules of procedure of the Assembly.

13[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๓

ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผู้ใดจะกล่าวถ้อยคำใด ๆ ในทางแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็น หรือออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิโดยเด็ดขาด จะนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวผู้นั้นในทางใดมิได้

เอกสิทธิที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง ให้คุ้มครองถึงกรรมาธิการของสภา ผู้พิมพ์และผู้โฆษณารายงานการประชุมโดยคำสั่งของสภาด้วย

ในกรณีที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติถูกควบคุมหรือขัง หรือถูกฟ้องในคดีอาญา ให้สั่งปล่อยหรืองดการพิจารณาในเมื่อประธานสภาร้องขอ

Section 13

  1. At a meeting of the National Legislative Assembly, should anyone wish to utter any statement in such a way as to declare a fact, express a view, or cast a vote, it shall be his absolute privilege to do so and shall not be taken as grounds for bringing proceedings or criticism[13.1] against him in any manner.
  2. The privilege described in paragraph 1 shall extend its protection to the committees of the Assembly as well as the persons who print and publish minutes at the behest of the National Legislative Assembly also.
  3. In case a member of the National Legislative Assembly is held in custody or confinement or is charged with a criminal case, a release or a stay of trial shall be ordered whenever the President of the Assembly makes a request.
Wikisource notes
  1. ^  'ว่ากล่าว' means 'to admonish', 'to censure', 'to criticise', 'to rebuke', or 'to reprove'. It can also mean 'to mention' or 'to administer or deal with, especially in a verbal manner'.

14[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๔

พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง และรัฐมนตรีตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนำและมีจำนวนตามสมควร ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน

พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนำได้

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติในขณะเดียวกันมิได้

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมีสิทธิเข้าร่วมประชุมชี้แจงแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

นายกรัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการและควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน

รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด และตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

การสิ้นสุดซึ่งสมาชิกภาพของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติตามมาตรา ๖ ไม่กระทบกระทั่งการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีและการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี

Section 14

  1. The Monarch appoints one Prime Minister and appoints ministers in accordance with the advice presented by the Prime Minister and in an appropriate number to constitute a Council of Ministers bearing the duty to administer official affairs of the Realm.
  2. The Monarch possesses the royal prerogative to remove ministers from their positions in accordance with the advice presented by the Prime Minister.
  3. The Prime Minister and ministers shall not concurrently be members of the National Legislative Assembly.
  4. The Prime Minister and ministers have the right to attend meetings of the Assembly and give explanations or express views thereat, but they have no right to vote.
  5. The Prime Minister has the authority to conduct and control the administration of official affairs of the Realm.
  6. Ministers have the authority as prescribed by law and as delegated by the Council of Ministers or the Prime Minister.
  7. The termination of the membership of a member of the National Legislative Assembly in accordance with section 6 does not affect the administration of official affairs of the Realm by the Council of Ministers and the tenure of the Prime Minister and ministers.

15[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๕

เมื่อมีความจำเป็นรีบด่วนในอันจะรักษาความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ หรือเมื่อมีความจำเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยการภาษีอากรหรือเงินตรา พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติ

เมื่อได้ประกาศใช้พระราชกำหนดแล้ว ให้คณะรัฐมนตรีเสนอพระราชกำหนดต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติโดยไม่ชักช้า ถ้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติอนุมัติแล้ว ให้พระราชกำหนดมีผลเป็นพระราชบัญญัติต่อไป ถ้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่อนุมัติ ให้พระราชกำหนดนั้นตกไป แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระทั่งกิจการที่ได้เป็นไปในระหว่างที่ใช้พระราชกำหนดนั้น

การอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกำหนด ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีไม่อนุมัติ ให้มีผลตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

Section 15

  1. Where there is an exigent need to maintain the security of the Kingdom or avert a public disaster, or where there is a need to have a law on taxation or currency, the Monarch possesses the royal prerogative to enact an emergency decree to be applied as an act.
  2. Once an emergency decree has been promulgated, the Council of Ministers shall introduce such emergency decree to the National Legislative Assembly without delay. If approved by the National Legislative Assembly, the emergency decree shall continue to take effect as an act. If disapproved by the National Legislative Assembly, the emergency decree shall lapse; prescribe, however, that this does not affect the affairs having happened during the application of that emergency decree.
  3. The approval or disapproval of an emergency decree shall be published in the Government Gazette. In case of disapproval, it shall take effect as from the date it is published in the Government Gazette.

16[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๖

พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกาโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย

Section 16

The Monarch possesses the royal prerogative to enact royal decrees which are not contrary to law.

17[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๗

ในระหว่างที่ใช้ธรรมนูญการปกครองนี้ ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีเห็นสมควรเพื่อประโยชน์ในการป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของราชอาณาจักร ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน หรือการกระทำอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือการกระทำอันเป็นการทำลายทรัพยากรของประเทศ หรือเป็นการบั่นทอนสุขภาพอนามัยของประชาชน ทั้งนี้ ไม่ว่าการกระทำจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังวันประกาศธรรมนูญการปกครองนี้ และไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร ให้นายกรัฐมนตรี โดยมติของคณะรัฐมนตรี มีอำนาจสั่งการหรือกระทำการใด ๆ ได้ และให้ถือว่า คำสั่งหรือการกระทำเช่นว่านั้น รวมถึงการปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว เป็นคำสั่ง หรือการกระทำ หรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อนายกรัฐมนตรีได้สั่งการหรือกระทำการใดไปตามความในวรรคหนึ่งแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีแจ้งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติทราบ

Section 17

  1. During the application of this Administrative Charter, in case the Prime Minister finds appropriate for the purpose of prevention, abatement, or suppression of an act which subverts the security of the Kingdom, royal throne, national economy, or official affairs of the Realm, or an act which disturbs or threatens peace and order or good morals of the people, or an act which destroys national resources or deteriorates health or hygiene of the people, regardless of whether it occurs before or after the date this Administrative Charter is promulgated and whether it occurs inside or outside the Kingdom, the Prime Minister shall have the power to, upon approval of the Council of Ministers, order or perform whatever act, and it shall be deemed that such order or performance, including the observance of the said order, is an order, or act, or observance which is lawful.
  2. When the Prime Minister has ordered or performed any act in accordance with the provision of paragraph 1, the Prime Minister shall notify the National Legislative Assembly for acknowledgement.

18[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๘

บรรดาบทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการใด ๆ อันเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ต้องมีนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ให้ประธานสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

Section 18

  1. All legal provisions, royal rescripts, and royal commands of any kind which deal with official affairs of the Realm must be affixed with the countersignature of the Prime Minister or a minister.
  2. The President of the Assembly shall countersign the appointment of the Prime Minister.

19[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๙

ผู้พิพากษามีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีให้เป็นไปตามกฎหมาย

Section 19

Judges enjoy independence in trying and adjudicating legal cases in keeping with law.

20[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๐

ก่อนตั้งคณะรัฐมนตรี หัวหน้าคณะปฏิวัติปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี

Section 20

Prior to the formation of the Council of Ministers, the Leader of the Revolutionary Council performs the duties of the Council of Ministers and the Prime Minister.

21[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๑

บรรดาประกาศของคณะปฏิวัติ หรือคำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิวัติ ที่ได้ประกาศหรือสั่งในระหว่างการปฏิวัติวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๔ จนถึงวันประกาศธรรมนูญการปกครองนี้ ไม่ว่าจะเป็นในรูปใด และไม่ว่าจะประกาศหรือสั่งให้มีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ ให้ถือว่า ประกาศหรือคำสั่ง ตลอดจนการปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งนั้น เป็นประกาศ หรือคำสั่ง หรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมาย

Section 21

As for all the announcements of the Revolutionary Council or orders of the Leader of the Revolutionary Council which have been issued or given in the course of the revolution on 17 November 1971 until the date this Administrative Charter is promulgated, regardless of whatever form they take and whether they have been issued or given to take legislative, executive, or judicial effect, it shall be deemed that the announcements or orders, as well as the observance of those announcements or orders, are lawful announcements, orders, or observance.

22[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๒

ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งธรรมนูญการปกครองนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตย

ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวแก่การวินิจฉัยกรณีใดตามความในวรรคหนึ่งเกิดขึ้นในวงงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือเกิดขึ้นโดยคณะรัฐมนตรีขอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติวินิจฉัย ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติวินิจฉัยชี้ขาด

Section 22

  1. Where no provision of this Administrative Charter is applicable to any case, such case shall be decided in line with the convention of the government of Thailand under the democratic regime.
  2. In the event that there is a problem concerning the making of a decision for any case under the provision of paragraph 1 coming to pass within the scope of functions of the National Legislative Assembly or coming to pass due to an application of the Council of Ministers for a decision of the National Legislative Assembly, the National Legislative Assembly shall then render a decisive ruling.

23[edit]

« sect

มาตรา ๒๓

ในกรณีมีปัญหาว่า การกระทำหรือการปฏิบัติใดขัด หรือแย้ง หรือไม่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งธรรมนูญการปกครองนี้ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

Section 23

In case there is a problem as to whether any act or performance is contrary to, or inconsistent with, or repugnant to the provisions of this Administrative Charter, the National Legislative Assembly shall give a decisive ruling.

Countersignature[edit]

« sect
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ถนอม กิตติขจร
หัวหน้าคณะปฏิวัติ
Countersignature:
Field Marshal Thanom Kittikachorn,
Leader of the Revolutionary Council.

Licences[edit]