75%

Translation:Administrative Charter of the Kingdom 1991

From Wikisource
Jump to: navigation, search
Administrative Charter of the Kingdom 1991
Thai: ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช ๒๕๓๔

by Office of the Council of State of Thailand, translated from Thai by Wikisource
The charter was a constitution of Thailand promulgated after the National Peace Keeping Council, a military junta led by General Sunthorn Kongsompong, staged a coup d'état against the elected government of General Chatichai Choonhavan on 23 February 1991.

Table of contents[edit]

Statute[edit]

Introductory text[edit]

sect »

ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร
พุทธศักราช ๒๕๓๔[intro.i]


ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๓๔
เป็นปีที่ ๔๖ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า

โดยที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ซึ่งได้กระทำการยึดและควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดินเป็นผลสำเร็จเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้นำความกราบบังคมทูลว่า การที่คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติได้ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๒๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติมเสียนั้น ก็โดยปรารถนาให้มีรัฐธรรมนูญที่เหมาะสม เพื่อให้การปกครองประเทศเป็นไปโดยราบรื่น ประกอบกับมีความมุ่งหมายที่จะขจัดภยันตรายที่มีต่อประเทศชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ให้หมดสิ้น และบังเกิดความสงบเรียบร้อยโดยรวดเร็ว รวมตลอดทั้งกำหนดกลไกการปกครองที่จะเอื้ออำนวยให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมแก่สภาพของประเทศ พื้นฐานทางเศรษฐกิจ และสังคมของชนในชาติ แต่การดำเนินการดังกล่าวจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่งตามความจำเป็น จึงสมควรให้มีธรรมนูญการปกครองประเทศเพื่อใช้ไปพลางก่อนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ และเพื่อให้การเป็นไปตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติได้นำความกราบบังคมทูล จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ใช้บทบัญญัติต่อไปนี้เป็นธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร จนกว่าจะได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญซึ่งจะได้จัดร่างขึ้นตามบทบัญญัติแห่งธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรนี้

Administrative Charter of the Kingdom
1991[intro.a]


Given this 1st Day of March, 1991,
Being the 46th Year of the Present Reign.

The Sacred Feet of His Majesty the Grand Bhumibol Adulyadej, the Great Sacred Indra, the Overlord Rāma, the High Liege of the Land, the Chakri's Sire of Man, the Siamese Sovereign Ruler, the Great Saintly Saviour, showing mercy upon all crowns and heads, made a great sacred royal command that the following proclamation be issued:

Whereas the Leader of the National Peace Keeping Council, which conducted the successful seizure and taking control of the national government power on 23 February 1991, humbly referred the following matters to His Majesty: The National Peace Keeping Council announced the repeal of the Constitution of the Kingdom of Thailand 1978 and its amendments because the Council entertained the desire to bring into existence a proper constitution so that the administration of the Country would go on in a smooth manner, in addition to the aim to completely quell the peril to the Nation and monarchy and bring about peace and order with dispatch, as well as to determine an administrative mechanism which would allow the government of the Country to be carried out in an efficacious manner suitable with the nature of the Country, the economic fundamentals, and the society of the people in the Nation. However, the carrying out of the described enterprise will take a certain amount of time as may be necessary. Accordingly, an Administrative Charter of the Kingdom suitable with the situations prevailing at the present moment should be enacted for temporary application. And now, so as to let everything happen in accordance with the referral humbly made to him by the Leader of the National Peace Keeping Council, His Majesty, with his mercy upon all crowns and heads, does hereby issue a great sacred royal command that the following provisions form an Administrative Charter of the Kingdom, until a constitution to be drawn up in line with the provisions of this Administrative Charter is promulgated.

Original notes
  1. ^  ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๘/ตอนที่ ๔๐/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/ ๑ มีนาคม ๒๕๓๔
  1. ^  [Published in] Government Gazette: Volume 108/Part 40 A/Special Issue/Page 1/1 March 1991. [Coming into force: 1 March 1991.]

1[edit]

sect »

มาตรา ๑

ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้

พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขและทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย

Section 1

  1. Thailand is one and whole kingdom, incapable of division.
  2. The Monarch is Head of State and holds the position of Commander-in-Chief of the Thai Armed Forces.

2[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒

อำนาจอธิปไตยมาจากปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้เป็นพระประมุขทรงใช้อำนาจนั้นแต่โดยบทบัญญัติแห่งธรรมนูญการปกครองนี้

Section 2

Sovereign power derives from all the Thai people. The Monarch, who is Head of State, exercises such power only by virtue of the provisions of this Administrative Charter.

3[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๓

พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทรงใช้อำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และทรงใช้อำนาจตุลาการทางศาล

Section 3

The Monarch exercises the legislative power through the National Legislative Assembly, exercises the executive power through the Council of Ministers, and exercises the judicial power through the courts.

4[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๔

องค์พระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ และจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องในทางใด ๆ มิได้

Section 4

The Monarch dwells in the position of revered worship and shall be violated by no one, and neither accusation nor proceedings may be instituted against him in any manner.

5[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๕

พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคนหนึ่ง และองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบสี่คน ประกอบเป็นคณะองคมนตรี

คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา

การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรี และการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ย่อมเป็นไปตามพระราชอัธยาศัย

Section 5

  1. The Monarch selects and appoints one qualified person as President of the Privy Council and not more than fourteen others as Privy Councillors to constitute a Privy Council.
  2. The Privy Council bears the duty to present the Monarch with opinions concerning all the royal obligatory works in respect of which the Monarch seeks advice.
  3. The selection and appointment of Privy Councillors and the removal of Privy Councillors from their positions are at the royal pleasure.

6[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๖

ให้มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติมีหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ

ในการจัดทำรัฐธรรมนูญ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติคำนึงถึงการเลือกตั้งทั่วไปซึ่งจะมีขึ้นภายในพุทธศักราช ๒๕๓๔

Section 6

  1. There shall be a National Legislative Assembly bearing the duty to prepare a constitution and to consider bills.
  2. In preparing a constitution, the National Legislative Assembly shall take into account a general election which would be held within the year 1991.

7[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๗

สภานิติบัญญัติแห่งชาติประกอบด้วยสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าสองร้อยคนแต่ไม่เกินสามร้อยคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด ตามที่ประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาตินำความกราบบังคมทูล

ถ้าตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติว่างลง พระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งบุคคลผู้มีคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งเป็นสมาชิกแทนก็ได้

ประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

Section 7

  1. The National Legislative Assembly consists of members numbering not less than two hundred but not more than three hundred, whom the Monarch appoints from amongst the persons of Thai nationality by birth in accordance with the submission made to him by the President of the National Peace Keeping Assembly.
  2. If a position of member of the National Legislative Assembly falls vacant, the Monarch may appoint a person of the qualification under paragraph 1 as a substitute member.
  3. The President of the National Peace Keeping Assembly countersigns the appointment of members of the National Legislative Assembly.

8[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๘

ในกรณีที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติผู้ใดกระทำการอันเป็นการเสื่อมเสียแก่เกียรติศักดิ์ของการเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือมีพฤติการณ์อันเป็นการขัดขวางต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติจำนวนไม่น้อยกว่ายี่สิบคนมีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อให้ผู้นั้นพ้นจากสมาชิกภาพ

มติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้สมาชิกพ้นจากสมาชิกภาพตามวรรคหนึ่ง ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ในวันลงคะแนน

Section 8

  1. In case any member of the National Legislative Assembly commits an act which injures the honor of being a member of the National Legislative Assembly or behaves in such a way that obstructs the performance of duties of a member of the National Legislative Assembly, members of the National Legislative Assembly numbering not less than twenty-five have the right to subscribe and submit to the President of the National Legislative Assembly a request for removal of the member in question from his membership.
  2. The resolution of the National Legislative Assembly to remove a member from his membership in accordance with paragraph 1 must obtain votes from not less than two thirds of the total number of the members existing on the voting day.

9[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๙

พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติตามมติของสภาให้เป็นประธานสภาคนหนึ่ง และเป็นรองประธานสภาคนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้

ประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

Section 9

  1. The Monarch appoints one member of the National Legislative Assembly as President of the Assembly and one or several members as Vice Presidents of the Assembly in accordance with the resolution of the Assembly.
  2. The President of the National Peace Keeping Assembly countersigns the appointment of President of the National Legislative Assembly and Vices President of the National Legislative Assembly.

10[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๐

ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นคณะหนึ่ง จำนวนไม่เกินยี่สิบคน ทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

คณะกรรมาธิการตามวรรคหนึ่งจะประกอบด้วยบุคคลซึ่งมิได้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติด้วยก็ได้

Section 10

  1. The National Legislative Assembly shall appoint one committee, consisting of not more than twenty members, to execute the duty of drafting a constitution to be presented to the National Legislative Assembly.
  2. The members of the committee under paragraph 1 may also include persons who are not members of the National Legislative Assembly.[10.1]
Wikisource notes
  1. ^  Literally 'The committee under paragraph 1 may consist of persons who are not members of the National Legislative Assembly also.'

11[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๑

เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้รับร่างรัฐธรรมนูญจากคณะกรรมาธิการตามมาตรา ๑๐ แล้ว ให้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นสามวาระ การพิจารณาในวาระที่หนึ่งและวาระที่สอง ให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สำหรับวาระที่สาม ให้กระทำได้เมื่อการพิจารณาวาระที่สองได้ล่วงพ้นไปแล้วสิบห้าวัน

การประชุมในวาระที่สาม ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ในวันประชุม จึงจะเป็นองค์ประชุม

การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สาม ให้ใช้วิธีเรียกชื่อ และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ในวันลงคะแนน

เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ลงมติให้ความเห็นชอบในวาระที่สามแล้ว ให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาตินำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระมหากษัตริย์เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญ

การประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

Section 11

  1. When the National Legislative Assembly has received a draft constitution from the committee under section 10, it shall consider such draft constitution through three readings. The consideration on the first and second readings shall be governed by the rules of procedure of the National Legislative Assembly. As regards the third reading, it can be held once fifteen days have lapsed after the consideration on the second reading.
  2. At a meeting for the third reading, the presence of not less than three fourths of the total number of the members existing on the meeting day is required for constituting a quorum.
  3. The vote during the third reading shall be conducted by means of roll call and there must be votes of approval for the promulgation of the constitution from not less than two thirds of the total number of the members existing on the voting day.
  4. When the National Legislative Assembly has adopted the resolution of approval on the third reading, the President of the National Legislative Assembly shall present the draft constitution to the Monarch for the royal signature promulgating it as constitution.
  5. The President of the National Legislative Assembly shall countersign the promulgation of the constitution.

12[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๒

ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในวาระที่สาม ถ้าไม่ได้คะแนนเสียงเห็นชอบตามมาตรา ๑๑ วรรคสาม ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่และพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญนั้นตามบทบัญญัติแห่งธรรมนูญการปกครองนี้ แต่ถ้าการร่างและพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวจะมีผลให้ไม่อาจจัดให้มีการเลือกตั้งได้ภายในพุทธศักราช ๒๕๓๔ ให้ขยายกำหนดเวลาการจัดให้มีการเลือกตั้งออกไปหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นพุทธศักราช ๒๕๓๔

Section 12

If, in the course of consideration of the draft constitution on the third reading, the votes of approval cannot be obtained in accordance with section 11, paragraph 3, the National Legislative Assembly shall draw up a new draft constitution and consider such draft constitution in line with the provisions of this Administrative Charter. However, if the drawing up and consideration of a draft constitution as said would result in the impossibility to organise an election within the year 1991, the time limit for the organisation of an election shall be extended for one hundred and twenty days reckoned from the final date of the year 1991.

13[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๓

ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นใหม่ตามมาตรา ๑๒ ถ้าไม่ได้คะแนนเสียงเห็นชอบตามมาตรา ๑๑ ในวาระที่หนึ่งหรือวาระที่สาม ให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติทั้งหมดพ้นจากตำแหน่งในวันที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติลงคะแนนเสียงไม่เห็นชอบ และให้สภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๑๒ หรือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ได้เคยประกาศใช้บังคับมาแล้วฉบับใดฉบับหนึ่ง มาปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติลงคะแนนเสียงไม่เห็นชอบ และนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระมหากษัตริย์เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญ

ในการประชุมร่วมกันตามวรรคหนึ่ง ให้ประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้คำนึงถึงการเลือกตั้งซึ่งจะต้องจัดให้มีขึ้นโดยเร็วเท่าที่กระทำได้

การประกาศใช้รัฐธรรมนูญตามมาตรานี้ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

Section 13

  1. If, in the course of consideration of a draft constitution newly prepared under section 12, the votes of approval cannot be obtained in accordance with section 11, either on the first reading or the third reading, all the members of the National Legislative Assembly shall vacate their positions on the day the National Legislative Assembly registers the votes of disapproval. And the National Peace Keeping Assembly shall hold a joint meeting with the Council of Ministers to consider the draft constitution under section 10 or section 12 or any of the previously promulgated versions of the constitution of the Kingdom of Thailand and put it to revision, which must be completed within thirty days reckoned from the date the members of the National Legislative Assembly registered the votes of disapproval, and shall present it to the Monarch for the royal signature promulgating it as constitution.
  2. At the joint meeting under paragraph 1, the President of the National Peace Keeping Assembly shall serve as the presiding officer of the meeting.
  3. In carrying out the activities under paragraph 1, regard shall be had to an election which needs to be organised as soon as possible.
  4. The Prime Minister shall countersign the promulgation of a constitution in accordance with this section.

14[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๔

ภายใต้บังคับมาตรา ๑๑ การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ในวันประชุม จึงจะเป็นองค์ประชุม

Section 14

Subject to section 10, at a meeting of the National Legislative Assembly, the presence of not less than one third of the total number of the members existing on the meeting day is required for constituting a quorum.

15[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๕

ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผู้ใดจะกล่าวถ้อยคำใด ๆ ในทางแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็น หรือออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด บุคคลใดจะนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวผู้นั้นในทางใดมิได้

เอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง ให้คุ้มครองถึงกรรมาธิการของสภา ผู้พิมพ์และผู้โฆษณารายงานการประชุมโดยคำสั่งของประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติด้วย

ในกรณีที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติถูกควบคุมหรือขัง หรือถูกฟ้องร้องในคดีอาญา ให้สั่งปล่อยหรืองดการพิจารณาในเมื่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติร้องขอ

Section 15

  1. At meetings of the National Legislative Assembly, should anyone wish to utter any statement in such a way as to declare a fact, express a view, or cast a vote, it shall be his absolute privilege to do so and no person shall take it as grounds for bringing proceedings or criticism[15.1] against him in any manner.
  2. The privilege described in paragraph 1 shall extend its protection to the committees of the Assembly as well as those who print and publish minutes at the behest of the National Legislative Assembly also.
  3. In case a member of the National Legislative Assembly is held in custody or confinement or is subject to proceedings in a criminal case, a release or a stay of trial shall be ordered whenever the President of the Assembly makes a request.
Wikisource notes
  1. ^  'ว่ากล่าว' means 'to admonish', 'to censure', 'to criticise', 'to rebuke', or 'to reprove'. It can also mean 'to mention' or 'to administer or deal with, especially in a verbal manner'.

16[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๖

สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีอำนาจตราข้อบังคับเกี่ยวกับการเลือกและการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภา รองประธานสภา และกรรมาธิการ วิธีการประชุม การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การเสนอญัตติที่ไม่มีลักษณะเป็นการขอให้คณะรัฐมนตรีชี้แจงหรือแสดงความเห็นในเรื่องใด ๆ การอภิปราย การลงมติ การรักษาระเบียบและความเรียบร้อย และกิจการอื่นเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

Section 16

The National Legislative Assembly has the power to enact rules governing the selection and performance of duties of the President of the Assembly, the Vice Presidents of the Assembly, and the committees, the meeting procedure, the consideration of bills, the consideration of a draft constitution, the introduction of motions which bear no characteristic of a request for an explanation or opinion on any matter from the Council of Ministers, the holding of discussions, the adoption of resolutions, the maintenance of law and order, and other affairs for the execution of its authority.

17[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๗

พระมหากษัตริย์ทรงตราพระราชบัญญัติโดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ร่างพระราชบัญญัติจะเสนอได้ก็แต่โดยคณะรัฐมนตรี

Section 17

  1. The Monarch enacts acts by and with the advice and consent of the National Legislative Assembly.
  2. Bills may only be introduced by the Council of Ministers.

18[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๘

ให้มีสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ประกอบด้วย บุคคลตามประกาศของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ ลงวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔ และประกาศของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ ๕ ลงวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔ เป็นกรรมการ

ประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติอาจแต่งตั้งกรรมการสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติเพิ่มขึ้นได้อีกไม่เกินสิบห้าคน

ให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติเป็นประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติคนหนึ่งซึ่งสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติแต่งตั้งเป็นรองประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ และให้เลขาธิการคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติเป็นเลขาธิการสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ

ให้สภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติแต่งตั้งบุคคลซึ่งเป็นหรือไม่ได้เป็นกรรมการสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ เป็นรองเลขาธิการสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติคนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้

ในกรณีที่ประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติทำหน้าที่ประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ และในกรณีที่ประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติและรองประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ

Section 18

  1. There shall be a National Peace Keeping Assembly consisting of the persons under the National Peace Keeping Council Announcement No. 2 dated 23 February 1991 and the National Peace Keeping Council Announcement No. 5 dated 23 February 1991 as members.
  2. The President of the National Peace Keeping Assembly may appoint not more than fifteen additional members of the National Peace Keeping Assembly.
  3. The Leader of the National Peace Keeping Council shall become the President of the National Peace Keeping Assembly. One of the Deputy Leaders of the National Peace Keeping Council as appointed by the National Peace Keeping Assembly shall become the Vice President of the National Peace Keeping Assembly. And the Secretary General of the National Peace Keeping Council shall become the Secretary General of the National Peace Keeping Assembly.
  4. The National Peace Keeping Assembly shall appoint as Deputy Secretaries General of the National Peace Keeping Assembly one or several persons who are or are not members of the National Peace Keeping Assembly.
  5. In case the President of the National Peace Keeping Assembly is absent or incapable of performing duties, the Vice President of the National Peace Keeping Assembly shall serve as President of the National Peace Keeping Assembly. And in case the President of the National Peace Keeping Assembly and the Vice President of the National Peace Keeping Assembly are absent or incapable of performing duties, the members of the National Peace Keeping Assembly shall select one amongst themselves to serve as President of the National Peace Keeping Assembly.

19[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๙

สภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ร่วมกับคณะรัฐมนตรีในการกำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินที่คณะรัฐมนตรีจะแถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และเสนอแนะหรือให้ความคิดเห็นในเรื่องใด ๆ ที่เห็นว่า จะเป็นประโยชน์แก่คณะรัฐมนตรีในการบริหารราชการแผ่นดิน และมีอำนาจหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในธรรมนูญการปกครองนี้

ในการประชุมร่วมกันของสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งธรรมนูญการปกครองนี้ ให้ประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

Section 19

  1. The National Peace Keeping Assembly has the authority to join the Council of Ministers in determining the policy for the administration of official affairs of the Realm which the Council of Ministers would state to the National Legislative Assembly, and to offer recommendations or views on whatever manner which it finds would be beneficial to the Council of Ministers in the administration of official affairs of the Realm, and has other authority as prescribed in this Administrative Charter.
  2. At a joint meeting of the National Peace Keeping Assembly and the Council of Ministers in accordance with the provisions of this Administrative Charter, the President of the National Peace Keeping Assembly shall serve as the presiding officer of the meeting.

20[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๐

ในกรณีที่เห็นสมควร ประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติหรือนายกรัฐมนตรีอาจขอให้มีการประชุมร่วมกันของสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีเพื่อร่วมพิจารณาและแก้ไขปัญหาใด ๆ อันเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน

Section 20

In case it is found appropriate, the President of the National Peace Keeping Assembly or the Prime Minister may request a joint meeting of the National Peace Keeping Assembly and the Council of Ministers to jointly consider and solve whatever problem which deals with the administration of official affairs of the Realm.

21[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๑

พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งตามคำกราบบังคมทูลของประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ และรัฐมนตรีตามจำนวนที่นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูล ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน

Section 21

The Monarch appoints one Prime Minister in accordance with the submission of the President of the National Peace Keeping Assembly and appoints ministers in the number according to the submission of the Prime Minister to constitute a Council of Ministers bearing the duty to administer official affairs of the Realm.

22[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๒

พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งตามที่ประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติถวายคำแนะนำ และให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนำ

Section 22

The Monarch possesses the royal prerogative to remove the Prime Minister from position in accordance with the advice presented by the President of the National Peace Keeping Assembly and to remove a minister from position in accordance with the advice presented by the Prime Minister.

23[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๓

ประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีหรือให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง

นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งรัฐมนตรีหรือให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง

Section 23

  1. The President of the National Peace Keeping Assembly countersigns the appointment of a Prime Minister or the removal of the Prime Minister from position.
  2. The Prime Minister countersigns the appointment of a minister or the removal of a minister from position.

24[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๔

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติมิได้ และจะดำรงตำแหน่งใดในกิจการเอกชนที่ดำเนินธุรกิจเพื่อค้ากำไรมิได้

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมีสิทธิเข้าร่วมประชุมเพื่อแถลงนโยบายและชี้แจงแสดงความเห็นในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน และให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับเอกสิทธิ์ตามมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

Section 24

  1. The Prime Minister and ministers shall not be members of the National Legislative Assembly and shall not hold any position in a private enterprise which runs business for the making of profits.
  2. The Prime Minister and ministers have the right to attend meetings of the National Legislative Assembly to state their policies and give explanations or opinions thereat, but they have no right to vote. And the provision of section 15 governing privilege shall apply mutatis mutandis.

25[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๕

พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกาโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย

Section 25

The Monarch possesses the royal prerogative to enact royal decrees which are not contrary to law.

26[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๖

ในกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนในอันจะรักษาความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงแห่งชาติ หรือความปลอดภัยสาธารณะ หรือความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ หรือเมื่อมีความจำเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยการภาษีอากรหรือเงินตราซึ่งจะต้องพิจารณาโดยรีบด่วนและลับเพื่อรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ จะกราบบังคมทูลพระมหากษัตริย์เพื่อทรงตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้

เมื่อได้ประกาศใช้พระราชกำหนดแล้ว ให้คณะรัฐมนตรีเสนอพระราชกำหนดต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติโดยไม่ชักช้า ถ้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติอนุมัติแล้ว ให้พระราชกำหนดมีผลเป็นพระราชบัญญัติต่อไป ถ้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่อนุมัติ ให้พระราชกำหนดนั้นตกไป แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนกิจการที่ได้เป็นไปในระหว่างที่ใช้พระราชกำหนดนั้น

การอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกำหนด ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีไม่อนุมัติ ให้มีผลตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

Section 26

  1. In case of emergency where there is an exigent need to maintain peace and order or security of the Kingdom, or public safety, or national economic security, or to avert a public disaster, or where there is a need to have a law on taxation or currency which requires immediate and private consideration for maintenance of the good of the Realm, the Prime Minister, with the approval of the National Peace Keeping Assembly, may make a submission to the Monarch so that the latter enacts an emergency decree to be applied as an act.
  2. Once an emergency decree has been promulgated, the Council of Ministers shall introduce such emergency decree to the National Legislative Assembly without delay. If approved by the National Legislative Assembly, the emergency decree shall continue to take effect as an act. If disapproved by the National Legislative Assembly, the emergency decree shall lapse; prescribe, however, that this does not affect the affairs having happened during the application of that emergency decree.
  3. The approval or disapproval of an emergency decree shall be published in the Government Gazette. In case of disapproval, it shall take effect as from the date it is published in the Government Gazette.

27[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๗

ในกรณีที่ประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติหรือนายกรัฐมนตรีเห็นเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงแห่งชาติ ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน หรือการกระทำอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือการกระทำอันเป็นการทำลายทรัพยากรของประเทศ หรือเป็นการบั่นทอนสุขภาพอนามัยของประชาชน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังวันใช้ธรรมนูญการปกครองนี้ และไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร ให้ประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติหรือนายกรัฐมนตรี หรือประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติและนายกรัฐมนตรี ด้วยความเห็นชอบของที่ประชุมร่วมระหว่างสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติกับนายกรัฐมนตรี มีอำนาจสั่งการหรือกระทำการใด ๆ ได้ และให้ถือว่า คำสั่งหรือการกระทำของประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติหรือนายกรัฐมนตรี หรือคำสั่งหรือการกระทำที่ได้สั่งหรือกระทำร่วมกัน รวมทั้งการปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว เป็นคำสั่ง หรือการกระทำ หรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติหรือนายกรัฐมนตรี หรือประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติและนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการหรือกระทำการใดไปตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้รายงานประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อแจ้งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติทราบ

Section 27

  1. In the event that the President of the National Peace Keeping Assembly or the Prime Minister finds necessary for the purpose of prevention, abatement, or suppression of an act which subverts peace and order or security of the Nation, royal throne, national economy, or official affairs of the Realm, or an act which disturbs or threatens peace and order or good morals of the people, or an act which destroys national resources or deteriorates health or hygiene of the people, regardless of whether it occurs before or after the date this Administrative Charter comes into force and whether it occurs inside or outside the Kingdom, the President of the National Peace Keeping Assembly, or the Prime Minister, or the President of the National Peace Keeping Assembly and the Prime Minister shall have the power to, upon approval of the joint meeting of the National Peace Keeping Assembly and the Council of Ministers, order or perform whatever act, and it shall be deemed that the order or performance of the President of the National Peace Keeping Assembly or the Prime Minister, or the order or performance made or rendered jointly, as well as the observance of the said order, is an order, or act, or observance which is lawful.
  2. When the President of the National Peace Keeping Assembly or the Prime Minister, or the President of the National Peace Keeping Assembly and the Prime Minister have ordered or performed any act in accordance with paragraph 1, a report shall be made to the President of the National Legislative Assembly to further be communicated to the National Legislative Assembly for acknowledgment.

28[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๘

บรรดาบทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการใดอันเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ต้องมีนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

Section 28

All legal provisions, royal rescripts, and royal commands of any kind which deal with official affairs of the Realm must be affixed with the countersignature of the Prime Minister or a minister.

29[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๙

ผู้พิพากษาและตุลาการมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีให้เป็นไปตามกฎหมาย

Section 29

Judges and justices enjoy independence in trying and adjudicating legal cases in keeping with law.

30[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๓๐

ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งธรรมนูญการปกครองนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตย

ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการวินิจฉัยกรณีใดตามความในวรรคหนึ่งเกิดขึ้นในวงงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือเกิดขึ้นโดยคณะรัฐมนตรีขอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติวินิจฉัย ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติวินิจฉัยชี้ขาด

Section 30

  1. Where no provision of this Administrative Charter is applicable to any case, such case shall be decided in line with the convention of the government of Thailand under the democratic regime.
  2. In the event that there is a problem concerning the making of a decision for any case under the provision of paragraph 1 coming to pass within the scope of functions of the National Legislative Assembly or coming to pass due to an application of the Council of Ministers for a decision of the National Legislative Assembly, the National Legislative Assembly shall then render a decisive ruling.

31[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๓๑

ในกรณีมีปัญหาว่า การกระทำหรือการปฏิบัติใดขัด หรือแย้ง หรือไม่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งธรรมนูญการปกครองนี้ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

Section 31

In case there is a problem as to whether any act or performance is contrary to, or inconsistent with, or repugnant to the provisions of this Administrative Charter, the National Legislative Assembly shall give a decisive ruling.

32[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๓๒

บรรดาการกระทำ ประกาศ หรือคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ที่ได้กระทำ ประกาศ หรือสั่งก่อนวันใช้ธรรมนูญการปกครองนี้ ทั้งนี้ ที่เกี่ยวเนื่องกับการยึดและควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดินเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔ ไม่ว่าจะกระทำด้วยประการใด หรือเป็นในรูปใด และไม่ว่าจะกระทำ ประกาศ หรือสั่งให้มีผลใช้บังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ ให้ถือว่า การกระทำ ประกาศ หรือคำสั่ง รวมทั้งการกระทำของผู้ปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งนั้น ตลอดจนการกระทำของบุคคลใด ๆ ซึ่งได้กระทำเนื่องในการยึดหรือควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดินดังกล่าว เป็นการกระทำ ประกาศ หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

Section 32

As for all the acts, announcements, or orders of the Leader of the National Peace Keeping Council or of the National Peace Keeping Council which deal with the seizure and taking control of the national government power on 23 February 1991 and have been done, issued, or given prior to the date this Administrative Charter comes into force, regardless of whatever manner they have been done in or whatever form they take and whether they have been done, issued, or given to take legislative, executive, or judicial effect, it shall be deemed that the acts, announcements, or orders, as well as the acts of those who observed the said announcements or orders, including the acts of anyone which have been done in relation to the described seizure and taking control of the national government power, are the acts, announcements, or orders which are lawful.

33[edit]

« sect

มาตรา ๓๓

ก่อนตั้งคณะรัฐมนตรี ประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี และสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติปฏิบัติหน้าที่คณะรัฐมนตรี

Section 33

Prior to the formation of the Council of Ministers, the President of the National Peace Keeping Assembly performs the duties of the Prime Minister and the National Peace Keeping Assembly performs the duties of the Council of Ministers.

Countersignature[edit]

« sect
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก สุนทร คงสมพงษ์
หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ
Countersignature:
General Sunthorn Kongsompong,
Leader of the National Peace Keeping Council.

Licences[edit]