75%

Translation:Constitution of the Kingdom of Thailand (Interim) 2006

From Wikisource
Jump to: navigation, search
Constitution of the Kingdom of Thailand (Interim) 2006
Thai: รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙

by Office of the Council of State of Thailand, translated from Thai by Wikisource
The constitution was promulgated after the Council for Democratic Reform, later known as the Council for National Security, a military junta led by General Sonthi Boonyaratglin, staged a coup d'état against the elected government of Police Lieutenant Colonel Thaksin Shinawatra on 19 September 2006.

Table of contents[edit]

Statute[edit]

Introductory text[edit]

sect »

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
(ฉบับชั่วคราว)
พุทธศักราช ๒๕๔๙[intro.i]


สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙
เป็นปีที่ ๖๑ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า

โดยที่หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งได้กระทำการยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินเป็นผลสำเร็จ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ ได้นำความกราบบังคมทูลว่า เหตุที่ทำการยึดอำนาจและประกาศให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเสียนั้น ก็โดยปรารถนาจะแก้ไขความเสื่อมศรัทธาในการบริหารราชการแผ่นดิน ความไร้ประสิทธิภาพในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ทำให้เกิดการทุจริตและประพฤติมิชอบขึ้นอย่างกว้างขวาง โดยไม่อาจหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ อันเป็นวิกฤติการณ์ร้ายแรงทางการเมืองการปกครอง และปัญหาความขัดแย้งในมวลหมู่ประชาชนที่ถูกปลุกปั่นให้แบ่งแยกเป็นฝักเป็นฝ่ายจนเสื่อมสลายความรู้รักสามัคคีของชนในชาติ อันเป็นวิกฤติการณ์รุนแรงทางสังคม แม้หลายภาคส่วนจะได้ใช้ความพยายามแก้ไขวิกฤติการณ์ดังกล่าวแล้ว แต่ก็ไม่เป็นผล กลับมีแนวโน้มว่า จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นจนถึงขั้นใช้กำลังเข้าปะทะกันซึ่งอาจมีการสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อได้ นับว่า เป็นภยันตรายใหญ่หลวงต่อระบอบการปกครอง ระบบเศรษฐกิจ และความสงบเรียบร้อยของประเทศ จำเป็นต้องกำหนดกลไกทางปกครองที่เหมาะสมแก่สถานการณ์เพื่อใช้ไปพลางก่อน โดยคำนึงถึงหลักนิติธรรมตามประเพณีการปกครองของประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การฟื้นฟูความรู้รักสามัคคี ระบบเศรษฐกิจ และความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง การเสริมสร้างระบบการตรวจสอบทุจริตที่เข้มแข็งและระบบจริยธรรมที่ดีงาม การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน การปฏิบัติตามกฎบัตรสหประชาชาติ พันธกรณีตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ การส่งเสริมสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ การดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ขณะเดียวกัน ก็เร่งดำเนินการให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ ด้วยการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางจากประชาชนในทุกขั้นตอน เพื่อให้การเป็นไปตามที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้นำความกราบบังคมทูล จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ใช้บทบัญญัติต่อไปนี้เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) จนกว่าจะได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญที่จะได้จัดทำร่างขึ้นและนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย

Constitution of the Kingdom of Thailand
(Interim)
2006[intro.a]


Given this 1st Day of October, 2006,
Being the 61st Year of the Present Reign.

The Sacred Feet of His Majesty the Grand Bhumibol Adulyadej, the Great Sacred Indra, the Overlord Rāma, the High Liege of the Land, the Chakri's Sire of Man, the Siamese Sovereign Ruler, the Great Saintly Saviour, showing mercy upon all crowns and heads, made a great sacred royal command that the following proclamation be issued:

Whereas the Leader of the Council for Democratic Reform, which conducted the successful seizure of the national government power on 19 September 2006, humbly referred the following matters to His Majesty: The reason for which it seized power and announced the repeal of the Constitution of the Kingdom of Thailand was its desire to remedy the loss of faith in the administration of official affairs of the Realm, the lack of efficiency in the control of the administration of official affairs of the Realm and the scrutiny of the exercise of state power which brought about extensive corruption and misconduct without being able to detect and take to punishment the persons of the offenders, thereby constituting a serious crisis in terms of politics and administration, as well as the problems of discord amongst all the people who had been stirred up to take sides to the extent shattering the feeling of love and harmony of the people in the Nation, thus resulting in a severe crisis with respect to the society. Even though many sectors had made attempts to resolve the described crises, their efforts were of no avail, whilst the gravity of the incidents tended to increase to the degree that forces might be employed to smite each other and the loss of life and limb might ensue. This is deemed an enormous peril to the regime of government, the economic system, and peace and order of the Country, and prompts the need to determine an administrative mechanism suitable with the situations to be applied for the time being, taking into account the rule of law in conformity with the convention of the government of Thailand under the democratic regime with Monarch as Head of State, the restoration of the feeling of love and harmony, economic system, and peace and order of the Land, the strengthening of a firm system of corruption scrutiny and a system of good ethics, the promotion and protection of rights and liberties of the people, the observance of the Charter of the United Nations and obligations under treaties or international agreements, the promotion of relations with foreign countries, the pursuit of life in line with the principles of sufficiency economy, and the taking of measures to accelerate the preparation of a new draft constitution through broad participation of the people in every stage as well. Now, so as to let everything happen in accordance with the referral humbly made to him by the Council for Democratic Reform, His Majesty, with his mercy upon all crowns and heads, does hereby issue a great sacred royal command that the following provisions form a constitution of the Kingdom of Thailand (interim), until a constitution to be drawn up and presented to him is promulgated.

Original notes
  1. ^  ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๑๐๒ ก/หน้า ๑/๑ ตุลาคม ๒๕๔๙
  1. ^  [Published in] Government Gazette: Volume 123/Part 102 A/Page 1/1 October 2006. [Coming into force: 1 October 2006.]

1[edit]

sect »

มาตรา ๑

ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้

พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย

องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ และจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องในทางใด ๆ มิได้

Section 1

  1. Thailand is one and whole kingdom, incapable of division.
  2. The Monarch is Head of State and holds the position of Commander-in-Chief of the Thai Armed Forces.
  3. The Monarch dwells in the position of revered worship and shall be violated by no one, and neither accusation nor proceedings may be instituted against him in any manner.

2[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒

อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้

Section 2

Sovereign power belongs to all the Thai people. The Monarch, who is Head of State, exercises such power through the National Legislative Assembly, the Council of Ministers, and the courts in accordance with the provisions of this Constitution.

3[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๓

ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้

Section 3

Subject to the provisions of this Constitution, all the human dignity, rights, liberties, and equality which have been protected for the Thai people in accordance with the convention of the government of Thailand under the democratic regime with Monarch as Head of State and in accordance with the existing international obligations of Thailand, are protected under this Constitution.

4[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๔

พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและแต่งตั้งประธานองคมนตรีคนหนึ่ง และองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคน ประกอบเป็นคณะองคมนตรี

การเลือก การแต่งตั้ง และการพ้นจากตำแหน่งประธานองคมนตรีและองคมนตรีอื่น ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย

ให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรี และให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่น

Section 4

  1. The Monarch selects and appoints one qualified person as President of the Privy Council and not more than eighteen others as Privy Councillors to constitute a Privy Council.
  2. The selection, appointment, and removal of the President of the Privy Council and the other Privy Councillors shall be at the royal pleasure.
  3. The President of the National Legislative Assembly shall countersign the appointment of the President of the Privy Council and the President of the Privy Council shall countersign the appointment of the other Privy Councillors.

5[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๕

ให้มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประกอบด้วย สมาชิกจำนวนไม่เกินสองร้อยห้าสิบคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด และมีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี

ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา

ในการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้คำนึงถึงบุคคลจากกลุ่มต่าง ๆ ในภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสังคม และภาควิชาการ จากภูมิภาคต่าง ๆ อย่างเหมาะสม

ในกรณีที่มีกฎหมายห้ามมิให้บุคคลดำรงตำแหน่งทางการเมือง มิให้นำกฎหมายนั้นมาใช้บังคับแก่การได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

Section 5

  1. There shall be a National Legislative Assembly consisting of members numbering not more than two hundred and fifty, whom the Monarch appoints from amongst the persons of Thai nationality by birth and of the age not lower than thirty-five years.
  2. The National Legislative Assembly shall carry out the duties of the House of Representatives, the Senate, and the National Assembly.
  3. In selecting persons to be appointed members of the National Legislative Assembly, due regard shall be had to people from various groups in the public sector, private sector, social sector, and academic sector in all regions.
  4. In case there is a law prohibiting a person from holding a political position, such law shall not apply to the appointment of members of the National Legislative Assembly.[5.1]
Wikisource notes
  1. ^  Literally 'apply to the act of receiving appointment as member[s] of the National Legislative Assembly'.

6[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๖

สมาชิกภาพของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติสิ้นสุดลงเมื่อ

(๑)  ตาย
(๒)  ลาออก
(๓)  ขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๕
(๔)  ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
(๕)  สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพตามมาตรา ๘

Section 6

The membership of a member of the National Legislative Assembly terminates upon:

(1)  death;
(2)  resignation;
(3)  lack of any of the qualification as set out in section 5;
(4)  assumption of a ministerial position;
(5)  removal from the membership by a resolution the National Legislative Assembly passes in accordance with section 8.

7[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๗

พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นประธานสภาคนหนึ่ง และเป็นรองประธานสภาคนหนึ่งหรือหลายคน ตามมติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ให้นำความในมาตรา ๖ มาใช้บังคับแก่การพ้นจากตำแหน่งของประธานสภาและรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติด้วยโดยอนุโลม

ให้ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และการแต่งตั้งประธานสภาและรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

Section 7

  1. In accordance with the resolution of the National Legislative Assembly, the Monarch appoints one member of the National Legislative Assembly as President of the Assembly and one or several others as Vice Presidents of the Assembly.
  2. The provision of section 6 shall also apply mutatis mutandis to the vacation of office of the President and Vice Presidents of the National Legislative Assembly.
  3. The President of the Council for National Security shall countersign the appointment of members of the National Legislative Assembly as well as the appointment of the President and Vice Presidents of the National Legislative Assembly.

8[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๘

ในกรณีที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติผู้ใดกระทำการอันเป็นการเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของการเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือมีพฤติการณ์อันเป็นการขัดขวางต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติจำนวนไม่น้อยกว่ายี่สิบคนมีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อให้ผู้นั้นพ้นจากสมาชิกภาพ

มติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้สมาชิกพ้นจากสมาชิกภาพตามวรรคหนึ่ง ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในวันลงคะแนน

Section 8

  1. In case any member of the National Legislative Assembly commits an act which injures the honor of being a member of the National Legislative Assembly or behaves in such a way that obstructs the performance of duties of a member of the National Legislative Assembly, members of the National Legislative Assembly numbering not less than twenty-five have the right to subscribe and submit to the President of the National Legislative Assembly a request for removing the member in question from his membership.
  2. The resolution of the National Legislative Assembly to removal a member from his membership in accordance with paragraph 1 must obtain votes from not less than two thirds of the total number of the members existing on the voting day.

9[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๙

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีอำนาจตราข้อบังคับเกี่ยวกับการเลือกและการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภา รองประธานสภา และกรรมาธิการ วิธีการประชุม การเสนอและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การเสนอญัตติ การอภิปราย การลงมติ การตั้งกระทู้ถาม การรักษาระเบียบและความเรียบร้อย และกิจการอื่นเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

Section 9

  1. At meetings of the National Legislative Assembly, there must be not less than one half of the total number of the members present so as to constitute a quorum.
  2. The National Legislative Assembly has the power to enact rules governing the selection and performance of duties of its President, Vice Presidents, and committees, the procedure for the conduct of meetings, the introduction and consideration of bills, the introduction of motions, the conduct of debates, the adoption of resolutions, the conduct of interpellation, the maintenance of law and order, and other affairs for the execution of its authority.

10[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๐

พระมหากษัตริย์ทรงตราพระราชบัญญัติโดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ภายใต้บังคับมาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง ร่างพระราชบัญญัติจะเสนอได้ก็แต่โดยสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติร่วมกันจำนวนไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าคน หรือคณะรัฐมนตรี แต่ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน จะเสนอได้ก็แต่โดยคณะรัฐมนตรี

ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ตามวรรคสอง หมายความถึง ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อความดังต่อไปนี้ทั้งหมดหรือแต่อย่างหนึ่งอย่างใด กล่าวคือ การตั้งขึ้น ยกเลิก ลด เปลี่ยนแปลง แก้ไข ผ่อน หรือวางระเบียบการบังคับอันเกี่ยวกับภาษีหรืออากร การจัดสรร รับ รักษา จ่าย โอน หรือก่อภาระผูกพันเงินแผ่นดิน การลดรายได้แผ่นดิน การกู้เงิน การค้ำประกัน หรือการใช้เงินกู้ หรือร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยเงินตรา

ในกรณีเป็นที่สงสัยว่า ร่างพระราชบัญญัติซึ่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นผู้เสนอจะเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ ให้เป็นอำนาจของประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่จะวินิจฉัย

Section 10

  1. The Monarch enacts acts by and with the advice and consent of the National Legislative Assembly.
  2. Subject to section 30, paragraph 1, bills may only be introduced by members of the National Legislative Assembly numbering not less than twenty-five jointly or the Council of Ministers. However, money bills may only be introduced by the Council of Ministers.
  3. Money bill, in paragraph 2, means a bill dealing with all or any of the following matters, that is, the imposition, repeal, remission, alteration, modification, relaxation, or regulation of a tax or duty, the appropriation, receipt, custody, expenditure, transfer, or creation of burdens binding public money, the reduction of public income, the raising, guarantee, or repayment of a loan, or a bill concerning currency.
  4. In case of doubt as to whether or not a bill introduced by a member of the National Legislative Assembly is a money bill, it shall be the power of the President of the National Legislative Assembly to make a decision.

11[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๑

ในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกทุกคนมีสิทธิตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีในเรื่องใดอันเกี่ยวกับงานในหน้าที่ได้ แต่รัฐมนตรีย่อมมีสิทธิที่จะไม่ตอบ เมื่อเห็นว่า เรื่องนั้นยังไม่ควรเปิดเผย เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน หรือเมื่อเห็นว่า เป็นกระทู้ที่ต้องห้ามตามข้อบังคับ

ในกรณีมีปัญหาสำคัญ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคนจะเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายเพื่อซักถามข้อเท็จจริงจากคณะรัฐมนตรีก็ได้ แต่จะลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจไม่ได้

Section 11

  1. At meetings of the National Legislative Assembly, every member has the right to interpellate a minister in whatever matter concerning a work under his responsibility. But the minister does have the right to give no reply when he finds that such matter ought not to be disclosed yet for it deals with the safety or significant interest of the Realm or when he finds that the question is forbidden under the rules.[11.1]
  2. In case there is a significant problem, members of the National Legislative Assembly numbering not less than one hundred may subscribe and introduce a motion for conducting a debate so as to interrogate the Council of Ministers as to certain facts, but they shall not adopt a resolution of confidence or resolution of no-confidence.
Wikisource notes
  1. ^  Perhaps the rules of procedure of the Assembly.

12[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๒

ในกรณีที่มีปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินที่คณะรัฐมนตรีเห็นสมควรจะรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีจะแจ้งไปยังประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติจะลงมติในปัญหาที่อภิปรายมิได้

Section 12

In case there is a significant problem concerning the administration of official affairs of the Realm, in respect of which the Council of Ministers finds appropriate to hear views of members of the National Legislative Assembly, the Prime Minister may submit a notice to the President of the National Legislative Assembly asking for the conduct of a general debate amongst a meeting of the National Legislative Assembly. In such case, the National Legislative Assembly shall not adopt any resolution on the problem debated.

13[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๓

ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผู้ใดจะกล่าวถ้อยคำใด ๆ ในทางแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็น หรือออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด จะนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวผู้นั้นในทางใดมิได้

เอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง ให้คุ้มครองถึงกรรมาธิการของสภา ผู้พิมพ์ผู้โฆษณารายงานการประชุมโดยคำสั่งของสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือคณะกรรมาธิการ บุคคลซึ่งประธานในที่ประชุมอนุญาตให้แถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตลอดจนผู้ดำเนินการถ่ายทอดการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ที่ได้รับอนุญาตจากประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติด้วย แต่ไม่คุ้มครองสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติผู้กล่าวถ้อยคำในการประชุมที่มีการถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ หากถ้อยคำที่กล่าวในที่ประชุมไปปรากฏนอกบริเวณสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และการกล่าวถ้อยคำนั้นมีลักษณะเป็นความผิดอาญาหรือละเมิดสิทธิในทางแพ่งต่อบุคคลอื่นซึ่งมิใช่รัฐมนตรีหรือสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ในกรณีที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติถูกควบคุมหรือขัง ให้สั่งปล่อยในเมื่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติร้องขอ หรือในกรณีถูกฟ้องในคดีอาญา ให้ศาลพิจารณาคดีต่อไปได้ เว้นแต่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติร้องขอให้งดการพิจารณาคดี

Section 13

  1. At meetings of the National Legislative Assembly, should anyone wish to utter any statement in such a way as to declare a fact, express a view, or cast a vote, it shall be his absolute privilege to do so and shall not be taken as grounds for bringing proceedings or criticism[13.1] against him in any manner.
  2. The privilege stated in paragraph 1 shall extend its protection to members of committees of the Assembly, persons who print or publish minutes at the behest of the National Legislative Assembly or its committees, persons whom the presiding officer permits to declare facts or express views amongst a meeting of the National Legislative Assembly, as well as persons who conduct the transmission of a meeting of the National Legislative Assembly through broadcasting radio or broadcasting television upon permission of the President of the Assembly also. But it does not protect members of the National Legislative Assembly who utter statements amongst a meeting transmitted through broadcasting radio or broadcasting television, if the statements so uttered amongst the meeting are available outside the precincts of the National Legislative Assembly and those statements bear characteristics which constitute criminal offences or civil rights violations against other persons who are not ministers or members of the National Legislative Assembly.
  3. In case a member of the National Legislative Assembly is held in custody or confinement, his release shall be ordered upon request of the President of the National Legislative Assembly. Or in case he is charged with a criminal case, the court may proceed with the trial, unless the President of the National Legislative Assembly requests a trial stay.
Wikisource notes
  1. ^  'ว่ากล่าว' means 'to admonish', 'to censure', 'to criticise', 'to rebuke', or 'to reprove'. It can also mean 'to mention' or 'to administer or deal with, especially in a verbal manner'.

14[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๔

พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง และรัฐมนตรีอื่นอีกจำนวนไม่เกินสามสิบห้าคนตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนำ ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน

พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งตามที่ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติถวายคำแนะนำ และให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนำ

การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและการให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในขณะเดียวกันมิได้

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมีสิทธิเข้าร่วมประชุมชี้แจงแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

Section 14

  1. The Monarch appoints one Prime Minister and, in accordance with the advice presented by the Prime Minister, other ministers numbering not more than thirty-five to constitute a Council of Ministers bearing the duties to administer official affairs of the Realm.
  2. The Monarch possesses the royal prerogative to remove the Prime Minister from position in accordance with the advice presented by the President of the Council for National Security and to remove a minister from position in accordance with the advice presented by the Prime Minister.
  3. The President of the Council for National Security shall countersign the appointment of a Prime Minister and the removal of the Prime Minister from his position.
  4. The Prime Minister and ministers shall not concurrently hold a position of member of the National Legislative Assembly, member of the Constitution Drafting Assembly, or member of the Constitution Drafting Committee.
  5. The Prime Minister and ministers have the right to attend or give explanations or views amongst meetings of the National Legislative Assembly, but they have no right to vote.

15[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๕

ในกรณีเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ความปลอดภัยของประเทศ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ หรือเมื่อมีความจำเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยการภาษีอากรหรือเงินตราที่ต้องพิจารณาโดยด่วนและลับ พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติ

เมื่อได้ประกาศใช้พระราชกำหนดแล้ว ให้คณะรัฐมนตรีเสนอพระราชกำหนดต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติโดยไม่ชักช้า ถ้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติอนุมัติแล้ว ให้พระราชกำหนดนั้นมีผลใช้บังคับเป็นพระราชบัญญัติต่อไป ถ้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่อนุมัติ ให้พระราชกำหนดนั้นตกไป แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนกิจการที่ได้เป็นไปในระหว่างที่ใช้พระราชกำหนดนั้น เว้นแต่พระราชกำหนดนั้นมีผลเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกบทบัญญัติแห่งกฎหมายใด ให้บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่มีอยู่ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกมีผลใช้บังคับต่อไปตั้งแต่วันที่การไม่อนุมัติพระราชกำหนดนั้นมีผลบังคับ

การอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกำหนด ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีไม่อนุมัติ ให้มีผลตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

Section 15

  1. For[15.1] the purpose of maintaining the security of the Kingdom, public safety, or national economic security, or averting a public disaster, or when there is a need to have a law on taxation or currency which requires immediate and private consideration, the Monarch possesses the royal prerogative to enact an emergency decree to be applied as an act.
  2. Once an emergency decree has been promulgated, the Council of Ministers shall introduce such emergency decree to the National Legislative Assembly without delay. If approved by the National Legislative Assembly, the emergency decree shall continue to be applied as an act. If disapproved by the National Legislative Assembly, the emergency decree shall lapse; prescribed, however, that this shall not affect the affairs having happened during the application of the emergency decree, but if that emergency decree resulted in the amendment or repeal of any legal provision, the legal provision existing prior to such amendment or repeal shall resume its applicable effect as from the date the disapproval of the said emergency decree takes effect.
  3. The approval or disapproval of an emergency decree shall be published in the Government Gazette. In case of disapproval, it shall take effect as from the date it is published in the Government Gazette.
Wikisource notes
  1. ^  Literally 'In case for'.

16[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๖

พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกาโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย

Section 16

The Monarch possesses the royal prerogative to enact royal decrees which are not contrary to law.

17[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๗

บรรดาบทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการใด ๆ อันเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ต้องมีนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เว้นแต่รัฐธรรมนูญนี้จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

Section 17

All legal provisions, royal rescripts, and royal commands of whatever kind which deal with official affairs of the Realm must be affixed with the countersignature of the Prime Minister or a minister, save where this Constitution provides otherwise.

18[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๘

ผู้พิพากษาและตุลาการมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ให้เป็นไปโดยเที่ยงธรรมตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญนี้

Section 18

Judges and justices enjoy independence in their fair trial and adjudication of legal cases in the name of the Monarch and in keeping with the Constitution and laws.

19[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๙

ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย สมาชิกซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ มีจำนวนหนึ่งร้อยคน

พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเป็นประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญคนหนึ่ง และรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญอีกไม่เกินสองคน ตามมติของสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานสภาและรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองภายในเวลาสองปีก่อนวันได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และต้องไม่ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติในขณะเดียวกัน

ให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กรรมาธิการของสภา ผู้พิมพ์ผู้โฆษณารายงานการประชุมโดยคำสั่งของสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือคณะกรรมาธิการ บุคคลซึ่งประธานในที่ประชุมอนุญาตให้แถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ และผู้ดำเนินการถ่ายทอดการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ที่ได้รับอนุญาตจากประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓ เช่นเดียวกับสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ให้นำมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับแก่องค์ประชุมของสภาร่างรัฐธรรมนูญ และให้นำข้อบังคับของสภานิติบัญญัติแห่งชาติมาใช้บังคับแก่การประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญด้วย โดยอนุโลม

Section 19

  1. There shall be a Constitution Drafting Assembly to prepare a draft constitution, consisting of members numbering one hundred, whom the Monarch appoints in accordance with the process described in this Constitution.
  2. In accordance with the resolution of the Constitution Drafting Assembly, the Monarch appoints one of the members of the Constitution Drafting Assembly as President of the Constitution Drafting Assembly and not more than two others as Vice Presidents of the Constitution Drafting Assembly.
  3. The President of the Council for National Security countersigns the appointment of the President and Vice Presidents of the Constitution Drafting Assembly.
  4. No member of the Constitution Drafting Assembly shall be or have been during the period of two years prior to the date he is selected as member of the Constitution Drafting Assembly a member of a political party or holder of any position in a political party, and shall not concurrently hold a position of member of the National Legislative Assembly.
  5. Members of the Constitution Drafting Assembly, members of committees of the Assembly, persons who print or publish minutes at the behest of the Constitution Drafting Assembly or its committees, persons whom the presiding officer permits to declare facts or express views amongst a meeting of the Constitution Drafting Assembly, and persons who conduct the transmission of meetings of the Constitution Drafting Assembly through broadcasting radio or broadcasting television upon permission of the President of the Constitution Drafting Assembly shall enjoy the privilege and immunity as prescribed in section 13 in the same manner as members of the National Legislative Assembly.
  6. Section 9, paragraph 1, shall apply to quorums of the Constitution Drafting Assembly and the rules of the National Legislative Assembly shall also apply to meetings of the Constitution Drafting Assembly mutatis mutandis.

20[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๐

ให้มีสมัชชาแห่งชาติ ประกอบด้วย สมาชิกซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด อายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี มีจำนวนไม่เกินสองพันคน

ให้ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งสมาชิกสมัชชาแห่งชาติตามวรรคหนึ่ง

ให้นำความในมาตรา ๕ วรรคสาม และวรรคสี่ มาใช้บังคับแก่การสรรหาบุคคลและการได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสมัชชาแห่งชาติด้วยโดยอนุโลม

Section 20

  1. There shall be a National People's Assembly consisting of members numbering not more than two thousand, whom the Monarch appoints from amongst the persons of Thai nationality by birth and of the age not lower than eighteen years.
  2. The President of the Council for National Security shall countersign the appointment of members of the National People's Council in accordance with paragraph 1.
  3. The provision of section 5, paragraph 3 and paragraph 4, shall also apply mutatis mutandis to the selection and appointment of members pf the National People's Assembly.

21[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๑

ในการประชุมสมัชชาแห่งชาติ ให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่ประธานสมัชชาแห่งชาติ และรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รองประธานสมัชชาแห่งชาติ

การประชุมสมัชชาแห่งชาติและวิธีการคัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตามที่ผู้ทำหน้าที่ประธานสมัชชาแห่งชาติกำหนด

Section 21

  1. At meetings of the National People's Assembly, the President of the National Legislative Assembly shall serve as President of the National People's Assembly and the Vice Presidents of the National Legislative Assembly shall serve as Vice Presidents of the National People's Assembly.
  2. The conduct of meetings of the National People's Assembly and the process for selection of members of the National People's Assembly shall be as determined by the person who serves as President of the National People's Assembly.

22[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๒

ให้สมัชชาแห่งชาติมีหน้าที่คัดเลือกสมาชิกด้วยกันเองเพื่อจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมควรได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ มีจำนวนสองร้อยคน ให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวันนับแต่วันเปิดประชุมสมัชชาแห่งชาติครั้งแรก และเมื่อได้คัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแล้ว หรือเมื่อครบกำหนดเวลาแล้ว ยังไม่อาจคัดเลือกได้ครบถ้วน ให้สมัชชาแห่งชาติเป็นอันสิ้นสุดลง

การคัดเลือกตามวรรคหนึ่ง ให้สมาชิกสมัชชาแห่งชาติมีสิทธิเลือกได้คนละไม่เกินสามรายชื่อ และให้ผู้ได้คะแนนเสียงสูงสุดเรียงลงไปตามลำดับจนครบสองร้อยคนเป็นผู้ได้รับเลือก ในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากันในลำดับใดอันจะทำให้มีผู้ได้รับเลือกเกินสองร้อยคน ให้ใช้วิธีจับสลาก

Section 22

  1. The members of the National People's Assembly shall bear the duty to, within seven days reckoned from the date the first session of the National People's Assembly is opened, complete the selection of some amongst themselves to constitute a list of two hundred persons whom the Monarch should appoint as members of the Constitution Drafting Assembly.[22.1] And when the members of the Constitution Drafting Assembly have been selected or when they cannot yet be selected in toto despite the time limit having expired, the National People's Assembly shall come to an end.
  2. In the selection according to paragraph 1, the members of the National People's Assembly shall have the right to select not more than three names each, and two hundred persons that receive the highest numbers of votes shall respectively be the selectees. In case there is a parity of votes in any order which would result in there being more than two hundred selectees, the method of sortition shall be employed.
Wikisource notes
  1. ^  Literally '[The members of] the National Assembly [formally known in English as the National People's Assembly to be distinguished from the National Assembly, which refers to the parliament] shall have the duty to select [their] fellow members to prepare a list of persons who should receive the appointment pleasing all heads as members of the Constitution Drafting Assembly, having the number of two hundred persons, to be completed within seven days counted from the date of opening the meeting of the National Assembly for the first time.'

23[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๓

เมื่อได้รับบัญชีรายชื่อที่ได้รับการคัดเลือกจากสมัชชาแห่งชาติแล้ว ให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติคัดเลือกบุคคลตามบัญชีรายชื่อดังกล่าวให้เหลือหนึ่งร้อยคน และนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ในกรณีที่สมัชชาแห่งชาติปฏิบัติหน้าที่ไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๒๒ วรรคหนึ่ง ให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเลือกสมาชิกสมัชชาแห่งชาติจำนวนหนึ่งร้อยคนเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป

ให้ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ให้นำความในมาตรา ๕ วรรคสี่ มาใช้บังคับแก่การได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและกรรมาธิการตามมาตรา ๒๕ ด้วยโดยอนุโลม

Section 23

  1. Once having received the list of selectees from the National People's Assembly, the Council for National Security shall select one hundred persons out of those in the said list and shall make a submission to the Monarch for appointing them as members of the Constitution Drafting Assembly.
  2. In case the National People's Assembly could not complete the performance of its duty within the time limit under section 22, paragraph 1, the Council for National Security shall select one hundred of the members of the National People's Assembly as members of the Constitution Drafting Assembly so as to make a submission to the Monarch for further appointment.
  3. The President of the Council for National Security shall countersign the appointment of members of the Constitution Drafting Assembly.
  4. The provision of section 5, paragraph 4, shall also apply mutatis mutandis to the appointment of members of the Constitution Drafting Assembly and its committee under section 25.

24[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๔

ในระหว่างที่สภาร่างรัฐธรรมนูญยังปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญนี้ไม่แล้วเสร็จ หากมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญพ้นจากตำแหน่งไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติคัดเลือกบุคคลจากบัญชีรายชื่อตามมาตรา ๒๒ ที่เหลืออยู่ หรือจากบุคคลที่เคยเป็นสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ แล้วแต่กรณี เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแทนตำแหน่งที่ว่าง ทั้งนี้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีตำแหน่งว่าง

ในระหว่างที่ยังมิได้แต่งตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่เหลืออยู่

Section 24

  1. During the time the Constitution Drafting Assembly has not yet completed the performance of its duty in accordance with this Constitution, if there is a member of the Constitution Drafting Assembly vacating his position for whatever reason, the President of the Council for National Security shall select one of the remaining persons in the list under section 22 or of the persons having been members of the National People's Assembly, as the case may be, so as to make a submission to the Monarch for appointment of a member of the Constitution Drafting Assembly to fill the vacant position; prescribed that this shall be done within thirty days reckoned from the date the position becomes vacant.
  2. During the time no member of the Constitution Drafting Assembly is yet appointed to fill a vacant position, the Constitution Drafting Assembly shall consist of the remaining members.

25[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๕

ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นหรือมิได้เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่ได้รับการคัดเลือกตามมติของสภา จำนวนยี่สิบห้าคน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นหรือมิได้เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จำนวนสิบคน ตามคำแนะนำของประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

Section 25

In preparing a draft constitution, the Constitution Drafting Assembly shall appoint one Constitution Drafting Committee consisting of qualified persons, numbering twenty-five, who are or are not members of the Constitution Drafting Assembly and are selected in accordance with the resolution of the Assembly, as well as qualified persons, numbering ten, who are or are not members of the Constitution Drafting Assembly in accordance with the advice of the President of the Council for National Security; prescribed that this shall be done in line with the criteria and procedure prescribed in a royal decree.

26[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๖

เมื่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ให้จัดทำคำชี้แจงว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นใหม่นั้นมีความแตกต่างกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ในเรื่องใด พร้อมด้วยเหตุผลในการแก้ไข ไปยังสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ องค์กรและบุคคลดังต่อไปนี้ เพื่อพิจารณาและเสนอความคิดเห็น

(๑)  คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ
(๒)  สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
(๓)  คณะรัฐมนตรี
(๔)  ศาลฎีกา
(๕)  ศาลปกครองสูงสุด
(๖)  คณะกรรมการการเลือกตั้ง
(๗)  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(๘)  ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
(๙)  ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
(๑๐)  คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
(๑๑)  สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
(๑๒)  สถาบันอุดมศึกษา

ให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและเอกสารชี้แจงตามวรรคหนึ่งให้ประชาชนทั่วไปทราบ ตลอดจนส่งเสริมและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนประกอบด้วย

Section 26

  1. Once the Constitution Drafting Committee has completed the preparation of a draft constitution, it shall prepare an explanation demonstrating how the newly prepared draft constitution is different from the Constitution of the Kingdom of Thailand 1997 as well as the grounds for the modification, and submit it to the members of the Constitution Drafting Assembly as well as the following organs and persons for their consideration and views:
    (1)  the Council for National Security;
    (2)  the National Legislative Assembly;
    (3)  the Council of Ministers;
    (4)  the Supreme Court of Justice;
    (5)  the Supreme Administrative Court;
    (6)  the Election Commission;
    (7)  the National Anti-Corruption Commission;
    (8)  the Auditor General;
    (9)  the Ombudsmen of the National Assembly;
    (10)  the National Human Rights Commission;
    (11)  the National Economic and Social Advisory Council;
    (12)  higher education institutions.
  2. The Constitution Drafting Committee shall publish the draft constitution and the explanatory document under paragraph 1 for acknowledgement of the general public, and shall also promote and organise the hearing of public views supplementary thereto.

27[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๗

เมื่อสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้รับร่างรัฐธรรมนูญและเอกสารตามมาตรา ๒๖ แล้ว หากประสงค์จะแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติม ให้กระทำได้เมื่อมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญลงชื่อรับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ และต้องยื่นคำขอแปรญัตติพร้อมทั้งเหตุผลก่อนวันนัดประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๘

สมาชิกที่ยื่นคำขอแปรญัตติหรือที่ให้คำรับรองคำแปรญัตติของสมาชิกอื่นแล้ว จะยื่นคำขอแปรญัตติหรือรับรองคำแปรญัตติของสมาชิกอื่นใดอีกไม่ได้

Section 27

  1. Once a member of the Constitution Drafting Assembly has received the draft constitution and the document under section 26, if he wishes to amend it, he can do so when his amendment has been countersigned by not less than one tenth of the number of the existing members of the Constitution Drafting Assembly, and he must file an application for amendment as well as a statement of grounds before the day appointed for the meeting of the Constitution Drafting Assembly according to section 28.
  2. A member who has made an application for amendment or has countersigned an amendment of another member can no longer make another application or countersign an amendment of any other member.

28[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๘

เมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ส่งเอกสารตามมาตรา ๒๖ ให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาความเห็นที่ได้รับมาตามมาตรา ๒๖ และคำแปรญัตติตามมาตรา ๒๗ พร้อมทั้งจัดทำรายงานการแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่แก้ไขเพิ่มเติมพร้อมทั้งเหตุผล เผยแพร่ให้ทราบเป็นการทั่วไป แล้วนำเสนอร่างรัฐธรรมนูญต่อสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณา

การพิจารณาของสภาร่างรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง เป็นการพิจารณาเพื่อให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และเฉพาะมาตราที่สมาชิกยื่นคำขอแปรญัตติตามมาตรา ๒๗ หรือที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเสนอ โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจะแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมนอกจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๗ มิได้ เว้นแต่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะเห็นชอบด้วย หรือสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญมีจำนวนไม่น้อยกว่าสามในห้าเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น

Section 28

  1. Upon elapse of the period of thirty days reckoned from the date the document under section 26 is sent, the Constitution Drafting Committee shall consider the opinions obtained under section 26 and the amendments under section 27 and shall at the same time draw up a report on granted amendments and denied amendments as well as a statement of grounds to be published for general acknowledgment before presenting the draft constitution to the Constitution Drafting Assembly for consideration.
  2. The consideration of the Constitution Drafting Assembly according to paragraph 1 is for giving approval or disapproval to the draft constitution in its entirety and specifically to the sections for which members have filed applications for amendment according to section 27 or members of the Constitution Drafting Committee have made recommendations; prescribed that no member of the Constitution Drafting Assembly shall file any other amendment than that prescribed in section 27, save where the Constitution Drafting Committee agrees with it or members of the Constitution Drafting Assembly numbering not less than three fifths agree with such amendment.

29[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒๙

ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทำร่างรัฐธรรมนูญและพิจารณาให้แล้วเสร็จตามมาตรา ๒๘ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันเปิดประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรก

เมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ให้เผยแพร่ให้ประชาชนทราบ และจัดให้มีการออกเสียงประชามติว่า จะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งต้องจัดทำไม่เร็วกว่าสิบห้าวันและไม่ช้ากว่าสามสิบวันนับแต่วันที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภาร่างรัฐธรรมนูญประกาศกำหนด

การออกเสียงประชามติ ต้องกระทำภายในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร

Section 29

  1. The Constitution Drafting Assembly shall prepare the draft constitution and completely consider it in accordance with section 28 within one hundred and eighty days reckoned from the date the first session of the Constitution Drafting Assembly is opened.
  2. Once the preparation of the draft constitution is completed, the draft shall be published for acknowledgement of the people and a referendum shall be organised for the purpose of approving or disapproving the draft constitution in its entirety, which must not be conducted sooner than fifteen days and later than thirty days reckoned from the date the said draft constitution is published; prescribed that this shall be governed by the criteria and procedure determined by the Constitution Drafting Assembly.
  3. The referendum must be held on the same day throughout the Kingdom.

30[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๓๐

เมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จตามมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญดำเนินการยกร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเฉพาะที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดให้มีการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จเพื่อเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติดำเนินการต่อไป ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับร่างจากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

เพื่อประโยชน์แห่งการขจัดส่วนได้เสีย ห้ามมิให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาภายในสองปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

Section 30

  1. Once the preparation of the draft constitution has been completed in accordance with section 29, paragraph 1, the Constitution Drafting Committee shall carry out the drafting of the only organic bills necessary for the purpose of organising an election, which shall be completed within forty-five days reckoned from the date the preparation of the draft constitution is completed so that the bills would be introduced to the National Legislative Assembly for further proceedings. The National Legislative Assembly must complete its consideration of the bills within forty-five days reckoned from the date it receives them from the Constitution Drafting Committee.
  2. For the purpose of eliminating conflicts of interest, no member of the Constitution Drafting Committee shall apply for candidacy in elections of members of the House of Representatives or hold a position of Senator within two years reckoned from the date he vacates the position of member of the Constitution Drafting Committee.

31[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๓๑

ในการออกเสียงประชามติ ถ้าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงประชามติเห็นชอบให้นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาใช้บังคับแล้ว ให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาตินำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย และเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและใช้บังคับได้

เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ และสภาร่างรัฐธรรมนูญได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๓๐ เสร็จแล้ว หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลาตามมาตรา ๓๐ สุดแต่เวลาใดจะถึงก่อน ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญเป็นอันสิ้นสุดลง

Section 31

  1. If, in the referendum, the eligible people, through the majority of the voters present at the referendum, have approved the promulgation of the draft new constitution, the President of the National Legislative Assembly shall present the draft constitution to the Monarch. And once the Monarch has affixed his royal signature to it, it can be published in the Government Gazette and take effect.
  2. Once there has been the promulgation of the constitution and the Constitution Drafting Committee has completed drafting the organic bills in accordance with section 30 or once the time limit under section 30 expires, whichever comes first, the Constitution Drafting Assembly shall come to an end.

32[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๓๒

ในกรณีที่สภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทำร่างรัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง ก็ดี สภาร่างรัฐธรรมนูญไม่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๘ วรรคสอง ก็ดี หรือในการออกเสียงประชามติตามมาตรา ๓๑ ประชาชนโดยเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงประชามติไม่เห็นชอบให้ใช้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ดี ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง และให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ได้เคยประกาศใช้บังคับมาแล้วฉบับใดฉบับหนึ่งมาปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันออกเสียงประชามติไม่เห็นชอบ และนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญต่อไป

ในการประชุมร่วมกันตามวรรคหนึ่ง ให้ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

การประกาศใช้รัฐธรรมนูญตามมาตรานี้ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

Section 32

  1. In the event that the Constitution Drafting Assembly fails to complete the preparation of the draft constitution within the time limit under section 29, paragraph 1, or the Constitution Drafting Assembly disapproves the draft constitution in accordance with section 28, paragraph 2, or, in the referendum under section 31, the people, through the majority of the voters present at the referendum, disapprove the promulgation of the draft new constitution, then the Constitution Drafting Assembly shall come to an end, and the Council for National Security shall hold a joint meeting with the Council of Ministers to consider any of the previously promulgated versions of the constitution of the Kingdom of Thailand and put it to revision, which shall be completed within thirty days reckoned from the date the disapproval is expressed in the referendum, and shall present it to the Monarch so that he would affix his royal signature to it, further promulgating as constitution.
  2. At the joint meeting under paragraph 1, the President of the Council for National Security shall serve as the presiding officer of the meeting.
  3. The Prime Minister shall countersign the promulgation of a constitution in accordance with this section.

33[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๓๓

เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานสภาและรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

Section 33

Positional allowances and other fringe benefits of the Presidents and Vice Presidents of the National Legislative Assembly and the Constitution Drafting Assembly, the position holders in the Council for National Security, members of the National Legislative Assembly, members of the Constitution Drafting Assembly, members of the Constitution Drafting Committee, and position holders in the Constitutional Tribunal shall be as determined in a royal decree.

34[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๓๔

เพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงแห่งชาติ ให้มีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ประกอบด้วย บุคคลตามประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ ๒๔ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๙

ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติอาจแต่งตั้งสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเพิ่มขึ้นได้อีกไม่เกินสิบห้าคน

ให้หัวหน้า รองหัวหน้า สมาชิก เลขาธิการ และผู้ช่วยเลขาธิการคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นประธาน รองประธาน สมาชิก เลขาธิการ และผู้ช่วยเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ตามลำดับ

ในกรณีที่ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติตามลำดับที่ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติกำหนดทำหน้าที่ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ และในกรณีที่ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติและรองประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเลือกสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ

ในกรณีที่เห็นสมควร ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติหรือนายกรัฐมนตรีอาจขอให้มีการประชุมร่วมกันของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี เพื่อร่วมพิจารณาและแก้ไขปัญหาใด ๆ อันเกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงแห่งชาติ รวมตลอดทั้งการปรึกษาหารือเป็นครั้งคราวในเรื่องอื่นใดก็ได้

Section 34

  1. For the purpose of the maintenance of peace and order and national security, there shall be a Council for National Security consisting of the persons according to the Council for Democratic Reform Announcement No. 24 dated 29 September 2006.
  2. The President of the Council for National Security may appoint not more than fifteen additional members of the Council for National Security.
  3. The Leader, Deputy Leaders, members, Secretary General, and Assistant Secretaries General of the Council for Democratic Reform shall become President, Vice Presidents, members, Secretary General, and Assistant Secretaries General of the Council for National Security, respectively.
  4. In case the President of the Council for National Security is absent or unable to perform his duties, one of the Vice Presidents of the Council for National Security shall, according to the order arranged by the President of the Council for National Security, serve as President of the Council for National Security. And in case the President of the Council for National Security and the Vice Presidents of the Council for National Security are absent or unable to perform their duties, the members of the Council for National Security shall select one of the members of the Council for National Security to serve as President of the Council for National Security.
  5. In case it is found appropriate, the President of the Council for National Security or the Prime Minister may request a joint meeting of the Council for National Security and the Council of Ministers to together consider and solve any problem concerning the maintenance of peace and order and national security, as well as to discuss or confer on any other matter from time to time.

35[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๓๕

บรรดาการใดที่มีกฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ หรือเมื่อมีปัญหาว่า กฎหมายใดขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ให้เป็นอำนาจของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบด้วย ประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นรองประธาน ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาโดยวิธีลงคะแนนลับ จำนวนห้าคน เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญ และตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดโดยวิธีลงคะแนนลับ จำนวนสองคน เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญ

ให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญตามกฎหมายว่าด้วยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่ธุรการและการอื่นใดตามที่ประธานคณะตุลาการรัฐธรรมนูญมอบหมาย

องค์คณะในการพิจารณาพิพากษา วิธีพิจารณา และการทำคำวินิจฉัย ให้เป็นไปตามที่คณะตุลาการรัฐธรรมนูญกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

บรรดาอรรถคดีหรือการใดที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการของศาลรัฐธรรมนูญก่อนวันที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ ให้โอนมาอยู่ในอำนาจและความรับผิดชอบของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ

Section 35

  1. As for all the acts of whatever kind which the law declares to be under the power of the Constitutional Court, or when there arises a problem as to whether or not any law is contrary to the Constitution, they shall become subject to the power of a Constitutional Tribunal which consists of the President of the Supreme Court of Justice as President, the President of the Supreme Administrative Court as Vice President, five members of the Constitutional Tribunal being judges of the Supreme Court of Justice whose positions are not lower than Supreme Court of Justice judges and who have been selected by the plenary session of the Supreme Court of Justice by means of secret ballot, and two members of the Constitutional Tribunal being justices of the Supreme Administrative Court who have been selected by the plenary session of the Supreme Administrative Court by means of secret ballot.
  2. The Office of the Constitutional Court under the law on Office of the Constitutional Court shall carry out administrative duties and other activities as authorised by the President of the Constitutional Tribunal.
  3. The quorums for trial and adjudication, the trial procedures, and the making of decisions shall be as determined by the Constitutional Tribunal by publication in the Government Gazette.
  4. As for all the legal cases or acts of whatever kind which have been pending before the Constitutional Court since before 19 September 2006, they shall be transferred to and become subject to the power and responsibility of the Constitutional Tribunal.

36[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๓๖

บรรดาประกาศและคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือคำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ได้ประกาศหรือสั่งในระหว่างวันที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ จนถึงวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ไม่ว่าจะเป็นในรูปใด และไม่ว่าจะประกาศหรือสั่งให้มีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ ให้มีผลใช้บังคับต่อไป และให้ถือว่า ประกาศ หรือคำสั่ง ตลอดจนการปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งนั้น ไม่ว่าการปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งนั้นจะกระทำก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นประกาศ หรือคำสั่ง หรือการปฏิบัติ ที่ชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

Section 36

As for all the announcements and orders of the Council for Democratic Reform or orders of the Leader of the Council for Democratic Reform which have been given or made during the time from 19 September 2006 to the date this Constitution is promulgated, regardless of whatever form they take and whether they have been given or made to produce legislative, executive, or judicial effects, they shall continue to be in force. And those announcements or orders, as well as the observance of the said announcements or orders, regardless of whether the observance of the announcements or orders occurs before or after the date this Constitution is promulgated, shall be deemed the announcements, orders, or observance which are lawful and constitutional.

37[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๓๗

บรรดาการกระทำทั้งหลายซึ่งได้กระทำเนื่องในการยึดและควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดินเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ ของหัวหน้าและคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมตลอดทั้งการกระทำของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าว หรือของผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือของผู้ซึ่งได้รับคำสั่งจากผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันได้กระทำไปเพื่อการดังกล่าวข้างต้นนั้น การกระทำดังกล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่ว่าเป็นการกระทำเพื่อให้มีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ รวมทั้งการลงโทษ และการกระทำอันเป็นการบริหารราชการอย่างอื่น ไม่ว่ากระทำในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ให้กระทำ และไม่ว่ากระทำในวันที่กล่าวนั้น หรือก่อนหรือหลังวันที่กล่าวนั้น หากการกระทำนั้นผิดต่อกฎหมาย ก็ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง

Section 37

As for the acts of the Council for Democratic Reform and its Leader which have been done in relation to the seizure and taking control of the national government power on 19 September 2006, as well as the acts of the persons related to the said acts, or of the persons who have been authorised by the Council for Democratic Reform or its Leader, or of the persons who have been ordered by the persons authorised by the Council for Democratic Reform or its Leader, which have been done for the aforementioned acts, whether all the described acts have been done so as to produce legislative, executive, or judicial effects, as well as the acts of inflicting penalties and acts constituting other forms of administration of official affairs, whether done as principals, aiders, abettors, or abetted, and whether done on the said date or before or after the said date, if those acts are in breach of law, the actors shall be released from guilt and liabilities absolutely.

38[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๓๘

ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวแก่การวินิจฉัยกรณีใดตามความในวรรคหนึ่งเกิดขึ้นในวงงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือเมื่อมีกรณีที่คณะรัฐมนตรีขอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติวินิจฉัย ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติวินิจฉัยชี้ขาด

Section 38

  1. Where no provision of this Constitution is applicable to any case, such case shall be decided in line with the convention of the government of Thailand under the democratic regime with Monarch as Head of State.
  2. In the event that there is a problem concerning the making of a decision for any case under paragraph 1 coming to pass within the scope of functions of the National Legislative Assembly, or when there is a case for which the Council of Ministers requests the National Legislative Assembly to make a decision, then the National Legislative Assembly shall give a decisive decision.

39[edit]

« sect

มาตรา ๓๙

ก่อนคณะรัฐมนตรีเข้ารับหน้าที่ ให้ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี

Section 39

Before the Council of Ministers assumes duties, the President of the Council for National Security performs the duties of the Prime Minister and the Council of Ministers.

Countersignature[edit]

« sect
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน
หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
Countersignature:
General Sonthi Boonyaratglin,
Leader of the Council for Democratic Reform.

Licences[edit]