Translation:Copyright Act, 2537 BE

From Wikisource
Jump to navigation Jump to search
Copyright Act, 2537 BE  (1994) 
by National Assembly of Thailand, translated from Thai by Wikisource
This is the originally promulgated version. For amendments and related documents, see portals.
Table of contents 
Act
Preamble
General provisions
  1. Title
  2. Commencement
  3. Repeal of other law
  4. Terminology
    author
    copyright
    literary work
    computer program
    dramatic work
    artistic work
    musical work
    audiovisual work
    film
    sound recording
    performer
    broadcast
    reproduce
    adapt
    communicate to the public
    publish
    competent official
    Director-General
    Commission
    Minister
  5. Person in charge
Chapter 1 Copyright
Part 1 Copyrighted works
Part 2 Acquisition of copyright
Part 3 Protection of copyright
Part 4 Term of copyright protection
Part 5 Infringement of copyright
Part 6 Exceptions to infringement of copyright
Chapter 2 Performers' rights
Chapter 3 Use of copyright under special circumstances
Chapter 4 Copyright Commission
Chapter 5 International copyright and performers' rights
Chapter 6 Cases relating to copyright and performer's rights
Chapter 7 Competent officials
Chapter 8 Penal provisions
Transitory provisions
Statement of grounds

Seal of the royal command

พระราชบัญญัติ
ลิขสิทธิ์
พ.ศ. ๒๕๓๗


ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๗
เป็นปีที่ ๔๙ ในรัชกาลปัจจุบัน

Seal of the royal command

Copyright
Act,
2537 BE


Bhumibol Adulyadej R
Given on the 9th day of December 2537 BE
Being the 49th year of the present reign

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า Phrabat Somdet Phra Paramin Maha Bhumibol Adulyadej has issued a great royal command by which he, in his mercy to all, allows a proclamation to be made as follows:
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์ Whereas it is appropriate to improve the law on copyright;
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้ Therefore, he, in his gracious mercy to all, allows, by and with the advice and consent of the National Assembly, the enactment of the following Act:
มาตรา⁠พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗" Section1.This Act is called the "Copyright Act, 2537 BE".
มาตรา⁠⁠พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป Section2.This Act shall come into force upon elapse of the period of ninety days reckoned from the date of its publication in the Government Gazette onwards.
มาตรา⁠ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ Section3.The Copyright Act, 2521 BE,[1] shall be repealed.
มาตรา⁠ในพระราชบัญญัตินี้ Section4.In this Act:
"ผู้สร้างสรรค์" หมายความว่า ผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์อย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ "author" means a person who produces or originates[2] a work of authorship of any kind which is a copyrighted work under this Act;
"ลิขสิทธิ์" หมายความว่า สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะทำการใด ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น "copyright" means the exclusive right to do any act under this Act in relation to a work produced by an author;
"วรรณกรรม" หมายความว่า งานนิพนธ์ที่ทำขึ้นทุกชนิด เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ ปาฐกถา เทศนา คำปราศรัย สุนทรพจน์ และให้หมายความรวมถึง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ด้วย "literary work" means a work of composition of every kind as may have been produced, such as book,[3] pamphlet, written material, printed material, lecture, sermon, address, speech, and shall also include a computer program;
"โปรแกรมคอมพิวเตอร์" หมายความว่า คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดที่นำไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานหรือเพื่อให้ได้รับผลอย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในลักษณะใด "computer program" means an instruction, program,[4] or any other thing to be applied to a computer in order that the computer would perform a task or any particular outcome would be obtained, irrespective of whatever form of programming language[5] it is in;
"นาฏกรรม" หมายความว่า งานเกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่า หรือการแสดงที่ประกอบขึ้นเป็นเรื่องราว และให้หมายความรวมถึง การแสดงโดยวิธีใบ้ ด้วย "dramatic work" means a work relating to acts of ram, ten,[6] gesturing, or acting[7] which form a story, and shall also include pantomime;[8]
"ศิลปกรรม" หมายความว่า งานอันมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้ "artistic work" means a work with one or more of the following characteristics:
(๑)งานจิตรกรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่ประกอบด้วยเส้น แสง สี หรือสิ่งอื่น อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ลงบนวัสดุอย่างเดียวหรือหลายอย่าง (1)work of painting, that is, a work of creating a figure which consists of a kind of line, light, colour, or other thing, or several kinds thereof in combination, on one or more kinds of material;
(๒)งานประติมากรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่เกี่ยวกับปริมาตรที่สัมผัสและจับต้องได้ (2)work of sculpture, that is, a work of creating a figure in relation to a sensible and tangible volume;
(๓)งานภาพพิมพ์ ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพด้วยกรรมวิธีทางการพิมพ์ และหมายความรวมถึง แม่พิมพ์หรือแบบพิมพ์ที่ใช้ในการพิมพ์ ด้วย (3)work of printmaking, that is, a work of creating a picture through a printing process, and including a printing template or printing form used in printing also;
(๔)งานสถาปัตยกรรม ได้แก่ งานออกแบบอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง งานออกแบบตกแต่งภายในหรือภายนอก ตลอดจนบริเวณของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือการสร้างสรรค์หุ่นจำลองของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง (4)work of architecture, that is, a work of designing a building or construction, a work of designing or decorating the interior or exterior, including the vicinity, of a building or construction, or the creation of a replica of a building or construction;
(๕)งานภาพถ่าย ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพที่เกิดจากการใช้เครื่องมือบันทึกภาพโดยให้แสงผ่านเลนซ์ไปยังฟิล์มหรือกระจก และล้างด้วยน้ำยาซึ่งมีสูตรเฉพาะ หรือด้วยกรรมวิธีใด ๆ อันทำให้เกิดภาพขึ้น หรือการบันทึกภาพโดยเครื่องมือหรือวิธีการอย่างอื่น (5)work of photography, that is, a work of creating a picture, which is generated by using a picture recording instrument that allows the light to pass through a lens to a film or glass and is developed with a specific formula of chemical liquid, or by any process which originates a picture, or [a work of] recording a picture through a different instrument or method;
(๖)งานภาพประกอบ แผนที่ โครงสร้าง ภาพร่าง หรืองานสร้างสรรค์รูปทรงสามมิติอันเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ หรือวิทยาศาสตร์ (6)work of illustration, map, structure, sketch, or work of creating a three-dimensional figure which relates to geography, topography, or science;
(๗)งานศิลปประยุกต์ ได้แก่ งานที่นำเอางานตาม (๑) ถึง (๖) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น นอกเหนือจากการชื่นชมในคุณค่าของตัวงานดังกล่าวนั้น เช่น นำไปใช้สอย นำไปตกแต่งวัสดุหรือสิ่งของอันเป็นเครื่องใช้ หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า (7)work of applied art, that is, a work in which a kind of the works under (1) to (6), or several kinds thereof in combination, are utilised in any other manner than the appreciation in the value of the said works, such as for a practical use, for decoration of an object or item of utensil, or for a commercial use;
ทั้งนี้ ไม่ว่างานตาม (๑) ถึง (๗) จะมีคุณค่าทางศิลปะหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง ภาพถ่ายและแผนผังของงานดังกล่าว ด้วย irrespective of whether or not the works under (1) to (7) are of artistic value, and shall also include a photograph or diagram of such a work;
"ดนตรีกรรม" หมายความว่า งานเกี่ยวกับเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อบรรเลงหรือขับร้อง ไม่ว่าจะมีทำนองและคำร้อง หรือมีทำนองอย่างเดียว และให้หมายความรวมถึง โน้ตเพลงหรือแผนภูมิเพลงที่ได้แยกและเรียบเรียงเสียงประสานแล้ว "musical work" means a work relating to [a piece of] music which is composed for playing[9] or singing, whether having both melody and lyrics or having only the melody, and shall include a musical notation or musical chart which has been separated and arranged musically;
"โสตทัศนวัสดุ" หมายความว่า งานอันประกอบด้วยลำดับของภาพโดยบันทึกลงในวัสดุไม่ว่าจะมีลักษณะอย่างใด อันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีก โดยใช้เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการใช้วัสดุนั้น และให้หมายความรวมถึง เสียงประกอบงานนั้น ด้วย ถ้ามี "audiovisual work"[10] means a work which consists of a sequence of pictures recorded onto an object[11] of whatever form which can be replayed using an instrument necessary for the use thereof, and shall also include the soundtrack of such work, if any;
"ภาพยนตร์" หมายความว่า โสตทัศนวัสดุอันประกอบด้วยลำดับของภาพ ซึ่งสามารถนำออกฉายต่อเนื่องได้อย่างภาพยนตร์หรือสามารถบันทึกลงบนวัสดุอื่น เพื่อนำออกฉายต่อเนื่องได้อย่างภาพยนตร์ และให้หมายความรวมถึง เสียงประกอบภาพยนตร์นั้น ด้วย ถ้ามี "film" means an audiovisual work which consists of a sequence of pictures which can be screened continuously as moving pictures or can be recorded onto a different kind of object[11] in order to be screened continuously as moving pictures, and shall also include the soundtrack of such film, if any;
"สิ่งบันทึกเสียง" หมายความว่า งานอันประกอบด้วยลำดับของเสียงดนตรี เสียงการแสดง หรือเสียงอื่นใด โดยบันทึกลงในวัสดุไม่ว่าจะมีลักษณะใด ๆ อันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีกโดยใช้เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการใช้วัสดุนั้น แต่ทั้งนี้ มิให้หมายความรวมถึง เสียงประกอบภาพยนตร์ หรือเสียงประกอบโสตทัศนวัสดุอย่างอื่น "sound recording" means a work which consists of a sequence of musical sounds, sounds of performance, or any other sounds recorded onto an object[11] of whatever form which can be replayed using an instrument necessary for the use thereof, but this shall not include the soundtrack of a film or the soundtrack of [any] other kind of audiovisual work;
"นักแสดง" หมายความว่า ผู้แสดง นักดนตรี นักร้อง นักเต้น นักรำ และผู้ซึ่งแสดงท่าทาง ร้อง กล่าว พากย์ แสดงตามบทหรือในลักษณะอื่นใด "performer" means actor, musician, singer, nakten, nakram,[12] or[13] person who makes gestures, sings, makes utterances, does dubbing, or performs according to a script or in any other manner;
"งานแพร่เสียงแพร่ภาพ" หมายความว่า งานที่นำออกสู่สาธารณชนโดยการแพร่เสียงทางวิทยุกระจายเสียง การแพร่เสียงและหรือภาพทางวิทยุโทรทัศน์ หรือโดยวิธีอย่างอื่นอันคล้ายคลึงกัน "broadcast"[14] means a work which is issued to the public by transmission of sound through radio broadcasting,[15] transmission of sound and picture through television broadcasting,[16] or by any other similar means;
"ทำซ้ำ" หมายความรวมถึง คัดลอกไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ เลียนแบบ ทำสำเนา ทำแม่พิมพ์ บันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกเสียงและภาพ จากต้นฉบับ จากสำเนา หรือจากการโฆษณาในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน สำหรับในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้หมายความถึง คัดลอกหรือทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากสื่อบันทึกใด ไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน "reproduce" includes copying by whatever means, imitating, duplicating, producing a printing template of, recording the sound of, recording the picture of, or recording the sound and picture of the original, of a copy, or of a publication, in its essential part, whether in whole or in part; in relation to a computer program, it shall also include copying or duplicating a computer program in its essential part from any recording medium and by whatever means, without the characteristic of making a new work, whether in whole or in part;
"ดัดแปลง" หมายความว่า ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติม หรือจำลองงานต้นฉบับในส่วนอันเป็นสาระสำคัญโดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน "adapt" means to reproduce by converting,[17] improving, editing, or replicating an original work in its essential part, without the characteristic of making a new work, whether in whole or in part;
(๑)ในส่วนที่เกี่ยวกับวรรณกรรม ให้หมายความรวมถึง แปลวรรณกรรม เปลี่ยนรูปวรรณกรรม หรือรวบรวมวรรณกรรมโดยคัดเลือกและจัดลำดับใหม่ (1)in relation to a literary work, it shall include translating a literary work, converting[17] a literary work, or compiling a literary work through selection and reorganisation;[18]
(๒)ในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้หมายความรวมถึง ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญโดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำขึ้นใหม่ (2)in relation to a computer program, it shall include reproducing a computer program by converting, improving, or editing it in its essential part, without the characteristic of making a new [computer program];
(๓)ในส่วนที่เกี่ยวกับนาฏกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงานที่มิใช่นาฏกรรมให้เป็นนาฏกรรม หรือเปลี่ยนนาฏกรรมให้เป็นงานที่มิใช่นาฏกรรม ทั้งนี้ ไม่ว่าในภาษาเดิมหรือต่างภาษากัน (3)in relation to a dramatic work, it shall include changing a non-dramatic work into a dramatic work or changing a dramatic work into a non-dramatic work, whether in the original language or in a different language;
(๔)ในส่วนที่เกี่ยวกับศิลปกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงานที่เป็นรูปสองมิติหรือสามมิติให้เป็นรูปสามมิติหรือสองมิติ หรือทำหุ่นจำลองจากงานต้นฉบับ (4)in relation to an artistic work, it shall include changing a work which is a two-dimensional or three-dimensional image into a three-dimensional or two-dimensional image, or producing a replica of an original work;
(๕)ในส่วนที่เกี่ยวกับดนตรีกรรม ให้หมายความรวมถึง จัดลำดับ เรียบเรียงเสียงประสาน หรือเปลี่ยนคำร้องหรือทำนองใหม่ (5)in relation to a musical work, it shall include reorganising, rearranging musically, or changing the lyrics or melody;[19]
"เผยแพร่ต่อสาธารณชน" หมายความว่า ทำให้ปรากฏต่อสาธารณชน โดยการแสดง การบรรยาย การสวด การบรรเลง การทำให้ปรากฏด้วยเสียงและหรือภาพ การก่อสร้าง การจำหน่าย หรือโดยวิธีอื่นใดซึ่งงานที่ได้จัดทำขึ้น "communicate to the public" means to cause to be available to the public a work which has been made, by [means of] display,[7] narration, chanting, playing,[9] making available through sound and/or picture, construction, disposal,[20] or by any other means;
"การโฆษณา" หมายความว่า การนำสำเนาจำลองของงานไม่ว่าในรูปหรือลักษณะอย่างใดที่ทำขึ้นโดยความยินยอมของผู้สร้างสรรค์ออกจำหน่าย โดยสำเนาจำลองนั้นมีปรากฏต่อสาธารณชนเป็นจำนวนมากพอสมควรตามสภาพของงานนั้น แต่ทั้งนี้ ไม่หมายความรวมถึง การแสดงหรือการทำให้ปรากฏซึ่งนาฏกรรม ดนตรีกรรม หรือภาพยนตร์ การบรรยายหรือการปาฐกถาซึ่งวรรณกรรม การแพร่เสียงแพร่ภาพเกี่ยวกับงานใด การนำศิลปกรรมออกแสดง และการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรม "publish"[21] means to issue for disposal[20] replications[22] of a work which have been produced with the consent of the author, irrespective of whatever appearance or form they are in, when those replications are available to the public in a considerable quantity according to the nature of such work, but not including the display or making available of a dramatic work, musical work, or film, the giving of a narration or lecture on a literary work, the transmission of sound and picture in relation to any work, the exhibition of an artistic work, and the construction of a work of architecture;
"พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ "competent official" means a person appointed by the Minister to execute this Act;
"อธิบดี" หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และให้หมายความรวมถึง ผู้ซึ่งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญามอบหมาย ด้วย "Director-General" means the Director-General of the Department of Intellectual Property, and shall also include the person assigned by the Director-General of the Department of Intellectual Property;
"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการลิขสิทธิ์ "Commission" means the Copyright Commission;
"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ "Minister" means the Minister in charge of this Act.
มาตรา⁠ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ Section5.The Minister of Commerce shall be in charge of this Act and shall have the power to appoint competent officials and to issue ministerial regulations for the execution of this Act.
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ Those ministerial regulations shall become applicable upon their publication in the Government Gazette.

หมวด ๑
ลิขสิทธิ์


ส่วนที่ ๑
งานอันมีลิขสิทธิ์




มาตรางานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่ งานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ หรืองานอื่นใดในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ ของผู้สร้างสรรค์ ไม่ว่างานดังกล่าวจะแสดงออกโดยวิธีหรือรูปแบบอย่างใด Section6.A copyrighted work under this Act is a work of authorship in the type of literary work, dramatic work, artistic work, musical work, audiovisual work, film, sound recording, broadcast, or any other work in the field of literature, field of science, or field of art, which belongs to an author, irrespective of by whatever means or in whatever form it is expressed.
การคุ้มครองลิขสิทธิ์ ไม่คลุมถึง ความคิด หรือขั้นตอน กรรมวิธี หรือระบบ หรือวิธีใช้หรือทำงาน หรือแนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์ Copyright protection does not extend to ideas; or procedures, processes, or systems; or methods of use or operation;[23] or concepts, principles, discoveries, or scientific or mathematical theories.[24]
มาตราสิ่งต่อไปนี้ ไม่ถือว่า เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ Section7.The following are not deemed copyrighted works under this Act:
(๑)ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร อันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ (1)news of the day and facts with the characteristic of mere information, which are not works in the field of literature, field of science, or field of art;
(๒)รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย (2)constitutions and laws;
(๓)ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบ ของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น (3)rules, regulations,[25] announcements,[26] orders,[27] explanations, and correspondences of ministries, bureaus,[28] departments, or any other state or local agencies;
(๔)คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ (4)judgments,[29] orders,[30] rulings,[31] and official reports;[32]
(๕)คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (๑) ถึง (๔) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นจัดทำขึ้น (5)translations and collections of those under (1) to (4) which are made by a ministry, bureau,[28] department, or any other state or local agency.

ส่วนที่ ๒
การได้มาซึ่งลิขสิทธิ์



มาตราให้ผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่ตนได้สร้างสรรค์ขึ้น ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ Section8.The author shall be the holder[33] of the copyright in the work he has created, subject to the following conditions:
(๑)ในกรณีที่ยังไม่ได้มีการโฆษณางาน ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยหรืออยู่ในราชอาณาจักร หรือเป็นผู้มีสัญชาติหรืออยู่ในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย ตลอดระยะเวลาหรือเป็นส่วนใหญ่ในการสร้างสรรค์งานนั้น (1)in the event that the work has not yet been published, the author must have been a Thai national or have resided in the Kingdom, or have been a national of or have resided in a country which is a party to a convention on protection of copyright to which Thailand is also a party, throughout or for most of the time of creation of such work;
(๒)ในกรณีที่ได้มีการโฆษณางานแล้ว การโฆษณางานนั้นในครั้งแรกได้กระทำขึ้นในราชอาณาจักร หรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย หรือในกรณีที่การโฆษณาครั้งแรกได้กระทำนอกราชอาณาจักร หรือในประเทศอื่นที่ไม่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย หากได้มีการโฆษณางานดังกล่าวในราชอาณาจักร หรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการโฆษณาครั้งแรก หรือผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลักษณะตามที่กำหนดไว้ใน (๑) ในขณะที่มีการโฆษณางานครั้งแรก (2)in the event that the work has already been published, the work has been published for the first time in the Kingdom or in a country which is a party to a convention on protection of copyright to which Thailand is also a party; or in the event that the first publication has been done outside the Kingdom or in a country which is not a party to a convention on protection of copyright to which Thailand is also a party, the work is, within 30 days reckoned from the date of its first publication, published in the Kingdom or in a country which is a party to a convention on protection of copyright to which Thailand is also a party, or the author is of the characteristic stated in (1) at the time of the first publication.
ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย ถ้าผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล นิติบุคคลนั้นต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย In the event that an author is required to be a Thai national, if the author is a juristic person, such juristic person must have been set up in accordance with Thai law.[34]
มาตรางานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ในงานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างมีสิทธินำงานนั้นออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามที่เป็นวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงานนั้น Section9.As regards a work which has been created by an author in his capacity as a worker[35] or employee, the copyright in such work shall belong to the author, unless a different agreement has been adopted in writing. However, the employer has the right to communicate such work to the public according to the objectives of the hire of service.[36]
มาตรา๑๐งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น Section10.As regards a work which has been created by an author on account of being hired[37] by another person, the hirer shall be the holder[33] of the copyright in such work, save where the author and the hirer have adopted a different agreement.
มาตรา๑๑งานใดมีลักษณะเป็นการดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ให้ผู้ที่ได้ดัดแปลงนั้นมีลิขสิทธิ์ในงานที่ได้ดัดแปลงตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในงานของผู้สร้างสรรค์เดิมที่ถูกดัดแปลง Section11.When any work bears a characteristic of having been adapted from a copyrighted work under this Act with the permission of the owner of the copyright, the person who has carried out such adaptation shall hold[38] the copyright in the work of adaptation[39] according to this Act. However, this does not affect the rights of the copyright owner in the work of the original author which has been adapted.
มาตรา๑๒งานใดมีลักษณะเป็นการนำเอางานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มารวบรวมหรือประกอบเข้ากันโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือเป็นการนำเอาข้อมูลหรือสิ่งอื่นใดซึ่งสามารถอ่านหรือถ่ายทอดได้โดยอาศัยเครื่องกลหรืออุปกรณ์อื่นใดมารวบรวมหรือประกอบเข้ากัน หากผู้ที่ได้รวบรวมหรือประกอบเข้ากันได้รวบรวมหรือประกอบเข้ากันซึ่งงานดังกล่าวขึ้นโดยการคัดเลือกหรือจัดลำดับในลักษณะซึ่งมิได้ลอกเลียนงานของบุคคลอื่น ให้ผู้ที่ได้รวบรวมหรือประกอบเข้ากันนั้นมีลิขสิทธิ์ในงานที่ได้รวบรวมหรือประกอบเข้ากันตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในงาน หรือข้อมูล หรือสิ่งอื่นใด ของผู้สร้างสรรค์เดิมที่ถูกนำมารวบรวมหรือประกอบเข้ากัน Section12.When any work bears a characteristic of having been compiled or assembled from copyrighted works under this Act with the permission of the copyright owners, or having been compiled or assembled from data or any other things which can be read or transmitted using a machine or other device, if the compiler or assembler has compiled or assembled the said work by [means of] selection or organisation in a manner which does not imitate another person's work, the compiler or assembles shall hold[38] the copyright in the work of compilation or assemblage according this Act. However, this does not affect the rights of the copyright owners in the works, or data, or any other things of the original authors which have been compiled or assembled.
มาตรา๑๓ให้นำมาตรา ๘ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ มาใช้บังคับแก่การมีลิขสิทธิ์ตามมาตรา ๑๑ หรือมาตรา ๑๒ โดยอนุโลม Section13.Section 8, section 9, and section 10 shall apply mutatis mutandis to the holding[38] of copyright according to section 11 or section 12.
มาตรา๑๔กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น ย่อมมีลิขสิทธิ์ในงานที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการจ้าง หรือตามคำสั่ง หรือในความควบคุมของตน เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร Section14.A ministry, bureau,[28] department, or any other state or local agency does hold[38] the copyright in a work created on account of having been hired by it, or as ordered by it, or under its control, save where a different agreement has been adopted in writing.

ส่วนที่ ๓
การคุ้มครองลิขสิทธิ์



มาตรา๑๕ภายใต้บังคับมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๔ เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียว ดังต่อไปนี้ Section15.Subject to section 9, section 10, and section 14, the owner of the copyright does have the exclusive rights as follows:
(๑)ทำซ้ำหรือดัดแปลง (1)to reproduce or adapt [the work];
(๒)เผยแพร่ต่อสาธารณชน (2)to communicate [the work] to the public;
(๓)ให้เช่าต้นฉบับ หรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (3)to let for rent the original or copies of the computer program, audiovisual work, film, or sound recording;
(๔)ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (4)to give other persons the benefits accruing from the copyright;
(๕)อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (๑) (๒) หรือ (๓) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ (5)to permit other persons to use the right under (1), (2), or (3), with or without any conditions prescribed therefor; provided that the said conditions cannot be prescribed in such a manner that restricts competition unfairly.
การพิจารณาว่า เงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (๕) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง The consideration as to whether or not a condition prescribed according to paragraph 1 (5) would unfairly restrict competition shall be in accordance with the criteria, procedure, and conditions prescribed in ministerial regulations.
มาตรา๑๖ในกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ได้อนุญาตให้ผู้ใดใช้สิทธิตามมาตรา ๑๕ (๕) ย่อมไม่ตัดสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธินั้นได้ด้วย เว้นแต่ในหนังสืออนุญาตได้ระบุเป็นข้อห้ามไว้ Section16.In the event that the owner of the copyright under this Act has permitted anyone to use a right according to section 15(5), this does not prejudice the right of the owner of the copyright to permit another person to use such right also, save where a prohibition has been specified in the letter of permission.
มาตรา๑๗ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ Section17.Copyright is transferable.
เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอนให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ The owner of the copyright may transfer his copyright, in whole or in part, to another person, and the transfer may be subject to a time limit or may take effect for the entire term[40] of copyright protection.
การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดก ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่า เป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี The transfer of copyright according to paragraph 2 in any other way than succession[41] must be done in writing with the signatures of the transferor and the transferee. If no time limit is stated in the contract of transfer, it shall be deemed that the transfer is subject to a time limit of ten years.
มาตรา๑๘ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่า ตนเป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลง หรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย ทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร Section18.The author of a work copyrighted under this Act has the right to present himself as the author of the said work and has the right to prevent the transferee of his copyright or any other person from misrepresenting, reducing, adapting, or doing any other thing to such work to the extent that causes injury to the good name or credit of the author, and once the author has died, the heir of the author has the right to institute [at any time] throughout the term of copyright protection an action for enforcing the described right, save where a different agreement has been adopted in writing.

ส่วนที่ ๔
อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์



มาตรา๑๙ภายใต้บังคับมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปี นับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย Section19.Subject to section 21 and section 22, the copyright under this Act shall exist throughout the lifetime of the author and shall continue to exist for a period of fifty more years reckoned from the death of the author.
ในกรณีที่มีผู้สร้างสรรค์ร่วม ลิขสิทธิ์ในงานดังกล่าวให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ร่วม และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย In the event of joint authorship, the copyright in the work[42] shall exist throughout the lifetime of the joint authors and shall continue to exist for a period of fifty more years reckoned from the death of the last [surviving] joint author.
ถ้าผู้สร้างสรรค์หรือผู้สร้างสรรค์ร่วมทุกคนถึงแก่ความตายก่อนที่ได้มีการโฆษณางานนั้น ให้ลิขสิทธิ์ดังกล่าวมีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก If the author or all of the joint authors die prior to the publication of the work, the said copyright shall last for a term of fifty years reckoned from the taking place of the first publication.
ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก In the event that the author is a juristic person, the copyright shall last for a term of fifty years reckoned from the creation of the work by the author, but if the work is published during the said period of time, the copyright shall last for a term of fifty years reckoned from the taking place of the first publication.
มาตรา๒๐งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยผู้สร้างสรรค์ใช้นามแฝงหรือไม่ปรากฏชื่อผู้สร้างสรรค์ ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก Section20.As regards a copyrighted work under this Act which has been created by a pseudonymous or anonymous author, the copyright shall last for a term of fifty years reckoned from the creation of such work, but if the work is published during the said period of time, the copyright shall last for a term of fifty years reckoned from the taking place of the first publication.
ในกรณีที่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ให้นำมาตรา ๑๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม In the event that the author is known, section 19 shall apply mutatis mutandis.
มาตรา๒๑ลิขสิทธิ์ในงานภาพถ่าย โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง หรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพ ให้มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก Section21.The copyright in a work of photography, audiovisual work, film, sound recording, or broadcast shall last for a term of fifty years reckoned from the creation of such work, but if the work is published during the said period of time, the copyright shall last for a term of fifty years reckoned from the taking place of the first publication.
มาตรา๒๒ลิขสิทธิ์ในงานศิลปประยุกต์ ให้มีอายุยี่สิบห้าปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุยี่สิบห้าปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก Section22.The copyright in a work of applied art shall last for a term of fifty years reckoned from the creation of such work, but if the work is published during the said period of time, the copyright shall last for a term of fifty years reckoned from the taking place of the first publication.
มาตรา๒๓ลิขสิทธิ์ในงานที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการจ้าง หรือตามคำสั่ง หรือในความควบคุมตามมาตรา ๑๔ ให้มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก Section23.The copyright of a work which has been created on account of a hire [agreement], or by virtue of an order, or under the control according to section 14 shall last for a term of fifty years reckoned from the creation of such work, but if the work is published during the said period of time, the copyright shall last for a term of fifty years reckoned from the taking place of the first publication.
มาตรา๒๔การโฆษณางานตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๒๓ อันเป็นการเริ่มนับอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ หมายความถึง การนำงานออกทำการโฆษณาโดยความยินยอมของเจ้าของลิขสิทธิ์ Section24.The publication of a work according to section 19, section 20, section 21, section 22, or section 23, from which the term of copyright protection starts to be reckoned, means the issuing of the work for publication with the consent of the copyright owner.
มาตรา๒๕เมื่ออายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ครบกำหนดในปีใด ถ้าวันครบกำหนดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ไม่ตรงกับวันสิ้นปีปฏิทิน หรือในกรณีที่ไม่อาจทราบวันครบกำหนดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ที่แน่นอน ให้ลิขสิทธิ์ยังคงมีอยู่ต่อไปจนถึงวันสิ้นปีปฏิทินของปีนั้น Section25.When the term of copyright protection completes in any year, if the date of completion of the term of copyright does not correspond to the final day of the calendar year or in the event that the exact date of completion of the term of copyright protection cannot be ascertained, the copyright shall continue to exist until the final day of that calendar year.[43]
มาตรา๒๖การนำงานอันมีลิขสิทธิ์ออกทำการโฆษณาภายหลังจากที่อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์สิ้นสุดลง ไม่ก่อให้เกิดลิขสิทธิ์ในงานนั้น ๆ ขึ้นใหม่ Section26.The issuing of a copyrighted work for publication after the term of copyright protection has terminated does not result in the revival of the copyright in such work.

ส่วนที่ ๕
การละเมิดลิขสิทธิ์



มาตรา๒๙การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕ (๕) ให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้ Section27.The conduct of a particular act upon a work copyrighted under this Act without having obtained the permission under section 15(5) shall be deemed to be an infringement of the copyright, should the act be [any of] the following:
(๑)ทำซ้ำหรือดัดแปลง (1)reproducing or adapting;
(๒)เผยแพร่ต่อสาธารณชน (2)communicating to the public.
มาตรา๒๘การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ หรือสิ่งบันทึกเสียงอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕ (๕) ทั้งนี้ ไม่ว่าในส่วนที่เป็นเสียงและหรือภาพ ให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้ Section28.The conduct of a particular act upon an audiovisual work, film, or sound recording copyrighted under this Act without having obtained the permission under section 15(5), whether in relation to either the sound or picture or to both the sound and picture,[44] shall be deemed to be an infringement of the copyright, should the act be [any of] the following:
(๑)ทำซ้ำหรือดัดแปลง (1)reproducing or adapting;
(๒)เผยแพร่ต่อสาธารณชน (2)communicating to the public.
(๓)ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานดังกล่าว (3)letting for rent the original or copies of the said work.
มาตรา๒๙การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานแพร่เสียงแพร่ภาพอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕ (๕) ให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้ Section29.The conduct of a particular act upon a broadcast copyrighted under this Act without having obtained the permission under section 15(5) shall be deemed to be an infringement of the copyright, should the act be [any of] the following:
(๑)จัดทำโสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง หรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (1)making an audiovisual work, film, sound recording, or broadcast, whether in whole or in part;
(๒)แพร่เสียงแพร่ภาพซ้ำ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (2)retransmitting the sound and picture, whether in whole or in part;
(๓)จัดให้ประชาชนฟังและหรือชมงานแพร่เสียงแพร่ภาพ โดยเรียกเก็บเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นในทางการค้า (3)making arrangements for the public[45] to listen to and/or view the broadcast, with a demand for money or other commercial benefit.
มาตรา๓๐การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่โปรแกรมคอมพิวเตอร์อันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕ (๕) ให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้ Section30.The conduct of a particular act upon a computer program copyrighted under this Act without having obtained the permission under section 15(5) shall be deemed to be an infringement of the copyright, should the act be [any of] the following:
(๑)ทำซ้ำหรือดัดแปลง (1)reproducing or adapting;
(๒)เผยแพร่ต่อสาธารณชน (2)communicating to the public;
(๓)ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานดังกล่าว (3)letting for rent the original or copies of the said work.
มาตรา๓๑ผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่า งานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นเพื่อหากำไร ให้ถือว่า ผู้นั้นกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้ Section31.Anyone who, having known already or having a reason for which he should have known that any work has been produced through an infringement of the copyright of another person, conducts a particular act upon such work with a view to seeking profit, shall be deemed to commit an infringement of the copyright, should the act be [any of] the following:
(๑)ขาย มีไว้เพื่อขาย เสนอขาย ให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือเสนอให้เช่าซื้อ (1)selling, possessing for sale, offering for sale, letting for rent, offering for rent, selling on hire-purchase, or offering for hire-purchase;
(๒)เผยแพร่ต่อสาธารณชน (2)communicating to the public;
(๓)แจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ (3)distributing in such a manner that would cause injury to the owner of the copyright;
(๔) (4)นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร

ส่วนที่ ๖
ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์



มาตรา๓๒การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์ และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ Section32.The conduct of [any] act upon another person's work copyrighted under this Act shall not be deemed to be an infringement of the copyright, if it is not contrary to the copyright owner's ordinary exploitation of the copyrighted work and does not immoderately affect the lawful rights of the copyright owner.
ภายใต้บังคับบทบัญญัติในวรรคหนึ่ง การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามวรรคหนึ่ง มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้ Subject to the provision of paragraph 1, the conduct of a particular act upon a copyrighted work in accordance with paragraph 1 shall not be deemed to be an infringement of the copyright, should the act be [any of] the following:
(๑)วิจัยหรือศึกษางานนั้น อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร (1)the carrying out of a research or study on the work without a view to seeking profit;
(๒)ใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือเพื่อประโยชน์ของตนเอง และบุคคลอื่นในครอบครัว หรือญาติสนิท (2)the use for personal benefit or for the benefit of one's own and another person in the family or a close relative;
(๓)ติชม วิจารณ์ หรือแนะนำผลงาน โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น (3)the giving of a comment, criticism, or recommendation on the work with an acknowledgement of the ownership of the copyright in such work;
(๔)เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชน โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น (4)the presentation of a news report through mass communication with an acknowledgement of the ownership of the copyright in such work;
(๕)ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของศาลหรือเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย หรือในการรายงานผลการพิจารณาดังกล่าว (5)the reproduction, adaptation, exhibition, or making available for the sake of the consideration of a court or public officer empowered by a law or in the reporting of the outcome of such consideration;
(๖)ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏโดยผู้สอน เพื่อประโยชน์ในการสอนของตน อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร (6)the reproduction, adaptation, exhibition, or making available by a teacher for the sake of his own teaching, without a view to seeking profit;
(๗)ทำซ้ำ ดัดแปลงบางส่วนของงาน หรือตัดทอน หรือทำบทสรุป โดยผู้สอนหรือสถาบันศึกษา เพื่อแจกจ่ายหรือจำหน่ายแก่ผู้เรียนในชั้นเรียนหรือในสถาบันศึกษา ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการกระทำเพื่อหากำไร (7)the reproduction, adaptation of certain parts of the work, or reduction, or summarisation by a teacher or educational institution for distribution or disposal[20] amongst the students in a class or educational institution, without a view to seeking profit;
(๘)นำงานนั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ (8)the use of the work as part of questions and answers in an examination.[46]
มาตรา๓๓การกล่าว คัดลอก เลียน หรืออ้างอิงงานบางตอนตามสมควรจากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง Section33.The quoting,[47] copying, imitating, or referring to certain parts of a work copyrighted under this Act with an acknowledgement of the ownership of the copyright in such work shall not be deemed to be an infringement of the copyright, if section 32, paragraph 1, is abided by.
มาตรา๓๔การทำซ้ำโดยบรรณารักษ์ของห้องสมุดซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากการทำซ้ำนั้นมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง ในกรณีดังต่อไปนี้ Section34.In the following cases, the reproduction, by a librarian of a library, of a work copyrighted under this Act, shall not be deemed to be an infringement of the copyright, if such reproduction is without a view to seeking profit and section 32, paragraph 1, is abided by:
(๑)การทำซ้ำเพื่อใช้ในห้องสมุดหรือให้แก่ห้องสมุดอื่น (1)the reproduction for use in the library or for another library;
(๒)การทำซ้ำงานบางตอนตามสมควรให้แก่บุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ในการวิจัยหรือการศึกษา (2)the appropriate reproduction of certain parts of the work for another person for the sake of a research or study.
มาตรา๓๕การกระทำแก่โปรแกรมคอมพิวเตอร์อันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง ในกรณีดังต่อไปนี้ Section35.The conduct of [any of] the following acts upon a computer program[48] copyrighted under this Act shall not be deemed to be an infringement of the copyright if it is without a view to seeking profit and section 32, paragraph 1, is abided by:
(๑)วิจัยหรือศึกษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น (1)the carrying out of a research or study on the computer program;
(๒)ใช้เพื่อประโยชน์ของเจ้าของสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น (2)the use for the sake of the owner of a copy of the computer program;
(๓)ติชม วิจารณ์ หรือแนะนำผลงาน โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น (3)the giving of a comment, criticism, or recommendation on the work with an acknowledgement of the ownership of the copyright in the computer program;
(๔)เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชน โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น (4)the presentation of a news report through mass communication with an acknowledgement of the ownership of the copyright in the computer program;
(๕)ทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในจำนวนที่สมควรโดยบุคคลผู้ซึ่งได้ซื้อหรือได้รับโปรแกรมนั้นมาจากบุคคลอื่นโดยถูกต้อง เพื่อเก็บไว้ใช้ประโยชน์ในการบำรุงรักษาหรือป้องกันการสูญหาย (5)the making of copies of the computer program in an appropriate quantity by a person who has rightfully bought or received from another person the said program, in order to store them for use in maintenance or prevention of loss;
(๖)ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของศาลหรือเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย หรือในการรายงานผลการพิจารณาดังกล่าว (6)the reproduction, adaptation, exhibition, or making available for the sake of the consideration of a court or public officer empowered by a law or in the reporting of the outcome of such consideration;
(๗)นำโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ (7)the use of the computer program as part of questions and answers in an examination;[46]
(๘)ดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในกรณีที่จำเป็นแก่การใช้ (8)the adaptation of the computer program in the event that this is required for [its] use;
(๙)จัดทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อเก็บรักษาไว้สำหรับการอ้างอิงหรือค้นคว้าเพื่อประโยชน์ของสาธารณชน (9)the making of copies of the computer program, so as to keep them for reference or research in the interest of the public.
มาตรา๓๖การนำงานนาฏกรรมหรือดนตรีกรรมออกแสดงเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชนตามความเหมาะสม โดยมิได้จัดทำขึ้นหรือดำเนินการเพื่อหากำไรเนื่องจากการจัดให้มีการเผยแพร่ต่อสาธารณชนนั้น และมิได้จัดเก็บค่าเข้าชมไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม และนักแสดงไม่ได้รับค่าตอบแทนในการแสดงนั้น มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากเป็นการดำเนินการโดยสมาคม มูลนิธิ หรือองค์การอื่นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการสาธารณกุศล การศึกษา การศาสนา หรือการสังคมสงเคราะห์ และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง Section36.The exhibition of a dramatic work or musical work in order to communicate it to the public as appropriate, which is not organised or carried out with a view to seeking profit in return for its communication to the public, and for which no admission charge is collected, either directly or indirectly, and in which the performers receive no remuneration in return for the performance, shall not be deemed to be an infringement of the copyright, if it is carried out by an association, foundation, or other organisation with objectives for public charity, education, religion, or social welfare, and section 32, paragraph 1, is abided by.
มาตรา๓๗การวาดเขียน การเขียนระบายสี การก่อสร้าง การแกะลายเส้น การปั้น การแกะสลัก การพิมพ์ภาพ การถ่ายภาพ การถ่ายภาพยนตร์ การแพร่ภาพ หรือการกระทำใด ๆ ทำนองเดียวกันนี้ซึ่งศิลปกรรมใดอันตั้งเปิดเผยประจำอยู่ในที่สาธารณะ นอกจากงานสถาปัตยกรรม มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมนั้น Section37.The drawing, painting, construction, engraving, modelling,[49] carving, printmaking, taking of a picture, shooting of a film, [or] transmission of a picture of, or the conduct of any similar act upon, any artistic work, other than a work of architecture, located in a public place in an open and fixed[50] manner, shall not be deemed to be an infringement of the copyright in such artistic work.
มาตรา๓๘การวาดเขียน การเขียนระบายสี การแกะลายเส้น การปั้น การแกะสลัก การพิมพ์ภาพ การถ่ายภาพ การถ่ายภาพยนตร์ หรือการแพร่ภาพซึ่งงานสถาปัตยกรรมใด มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสถาปัตยกรรมนั้น Section38.The drawing, painting, engraving, modelling,[49] carving, printing of a picture, taking of a picture, shooting of a film, or transmission of a picture of any work of architecture shall not be deemed to be an infringement of the copyright in such work of architecture.
มาตรา๓๙การถ่ายภาพ หรือการถ่ายภาพยนตร์ หรือการแพร่ภาพ ซึ่งงานใด ๆ อันมีศิลปกรรมใดรวมอยู่เป็นส่วนประกอบด้วย มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมนั้น Section39.The taking of a picture, or shooting of a film, or transmission of a picture of any work in which any artistic work is included as a component shall not be deemed to be an infringement of the copyright in such artistic work.
มาตรา๔๐ในกรณีที่ลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมใดมีบุคคลอื่นนอกจากผู้สร้างสรรค์เป็นเจ้าของอยู่ด้วย การที่ผู้สร้างสรรค์คนเดียวกันได้ทำศิลปกรรมนั้นอีกในภายหลังในลักษณะที่เป็นการทำซ้ำบางส่วนกับศิลปกรรมเดิม หรือใช้แบบพิมพ์ ภาพร่าง แผนผัง แบบจำลอง หรือข้อมูลที่ได้จากการศึกษาที่ใช้ในการทำศิลปกรรมเดิม ถ้าปรากฏว่า ผู้สร้างสรรค์มิได้ทำซ้ำหรือลอกแบบในส่วนอันเป็นสาระสำคัญของศิลปกรรมเดิม มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมนั้น Section40.In the event that the ownership of the copyright in any artistic work is shared by another person than the author, an act by which the same author subsequently produces such artistic work again in a manner that constitutes a reproduction of certain parts of the original artistic work, or that uses a printing form, sketch, diagram, model, or data obtained from a study, once used in the production of the original artistic work, shall not be deemed to be an infringement of the copyright in such artistic work, if it appears that the author does not reproduce, or copy the form of, any essential part of the original artistic work.
มาตรา๔๑อาคารใดเป็นงานสถาปัตยกรรมอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ การบูรณะอาคารนั้นในรูปแบบเดิม มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ Section41.As regards any building which is a work of architecture copyrighted under this Act, the restoration of such building in the same form shall not be deemed to be an infringement of the copyright.
มาตรา๔๒ในกรณีที่อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ใดสิ้นสุดลงแล้ว มิให้ถือว่า การนำภาพยนตร์นั้นเผยแพร่ต่อสาธารณชนเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ สิ่งบันทึกเสียง หรืองานที่ใช้จัดทำภาพยนตร์นั้น Section42.In the event that the term of protection of the copyright in any film has already terminated, it shall not be deemed that the communication of such film to the public is an infringement of the copyright in the literary works, dramatic works, artistic works, musical works, audiovisual works, sound recordings, or [other] works used in the making of that film.
มาตรา๔๓การทำซ้ำเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการ โดยเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย หรือตามคำสั่งของเจ้าพนักงานดังกล่าว ซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ และที่อยู่ในความครอบครองของทางราชการ มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง Section43.The reproduction for the sake of the performance of an official function, by a public officer empowered by a law or by virtue of an order of the said public officer, of a work which is copyrighted under this Act and is in the possession of an official agency, shall not be deemed to be an infringement of the copyright, if section 32, paragraph 1, is abided by.

หมวด ๒
สิทธิของนักแสดง



มาตรา๔๔นักแสดงย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวในการกระทำอันเกี่ยวกับการแสดงของตน ดังต่อไปนี้ Section44.A performer does have the exclusive right to conduct the following acts in relation to his own performance:
(๑)แพร่เสียงแพร่ภาพหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งการแสดง เว้นแต่จะเป็นการแพร่เสียงแพร่ภาพหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนจากสิ่งบันทึกการแสดงที่มีการบันทึกไว้แล้ว (1)the transmission of the sound and picture of or the communication to the public of a performance, save the transmission of the sound and picture of or communication to the public of an already recorded performance from a performance recording;[51]
(๒)บันทึกการแสดงที่ยังไม่มีการบันทึกไว้แล้ว (2)the recording of a performance which has not yet been recorded;
(๓)ทำซ้ำซึ่งสิ่งบันทึกการแสดงที่มีผู้บันทึกไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนักแสดง หรือสิ่งบันทึกการแสดงที่ได้รับอนุญาตเพื่อวัตถุประสงค์อื่น หรือสิ่งบันทึกการแสดงที่เข้าข้อยกเว้นการละเมิดสิทธิของนักแสดงตามมาตรา ๕๓ (3)the reproduction of a performance recording which has been made by someone without having obtained the permission of the performer, or a performance recording which has been permitted for a different purpose, or a performance recording which falls within the exceptions to infringement of performers' rights under section 53.
มาตรา๔๕ผู้ใดนำสิ่งบันทึกเสียงการแสดงซึ่งได้นำออกเผยแพร่เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าแล้ว หรือนำสำเนาของงานนั้น ไปแพร่เสียงหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยตรง ให้ผู้นั้นจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรมแก่นักแสดง ในกรณีที่ตกลงค่าตอบแทนไม่ได้ ให้อธิบดีเป็นผู้มีคำสั่งกำหนดค่าตอบแทน ทั้งนี้ โดยให้คำนึงถึงอัตราค่าตอบแทนปกติในธุรกิจประเภทนั้น Section45.Anyone who directly transmits the sound and picture of or publishes to the public a sound recording of a performance which has already been issued for publication with a commercial purpose or a copy of such work shall pay a fair amount of remuneration to the performer. In the event that the remuneration cannot be agreed upon, the Director-General shall give an order prescribing the remuneration, having regard to the ordinary rate of remuneration for such type of business.
คำสั่งของอธิบดีตามวรรคหนึ่ง คู่กรณีอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของอธิบดี คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด As regards the order of the Director-General under paragraph 1, [either] party may lodge an appeal with the Commission within 90 days reckoned from the date of its receipt of a written notice of the order of the Director-General. The ruling of the Commission shall be final.
มาตรา๔๖ในกรณีที่การแสดงหรือการบันทึกเสียงการแสดงใดมีนักแสดงมากกว่าหนึ่งคนขึ้นไป นักแสดงเหล่านั้นอาจแต่งตั้งตัวแทนร่วมเพื่อดูแลหรือบริหารเกี่ยวกับสิทธิของตนได้ Section46.In the event that any performance or sound recording of a performance involves more than one performer, those performers may appoint a joint agent for taking care of or managing[52] their rights.
มาตรา๔๗ให้นักแสดงมีสิทธิในการแสดงตามมาตรา ๔๔ หากเป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ Section47.A performer shall have the right in his performance according to section 44 if the following conditions are met:
(๑)นักแสดงนั้นมีสัญชาติไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือ (1)the performer has Thai nationality or has a residence in the Kingdom; or
(๒)การแสดงหรือส่วนใหญ่ของการแสดงนั้นเกิดขึ้นในราชอาณาจักร หรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของนักแสดงซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย (2)the performance or most of the performance takes place in the Kingdom or in a country which is a party to a convention on protection of performers' rights to which Thailand is also a party.
มาตรา๔๘ให้นักแสดงมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนตามมาตรา ๔๕ หากเป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ Section48.A performer shall have the right to receive the remuneration under section 45 if the following conditions are met:
(๑)นักแสดงมีสัญชาติไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ในขณะที่มีการบันทึกเสียงการแสดงนั้น หรือในขณะที่เรียกร้องสิทธิ หรือ (1)the performer has Thai nationality or has a residence in the Kingdom at the time the sound of his performance is recorded or at the time the right is claimed; or
(๒)การบันทึกเสียงการแสดงหรือส่วนใหญ่ของการบันทึกเสียงการแสดงนั้นเกิดขึ้นในราชอาณาจักร หรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของนักแสดงซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย (2)the recording of the sound of the performance or most of the recording of the sound of the performance takes place in the Kingdom or in a country which is a party to a convention on protection of performers' rights to which Thailand is also a party.
มาตรา๔๙สิทธิของนักแสดงตามมาตรา ๔๔ ให้มีอายุห้าสิบปีนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินของปีที่มีการแสดง ในกรณีที่มีการบันทึกการแสดง ให้มีอายุห้าสิบปีนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินของปีที่มีการบันทึกการแสดง Section49.The right of a performer according to section 44 shall last for a term of fifty years reckoned from the final day of the calendar year[53] in which the performance takes place. In the event that the performance is recorded, the term shall be fifty years reckoned from the final day of the calendar year[53] in which the recording takes place.
มาตรา๕๐สิทธิของนักแสดงตามมาตรา ๔๕ ให้มีอายุห้าสิบปีนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินของปีที่ได้มีการบันทึกเสียงการแสดง Section50.The right of a performer according to section 45 shall last for a term of fifty years reckoned from the final day of the calendar year[53] in which the recording of the sound of the performance takes place.
มาตรา๕๑สิทธิของนักแสดงตามมาตรา ๔๔ และมาตรา ๔๕ ย่อมโอนให้แก่กันได้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน และจะโอนให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองก็ได้ Section51.The rights of a performer according to section 44 and section 45 are transferrable, whether [they are to be transferred] in whole or in part, and the transfer may be subject to a time limit or may take effect for the entire term[40] of protection.
ในกรณีที่มีนักแสดงมากกว่าหนึ่งคนขึ้นไป นักแสดงมีสิทธิโอนเฉพาะสิทธิส่วนที่เป็นของตนเท่านั้น In the event that there is more than one performer [involved], [each] performer has the right to transfer only the part of the rights which belongs to him.
การโอนโดยทางอื่นนอกจากทางมรดก ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่า เป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสามปี The transfer in any other way than succession[41] must be conducted in writing with the signatures of the transferor and the transferee. If no time limit is stated in the contract of transfer, it shall be deemed that the transfer is subject to a time limit of three years.
มาตรา๕๒ผู้ใดกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา ๔๔ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนักแสดง หรือไม่จ่ายค่าตอบแทนตามมาตรา ๔๕ ให้ถือว่า ผู้นั้นละเมิดสิทธิของนักแสดง Section52.Anyone who conducts any of the acts under section 44 without having obtained the permission of the performer or fails to pay the remuneration under section 45 shall be deemed to infringe the right of the performer.
มาตรา๕๓ให้นำมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ มาใช้บังคับแก่สิทธิของนักแสดงโดยอนุโลม Section53.Section 32, section 33, section 34, section 36, section 42, and section 43 shall apply mutatis mutandis to the performers' rights.

หมวด ๓
การใช้ลิขสิทธิ์ในพฤติการณ์พิเศษ



มาตรา๕๔ผู้มีสัญชาติไทยซึ่งประสงค์จะขออนุญาตใช้ลิขสิทธิ์ในงานที่มีการเผยแพร่ต่อสาธารณชนในรูปของสิ่งพิมพ์หรืออย่างอื่นที่คล้ายคลึงกันตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อประโยชน์ในการเรียน การสอน หรือค้นคว้า ที่มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร อาจยื่นคำขอต่ออธิบดี โดยแสดงหลักฐานว่า ผู้ขอได้ขออนุญาตใช้ลิขสิทธิ์ในการจัดทำคำแปลเป็นภาษาไทย หรือทำซ้ำสำเนางานที่ได้เคยจัดพิมพ์งานแปลเป็นภาษาไทยดังกล่าว จากเจ้าของลิขสิทธิ์ แต่ได้รับการปฏิเสธ หรือเมื่อได้ใช้เวลาอันสมควรแล้ว แต่ตกลงกันไม่ได้ ถ้าปรากฏว่า ในขณะที่ยื่นคำขอดังกล่าว Section54.A Thai national who wishes to apply for the permission to use the copyright in a work which has been communicated to the public in the form of printed material or other similar form according to this Act for a purpose of study, teaching, or research without a view to seeking profit may file an application with the Director-General together with the evidence that the applicant once applied to the copyright owner for, but was denied, his permission to use the copyright for making a Thai translation [of his work] or for reproducing copies of a previously printed Thai translation of his work,[54] or that a reasonable time has been taken to reach any agreement between them, but to no avail; if, at the time the said application is filed, it appears that:
(๑)เจ้าของลิขสิทธิ์มิได้จัดทำหรืออนุญาตให้ผู้ใดจัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยของงานดังกล่าวออกทำการโฆษณาภายในสามปีหลังจากที่ได้มีการโฆษณางานเป็นครั้งแรก หรือ (1)the copyright owner has not made or permitted anyone to make a Thai translation of the said work for publication within three years after the first publication of the work; or
(๒)เจ้าของลิขสิทธิ์ได้จัดพิมพ์คำแปลงานของตนเป็นภาษาไทยออกทำการโฆษณา ซึ่งเมื่อพ้นกำหนดสามปีหลังจากที่ได้จัดพิมพ์คำแปลงานดังกล่าวครั้งสุดท้าย ไม่มีการจัดพิมพ์คำแปลงานนั้นอีก และไม่มีสำเนาคำแปลงานดังกล่าวในท้องตลาด (2)the copyright owner has printed a Thai translation of his own work for publication, but, after elapse of the period of three years following the last printing of the said translation, no translation of such work has been printed again and no copy of the translation of the said work is longer available in the market.
การขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ The application for permission under paragraph 1 shall be in accordance with the following criteria, procedure, and conditons:
(๑)การขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้อธิบดีมีคำสั่งอนุญาต หากระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง (๑) หรือ (๒) สิ้นสุดลงไม่เกินหกเดือน (1)when the application for permission under paragraph 1 is made, the Director-General shall not give an order of permission if six months after the termination of the period of time under paragraph (1) or (2) are not yet over;
(๒)ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งอนุญาต ให้ผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการจัดทำคำแปลหรือจัดพิมพ์คำแปลงานที่ได้รับอนุญาตดังกล่าว และในกรณีที่ระยะเวลาในหนังสืออนุญาตยังไม่สิ้นสุดลงหรือสิ้นสุดยังไม่เกินหกเดือน ห้ามมิให้อธิบดีอนุญาตให้บุคคลอื่นจัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยในงานลิขสิทธิ์เดียวกันนั้นอีก (2)in the event that the Director-General gives an order of permission, the permitted person shall have the exclusive right to make a translation of or print a translation of the work for which the permission is thus given; and in the event that the period of time [stated] in the letter of permission does not yet terminate or six months after its termination are not yet over, the Director-General shall not permit another person to make a Thai translation of the same copyrighted work;
(๓)ห้ามมิให้ผู้ได้รับอนุญาตโอนสิทธิที่ได้รับอนุญาตให้แก่บุคคลอื่น (3)the permitted person shall not transfer to another person the right for which the permission is given;
(๔)ถ้าเจ้าของลิขสิทธิ์หรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์แสดงต่ออธิบดีว่า ตนได้จัดทำคำแปลเป็นภาษาไทย หรือจัดพิมพ์คำแปลงานดังกล่าวเป็นภาษาไทย โดยมีเนื้อหาเหมือนกันกับสิ่งพิมพ์ที่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๕๕ และจำหน่ายสิ่งพิมพ์นั้นในราคาที่เหมาะสมโดยเปรียบเทียบกับงานอื่นในลักษณะเดียวกันที่จำหน่ายในประเทศไทย ให้อธิบดีมีคำสั่งว่า หนังสืออนุญาตที่ออกให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตเป็นอันสิ้นสุดลง และแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตทราบถึงคำสั่งดังกล่าวโดยไม่ชักช้า (4)if the copyright owner or the person permitted to use the rights of the copyright owner demonstrates to the Director-General that he has made a Thai translation [of the work] or has printed a Thai translation of the said work which has the same contents as the printed material for which the permission is given in accordance with section 55 and disposes such printed material of[20] at an appropriate price compared to other similar types of works disposed of in Thailand, the Director-General shall give an order that the letter of permission issued to the permitted person be terminated, and shall notify the permitted person of the said order without delay;
สำเนาสิ่งพิมพ์ที่จัดทำหรือจัดพิมพ์ขึ้นก่อนที่อธิบดีมีคำสั่งให้หนังสืออนุญาตสิ้นสุดลง ผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิที่จะจำหน่ายสำเนาดังกล่าวจนกว่าจะหมดสิ้นไป as regards the copies of the printed material which have been made or printed before the Director-General gives the order terminating the letter of permission, the permitted person has the right to dispose them of[20] until they are no more;
(๕)ห้ามมิให้ผู้ได้รับอนุญาตส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งสำเนาสิ่งพิมพ์ที่ได้รับอนุญาตให้จัดแปลหรือจัดทำเป็นภาษาไทยดังกล่าว เว้นแต่จะเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (5)the permitted person shall not send out of the Kingdom copies of the printed material which has been permitted to be translated into or made in the Thai language as said, save where the following conditions are met:
(ก)ผู้รับที่อยู่ต่างประเทศเป็นบุคคลสัญชาติไทย (a)the recipient abroad is a Thai national;
(ข)สิ่งพิมพ์ดังกล่าวใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการเรียน การสอน หรือค้นคว้า (b)the said printed material is used for a purpose of study, teaching, or research;
(ค)การส่งสิ่งพิมพ์ดังกล่าวจะต้องไม่เป็นไปเพื่อการค้า และ (c)the sending of the said printed material is not for a commercial purpose; and
(ง)ประเทศที่สิ่งพิมพ์ถูกส่งไปดังกล่าวจะต้องอนุญาตให้ประเทศไทยส่งหรือแจกจ่ายสิ่งพิมพ์ดังกล่าวในประเทศนั้น (d)the country to which the printed material is to be sent must permit Thailand to send or distribute the said printed material in its territory.[55]
มาตรา๕๕เมื่อได้รับคำขอตามมาตรา ๕๔ ให้อธิบดีดำเนินการให้มีการตกลงกันระหว่างคู่กรณีในเรื่องค่าตอบแทนและเงื่อนไขการใช้ลิขสิทธิ์ ในกรณีที่ตกลงกันไม่ได้ ให้อธิบดีเป็นผู้พิจารณามีคำสั่งกำหนดค่าตอบแทนที่เป็นธรรม โดยให้คำนึงถึงอัตราค่าตอบแทนปกติในธุรกิจประเภทนั้น และอาจกำหนดเงื่อนไขการใช้ลิขสิทธิ์ตามที่เห็นสมควร Section55.Upon receiving the application under section 54, the Director-General shall arrange for the parties to reach an agreement in respect of the remuneration and the conditions on the use of copyright between them. In the event that no agreement can be reached, the Director-General shall consider giving an order prescribing a fair amount of remuneration, having regard to the ordinary rate of remuneration for such type of business, and may prescribe certain conditions on the use of copyright as he finds appropriate.
เมื่อได้มีการกำหนดค่าตอบแทนและเงื่อนไขการใช้ลิขสิทธิ์แล้ว ให้อธิบดีออกหนังสืออนุญาตให้แก่ผู้ขอใช้ลิขสิทธิ์ Upon having prescribed the remuneration and the conditions on the use of copyright, the Director-General shall issue a letter of permission to the applicant for the use of copyright.
คำสั่งของอธิบดีตามวรรคหนึ่ง คู่กรณีอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของอธิบดี คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด As regards the order of the Director-General under paragraph 1, [either] party may lodge an appeal with the Commission within 90 days reckoned from the date of its receipt of a written notice of the order of the Director-General. The ruling of the Commission shall be final.

หมวด ๔
คณะกรรมการลิขสิทธิ์



มาตรา๕๖ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า "คณะกรรมการลิขสิทธิ์" ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง อีกไม่เกินสิบสองคน ในจำนวนนี้ จะต้องแต่งตั้งจากผู้แทนของสมาคมเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง และผู้แทนของสมาคมผู้ใช้งานลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง เป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหกคน เป็นกรรมการ Section56.There shall be a commission called the "Copyright Commission", consisting of the Permanent Secretary for Commerce as President and not more than 12 qualified persons appointed by the Council of Ministers as Members, of whom not less than six shall be appointed from amongst the representatives of the associations of owners of copyright or performers' rights and the representatives of the associations of users of copyright or performers' rights.[56]
คณะกรรมการจะแต่งตั้งบุคคลใดเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการก็ได้ The Commission may appoint any persons as its Secretary and Assistant Secretaries.
มาตรา๕๗กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ Section57.The qualified Members shall be in office for a term of two years. A Member who has vacated office may be reappointed.
ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ หรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน หรือเป็นกรรมการเพิ่มขึ้น อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว In the event that a Member vacates office prior to [the expiry of] his term, or in the event that the Council of Ministers appoints an additional Member whilst the previously appointed Members are still in office,[57] the person appointed to hold office as a substitute or additional Member shall be in office for the remaining term of the previously appointed Members.
มาตรา๕๘กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ เมื่อ Section58.A qualified Member vacates office prior to [the expiry of] his term, upon:
(๑)ตาย (1)death;
(๒)ลาออก (2)resignation;
(๓)คณะรัฐมนตรีให้ออก (3)removal by the Council of Ministers;
(๔)เป็นบุคคลล้มละลาย (4)being a bankrupt;
(๕)เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือ (5)being an incompetent or quasi-incompetent person; or
(๖)ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (6)being sentenced to imprisonment by a final judgment of imprisonment, save where the penalty is given for an offence committed negligently or petty offence.
มาตรา๕๙การประชุมของคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุม ให้ถือเสียงข้างมาก Section59.At a meeting of the Commission, the attendance of not less than one half of the total number of the Members is required for establishing a quorum. Should the President of the Commission be absent from a meeting or be unable to perform his duties, the Members present at the meeting shall select a Member of the Commission to preside over the meeting. The making of a decision of a meeting shall adhere to a majority of votes.[58]
กรรมการคนหนึ่ง ให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด In casting of votes, one Member shall have one vote. Should there be a parity of votes, the president of the meeting shall give one additional vote as a casting vote.
มาตรา๖๐คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ Section60.The Commission has the following powers and duties:
(๑)ให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัตินี้ (1)to give recommendations or counsel to the Minister for the issuance of ministerial regulations in accordance with this Act;
(๒)วินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งของอธิบดีตามมาตรา ๔๕ และมาตรา ๕๕ (2)to rule on appeals against orders of the Director-General according to section 45 and section 55;
(๓)ส่งเสริมหรือสนับสนุนสมาคมหรือองค์กรของผู้สร้างสรรค์หรือนักแสดง เกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อจัดเก็บค่าตอบแทนจากบุคคลอื่นที่ใช้งานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง และการคุ้มครองหรือปกป้องสิทธิหรือประโยชน์อื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้ (3)to promote or support associations or entities[59] of authors or performers, in relation to the operations for collection of remuneration from other persons who use works which are subject to copyright or performers' rights and the protection or safeguarding of rights or any other interests according to this Act;
(๔)พิจารณาเรื่องอื่น ๆ ตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย (4)to consider other matters as assigned by the Minister.
ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้ และให้นำมาตรา ๕๙ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม The Commission shall have the power to appoint a sub-commission for considering or executing a particular matter as assigned by the Commission, and section 59 shall apply mutatis mutandis to the meetings of the sub-commission.
ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุใด ๆ มาเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามความจำเป็น In performing its duties, the Commission or sub-commission shall have the power to issue an order in writing requiring any person to appear and give a statement or to deliver any document or object for the sake of its consideration[60] as necessary.

หมวด ๕
ลิขสิทธิ์และสิทธิของนักแสดงระหว่างประเทศ



มาตรา๖๑งานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์และสิทธิของนักแสดงของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์หรืออนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของนักแสดงซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย หรืองานอันมีลิขสิทธิ์ขององค์การระหว่างประเทศซึ่งประเทศไทยร่วมเป็นสมาชิกอยู่ด้วย ย่อมได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้ Section61.The copyrighted works of an author and the rights of a performer[61] from a country which is a party to a convention on protection of copyright or convention on protection of performers' rights to which Thailand is also a party, or copyrighted works of an international organisation of which Thailand is also a member, enjoy protection under this Act.
ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศรายชื่อประเทศภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์หรืออนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของนักแสดงในราชกิจจานุเบกษา The Minister shall have the power to publish in the Government Gazette a list of the names of the countries which are parties to a convention on protection of copyright or convention on protection of performers' rights.

หมวด ๖
คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์และสิทธิของนักแสดง



มาตรา๖๒คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า งานที่มีการฟ้องร้องในคดีนั้นเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ และโจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงในงานดังกล่าว เว้นแต่จำเลยจะโต้แย้งว่า ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง หรือโต้แย้งสิทธิของโจทก์ Section62.In a case relating to a copyright or performer's right under this Act, whether it be a civil case or criminal case, it shall be presumed that the work grounding the institution of such case is a work subject to the copyright or performer's right under this Act and that the plaintiff is the owner of the copyright or performer's right in such work, save where the defendant argues that no one owns the copyright or performer's right, or disputes the rights of the plaintiff.
งานใดมีชื่อหรือสิ่งที่ใช้แทนชื่อของบุคคลใดที่อ้างว่าตนเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงแสดงไว้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลซึ่งเป็นเจ้าของชื่อหรือสิ่งที่ใช้แทนชื่อนั้นเป็นผู้สร้างสรรค์หรือนักแสดง Where any work bears something indicating the name or a substitute for the name of any person who claims himself to be the owner of the copyright or performer's rights, it shall be presumed that the person owing such name or substitute for the name is the author or performer.
งานใดไม่มีชื่อหรือสิ่งที่ใช้แทนชื่อแสดงไว้ หรือมีชื่อหรือสิ่งที่ใช้แทนชื่อแสดงไว้ แต่มิได้อ้างว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง และมีชื่อหรือสิ่งใดที่ใช้แทนชื่อของบุคคลอื่นซึ่งอ้างว่า เป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา หรือผู้พิมพ์และผู้โฆษณา แสดงไว้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลซึ่งเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา หรือผู้พิมพ์และผู้โฆษณานั้น เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงในงานนั้น Where any works bears nothing indicating a name or substitute for a name, or bears something indicating the name or substitute for the name [of a person who] does, however, not claim to be the owner of the copyright or performer's right, and bears something indicating the name or any substitute for the name of another person who claims to be the printer, the publisher, or the printer and publisher, it shall be presumed that the person who is the printer, the publisher, or the printer and publisher as said is the owner of the copyright or performer's right in such work.
มาตรา๖๓ห้ามมิให้ฟ้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงเมื่อพ้นกำหนดสามปีนับแต่วันที่เจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้กระทำละเมิด แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง Section63.No case on infringement of a copyright or performer's right can be instituted upon elapse of the period of three years reckoned from the date the owner of the copyright or performer's right learns of the infringement and of the identity of the infringer; provided, however, that it must not be later than ten years reckoned from the date the infringement of the copyright or performer's right takes place.
มาตรา๖๔ในกรณีที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ละเมิดชดใช้ค่าเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร โดยคำนึงถึงความร้ายแรงของความเสียหาย รวมทั้งการสูญเสียประโยชน์ และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นในการบังคับตามสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงด้วย Section64.In the event where there is an infringement of a copyright or performer's right, the court has the power to order the infringer to compensate the owner of the copyright or performer's right with damages in the amount which the court finds appropriate, taking into account also the severity of the damage, as well as the loss of benefits and the expenses necessary for the enforcement of the rights of the owner of the copyright or performer's right.
มาตรา๖๕ในกรณีที่มีหลักฐานโดยชัดแจ้งว่า บุคคลใดกระทำการหรือกำลังจะกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง เจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงอาจขอให้ศาลมีคำสั่งให้บุคคลดังกล่าวระงับหรือละเว้นการกระทำดังกล่าวนั้นได้ Section65.In the event where there is express evidence that any person commits or is about to commit a particular act which constitutes an infringement of a copyright or performer's right, the owner of the copyright or performer's right may apply to the court for an order requiring the said person to terminate[62] or refrain from the described act.
คำสั่งของศาลตามวรรคหนึ่ง ไม่ตัดสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงในการเรียกร้องค่าเสียหายตามมาตรา ๖๔ The order of the court under paragraph 1 does not prejudice the right of the owner of the copyright or performer's right to demand damages pursuant to section 64.
มาตรา๖๖ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นความผิดอันยอมความได้ Section66.The offences under this Act are compoundable.

หมวด ๗
พนักงานเจ้าหน้าที่



มาตรา๖๗เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ Section67.For the purpose of executing this Act, the competent officials shall be the public officers under the Penal Code and the competent officials shall have the following powers and duties:
(๑)เข้าไปในอาคาร สถานที่ทำการ สถานที่ผลิต หรือสถานที่เก็บสินค้าของบุคคลใดในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น หรือเข้าไปในยานพาหนะ เพื่อตรวจค้นสินค้าหรือตรวจสอบ เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่า มีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ (1)to enter a building, place of work, place of manufacture, or place of storage of any person in the interval between sunrise and sunset or during the working hours of such place, or to enter a vehicle, so as to conduct a search on merchandise or to conduct an inspection when there is a reasonable suspicion that there is the commission of an offence under this Act;
(๒)ยึดหรืออายัดเอกสารหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดี ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า มีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ (2)to seize or attach for the sake of a prosecution a document or article concerning the commission of an offence, in case there is a reasonable suspicion that there is the commission of an offence under this Act;
(๓)สั่งให้บุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานอื่น ในกรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่า ถ้อยคำ สมุดบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานดังกล่าว มีประโยชน์แก่การค้นพบหรือใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ (3)to order any person to appear and give a statement or to deliver an account, document, or other evidence, in case there is a reasonable belief that the said statement, account book, document, or evidence would be of use to the discovery of, or could be used as evidence in proving, the commission of an offence under this Act.
ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร In [the course of] the performance of duties of the competent officials, the persons concerned shall provide convenience as appropriate.
มาตรา๖๘ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวแก่บุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง Section68.In performing their duties, the competent officials must produce their identity cards to the persons concerned.
บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด The identity cards of the competent officials shall be in the form prescribed by the Minister.

หมวด ๘
บทกำหนดโทษ



มาตรา๖๙ผู้ใดกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ หรือมาตรา ๕๒ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท Section69.Anyone who commits an infringement of a copyright or performer's right according to section 27, section 28, section 29, section 30, or section 52, incurs a penalty of fine from twenty thousand baht to two hundred thousand baht.
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ If the offence under paragraph 1 is committed for a commercial purpose, the offender incurs a penalty of imprisonment from six months to four years, or fine from ten thousand baht to eight hundred thousand baht, or both such imprisonment and fine.
มาตรา๗๐ผู้ใดกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา ๓๑ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท Section70.Anyone who commits an infringement of a copyright according to section 31 incurs a penalty of fine from ten thousand baht to one hundred thousand baht.
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงสองปี หรือปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ If the offence under paragraph 1 is committed for a commercial purpose, the offender incurs a penalty of imprisonment from three months to two years, or fine from fifty thousand baht to four hundred thousand baht, or both such imprisonment and fine.
มาตรา๗๑ผู้ใดไม่มาให้ถ้อยคำหรือไม่ส่งเอกสารหรือวัตถุใด ๆ ตามที่คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการสั่งตามมาตรา ๖๐ วรรคสาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ Section71.Anyone who fails to appear and give a statement or deliver any document or object as ordered by the Commission or sub-commission under section 60, paragraph 3, incurs a penalty of imprisonment not exceeding three months, or fine not exceeding fifty thousand baht, or such imprisonment and fine.
มาตรา๗๒ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๖๗ หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งตามมาตรา ๖๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ Section72.Anyone who obstructs or fails to provide convenience to a competent official who performs the duty under section 67, or violates or fails to abide by an order given by a competent official pursuant to section 67, incurs a penalty of imprisonment not exceeding three months, or fine not exceeding fifty thousand baht, or both such imprisonment and fine.
มาตรา๗๓ผู้ใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนดห้าปี กระทำความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้อีก ต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น Section73.Anyone who commits an offence punishable under this Act and once again commits an offence under this Act whilst the period of five years after his discharge from the penalty does not yet complete incurs twice the penalty prescribed for such offence.
มาตรา๗๔ในกรณีที่นิติบุคคลกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่า กรรมการหรือผู้จัดการทุกคนของนิติบุคคลนั้นเป็นผู้ร่วมกระทำผิดกับนิติบุคคลนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่า การกระทำของนิติบุคคลนั้นได้กระทำโดยตนมิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย Section74.In the event that a juristic person commits an offence under this Act, all the directors or managers of such juristic person shall be deemed to have jointly committed the offence together with the juristic person, save where they successfully prove that the act of the juristic person has been carried out without their knowledge or consent.
มาตรา๗๕บรรดาสิ่งที่ได้ทำขึ้นหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักร อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ และยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๖๙ หรือมาตรา ๗๐ ให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง ส่วนสิ่งที่ได้ใช้ในการกระทำความผิด ให้ริบเสียทั้งสิ้น Section75.All the things which have been made or brought into the Kingdom in a manner infringing a copyright or performer's right under this Act and which are also under the ownership of the offender under section 69 or section 70 shall belong to the owner of the copyright or performer's right. As regards the things which have been used in the commission of an offence, all of them shall be confiscated.
มาตรา๗๖ค่าปรับที่ได้ชำระตามคำพิพากษา ให้จ่ายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงเป็นจำนวนกึ่งหนึ่ง แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการกระทบกระเทือนถึงสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งสำหรับส่วนที่เกินจำนวนเงินค่าปรับที่เจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงได้รับแล้วนั้น Section76.One half of a fine paid according to a judgment shall be given to the owner of the copyright or performer's right. However, this does not affect the right of the owner of the copyright or performer's right to enter a civil claim for damages as regards the part not covered by[63] the amount of the fine thus received by the owner of the copyright or performer's right.
มาตรา๗๗ความผิดตามมาตรา ๖๙ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗๐ วรรคหนึ่ง ให้อธิบดีมีอำนาจเปรียบเทียบได้ Section77.The Director-General shall have the power to settle[64] the offences under section 69, paragraph 1, and section 70, paragraph 1.

บทเฉพาะกาล



มาตรา๗๘งานอันมีลิขสิทธิ์อยู่แล้วตามพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พุทธศักราช ๒๔๗๔ หรือพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ Section78.The works which, on the date of coming into force of this Act, have already been subject to copyright according to the Act for the Protection of Literary and Artistic Works, 2474 Buddhist Era,[65] or the Copyright Act, 2521 BE,[1] shall enjoy the copyright protection under this Act.
งานที่ได้จัดทำขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และไม่มีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พุทธศักราช ๒๔๗๔ หรือพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ แต่เป็นงานที่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ The works which have been made prior to the date of coming into force of this Act and are not subject to copyright according to the Act for the Protection of Literary and Artistic Works, 2474 Buddhist Era, or the Copyright Act, 2521 BE, but are works eligible for copyright protection according to this Act, shall enjoy the copyright protection under this Act.
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
Countersignatory:
Chuan Leekpai
Prime Minister

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว บทบัญญัติต่าง ๆ จึงไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศที่ได้เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการพัฒนาและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของประเทศและระหว่างประเทศ สมควรที่จะได้มีการปรับปรุงมาตรการคุ้มครองด้านลิขสิทธิ์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวและเพื่อส่งเสริมให้มีการสร้างสรรค์งานในด้านวรรณกรรม ศิลปกรรม และงานด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ Note: The grounds for the promulgation of this Act are as follows: Since the Copyright Act, 2521 BE, has been in force for a long time, many of its provisions are not incompatible with the situations that have changed, either inside or outside the country, especially the development and growth of domestic and international economy, trade, and industry. It is appropriate to improve the measures for protection of copyright, so that they would be more effective and would support the described changes, and for the sake of promoting the growth in the creation of literary works, artistic works, and other related works. Thus, it is necessary to enact this Act.

Notes[edit]

  1. 1.0 1.1 1978 CE.
  2. Literally, "causes to be born".
  3. According to Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2013), the term nangsue (หนังสือ), here translated as book, can mean (1) writing (letter, script; letter, memorandum; document, paper; written creation, composition; written form) and (2) book.
  4. Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2016): Chutkhamsang (ชุดคำสั่ง; "set of instructions") is a term coined for program.
  5. Literally, "computer program language".
  6. Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2013) defines ram (รำ) as "performance involving bodily motions...to the accompaniment of music" and ten (เต้น) as "[an act of] moving a leg [or legs] up and down rhythmically to music". Generally, both ram and ten are translated as dance. The difference between ram and ten is that the former is often used to refer to a traditional or classical dance, whilst the latter, a modern one. Some people translate either ram or ten as choreography, but this is probably a result of misunderstanding and would be misleading, because ram and ten refer to categories of performance, not the ways of doing a performance (which do not enjoy copyright protection according to section 6 of this Act). Anyway, these terms are not found to have been discussed by the Parliament or parliamentary committee during the consideration of this Act, and there is no judicial decision on these terms yet.
  7. 7.0 7.1 Kansadaeng (การแสดง) is an abstract noun of the verb sadaeng (แสดง), which Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2013) defines as (1) to inform, to enlighten; (2) to explain, to clarify; (3) to express, to display, to exhibit, to show; (4) to play, to perform, to act.
  8. Literally, "performance by means of silence".
  9. 9.0 9.1 Performing music, performing on a musical instrument, or making (a player, for example) produce sound or picture.
  10. Literally, "audiovisual material"
  11. 11.0 11.1 11.2 Literally, "material".
  12. Nakten (นักเต้น) and nakram (นักรำ) are agent nouns of the verbs ten (เต้น) and ram (รำ), respectively. Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2013) defines ten as "[an act of] moving a leg [or legs] up and down rhythmically to music" and ram as "performance involving bodily motions...to the accompaniment of music". In general, both ten and ram are translated as dance, and thus nakten and nakram would both be translated as dancer. The difference between ten and ram is that the latter is often used to refer to a traditional or classical dance, whilst the former, a modern one. Some people translate either nakten or nakram as choreographer, but this is probably a result of misunderstanding and would be misleading, because nakten and nakram refer to persons who perform ten and ram, not persons who create movements or patterns thereof. Anyway, these terms are not found to have been discussed by the Parliament or parliamentary committee during the consideration of this Act, and there is no judicial decision on these terms yet.
  13. Originally, "and".
  14. Literally, "work of sound transmission, picture transmission"
  15. Although witthayu krachai siang (วิทยุกระจายเสียง) literally translates "sound distributing radio", Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2013) defines the term as "airing of sound signals using radio waves". The term is therefore translated as "radio broadcasting".
  16. Although witthayu thorathat (วิทยุโทรทัศน์) literally translates "television radio", Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2013) defines the term as "airing of television signals using radio waves". The term is therefore translated as "television broadcasting".
  17. 17.0 17.1 Literally, "changing the form anew", which can also refer to reshaping, reforming, deforming, etc.
  18. Literally, "setting the order anew", which can also refer to reorder, rearrangement, etc.
  19. Literally, "organising, arranging musically, or changing the lyrics or melody anew".
  20. 20.0 20.1 20.2 20.3 20.4 Disposing or allotting of, as by gift or sale. Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2013) defines chamnai (จำหน่าย) as "to sell, to allot, to give, to exchange, to assign; to remove, to take out".
  21. Written as a noun in the original Thai text.
  22. Literally, "replicated copies"
  23. Literally, "methods of using or producing a work". "Producing a work" here can also be translated as "carrying out a work" or just "working".
  24. Since the Thai text does not employ punctuation, this can also be translated as "scientific or mathematical concepts, principles, discoveries, or theories".
  25. In fact, both rabiap (ระเบียบ), here translated as rule(s), and khobangkhap (ข้อบังคับ), here translated as regulation(s), are generally translated the same, as rule(s). Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2013) defines rabiap as "norm established as a guide of conduct or action" and khobangkhap as "rule or standard with which persons concerned are required to comply".
  26. In practice, prakat (ประกาศ) is referred to by various names, such as announcement, proclamation, notification, notice, etc. Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2013) defines prakat as (1) information given for general knowledge, such as notice of a temple, notice of a company; (2) information given by an official agency to the public for their knowledge or as a guide of conduct, such as royal proclamation, ministerial announcement, announcement of the Office of the Prime Minister.
  27. In practice, khamsang (คำสั่ง) is referred to by various names, such as order, directive, direction, instruction, mandate, etc.
  28. 28.0 28.1 28.2 Thabuang (ทบวง), here translated as bureau, is defined by Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2013) as a "central government agency which has juristic personality and is higher in status than department. There are two types of thabuang, namely, thabuang whose status is equivalent to a ministry, and thabuang whose status is lower than ministry and which is thus affiliated with the Office of the Prime Minister or with a ministry." At present, although there are some agencies whose name in English bears the word bureau, there are no longer thabuang.
  29. In practice, khamphiphaksa (คำพิพากษา) is referred to by various names, such as judgment, sentence, award, etc.
  30. The term khamsang (คำสั่ง) here, which is generally translated as order, perhaps specifically refers to an order issued by a judicial officer or body. Moreover, a judicial work called khamsang is, in practice, referred to by various names other than order, such as injunction, mandate, decree, writ, etc.
  31. Khamwinitchai (คำวินิจฉัย) can be translated variously, such as adjudication, decision, ruling, etc. Ruling is used here because it seems to be the term actually used by the judiciary of Thailand, as seen on the website of the Constitutional Court which refers to its khamwinitchai as ruling.
  32. Although rai-ngan (รายงาน) is generally translated as report in English, there are works which are called rai-ngan in Thai but are not referred to as reports in English, such as rai-ngan kanprachum (รายงานการประชุม), or meeting minutes, and rai-ngan krabuan phicharana (รายงานกระบวนพิจารณา), or judge's notes.
  33. 33.0 33.1 It is noteworthy that the term phumi (ผู้มี; "one who has, one who holds, one who possesses") is used here, instead of chaokhong (เจ้าของ; "owner") as in the other places.
  34. Literally, "such juristic person must be a juristic person set up in accordance with Thai law".
  35. Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2013) defines pha-nak-ngan (พนักงาน) as "person having the duty to perform a work".
  36. The Civil and Commercial Code, section 575 (Phraratchakritsadika..., 1929, p. 36), provides: "As regards a hire of service, it is a contract by which a person, called the employee, agrees to carry out a work for another person, called the employer, and the employer agrees to provide remuneration throughout the time the work is carried out for him." Hire of service is the English name of such a contract, according to Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2016), although the Thai name literally translates "hire of labour".
  37. The Civil and Commercial Code, section 587 (Phraratchakritsadika..., 1929, p. 40), provides: "As regards a hire of work, it is a contract by which a person, called the hired, agrees to carry out for another person, called the hirer, a particular work until its completion, and the hirer agrees to provide remuneration for the completion of the work so carried out." Hire of work is the English name of such a contract, according to Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2016), although the Thai name literally translates "hire for making a thing".
  38. 38.0 38.1 38.2 38.3 It is noteworthy that the term mi (มี; "to have, to hold, to possess") is used here, whilst pen chaokhong (เป็นเจ้าของ; "to be the owner [of]; to own") is used in most of this document.
  39. Literally, "work that has been adapted".
  40. 40.0 40.1 Literally, "and [one] may transfer [the right(s)] to [another] by having a time prescription or throughout the term".
  41. 41.0 41.1 The passing of property upon death.
  42. Literally, "in the work as said".
  43. Literally, "the calendar year ending day of that year".
  44. Literally, "whether in relation to the sound and/or the picture".
  45. Literally, "the people".
  46. 46.0 46.1 Testing of knowledge and skill (as of pupils or candidates).
  47. Klao (กล่าว), here translated as quoting, is defined by Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2013) as follows: telling, informing, enlightening; saying, speaking, uttering; expressing, showing, manifesting; singing, chanting; proposing (making an offer of marriage); entering into marriage.
  48. Literally, "the conduct, in the following cases, to a computer program".
  49. 49.0 49.1 Act or instance of making a model.
  50. Pracham (ประจำ), here translated as fixed, is defined by Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2013) as follows: not changing or varying, invariable; constant, perpetual; regular, usual; customary, habitual; specific (for), particular (to).
  51. Literally, "the transmission of the sound and picture of or communication to the public from a performance recording which has already been recorded".
  52. Literally "managing as to".
  53. 53.0 53.1 53.2 Literally, "the calendar year ending day of the year".
  54. The statement here is quite confusing, or there might be some typographical error. It literally translates "to use the copyright in the making of a translation in the Thai language or the reproduction of copies [or 'the reproduction or copying'?] of a work which has been printed[,] a work of translation in the Thai language as said".
  55. Literally, "in that country".
  56. Chai-ngan (ใช้งาน) can be considered to have a literal meaning, "to use the work", or to just mean "to use", "to put to use", or "to utilise". Thus, the phrase above can mean either (1) "associations of users of works [which are subject to] copyright or performer's rights" or just (2) "associations of users of copyright or performers' rights".
  57. Literally, "still have term of office".
  58. Literally, "the deciding of a meeting, a majority of votes shall be adhered to".
  59. In this Act, the terms ongkon (องค์กร) and ongkan (องค์การ) are used. Linguistically, ongkon was coined for organ (body of an organisation that carries out a certain function); and ongkan, for organisation. However, in the fourth amendment, the term ongkon appears to be used for entity, a term in the Marrakesh Treaty. Therefore, the term ongkon here is also translated as entity for consistency.
  60. Literally, "for supplementing [its] consideration".
  61. This literally translates "the works which have the copyright of an author and the rights of a performer". So, it can be considered to mean (1) the works which are subject to the copyright of an author and[/or] to the rights of a performer; (2) the copyrighted works of an author and the rights of a performer.
  62. Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2013) defines ra-ngap (ระงับ) as "to abate, to pacify".
  63. Literally, "the part that is beyond".
  64. According to Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2013), the settlement of a criminal case, known as priapthiap (เปรียบเทียบ) in Thai, is an act by which an inquiry official or competent official under any law imposes an amount of fine on the criminal in that case as permitted by the law, of which the payment results in the termination of the case.
  65. 1931 CE.

Bibliography[edit]

Original
References
Copyright.svg PD-icon.svg This work is a translation and has a separate copyright status to the applicable copyright protections of the original content.
Original:

This work is in the public domain worldwide because it originated in Thailand, and is exempt from copyright in Thailand according to section 7 of the Copyright Act, 2537 BE (1994) (Translation), because it is a part or whole of one of the following:

  1. News of the day and facts having the character of mere information which is not a work in literary, scientific or artistic domain
  2. Constitution and legislations
  3. Regulations, by-laws, notifications, orders, explanations and official correspondence of the Ministries, Departments or any other government or local units
  4. Judicial decisions, orders, decisions and official reports
  5. Translation and collection of those in (1) to (4) made by the Ministries, Departments or any other government or local units
Translation:

I, the copyright holder of this work, hereby release it into the public domain. This applies worldwide.
In case this is not legally possible:
I grant anyone the right to use this work for any purpose, without any conditions, unless such conditions are required by law.