75%

Translation:Penal Code Amendment Act 1959

From Wikisource
Jump to: navigation, search
Penal Code Amendment Act 1959
Thai: พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒

by Office of the Council of State of Thailand, translated from Thai by Wikisource

Table of contents[edit]

Statute[edit]

Introductory text[edit]

sect »

พระราชบัญญัติ
แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา
พ.ศ. ๒๕๐๒


ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๒
เป็นปีที่ ๑๔ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้

Penal Code Amendment
Act
1959


Bhumibol Adulyadej R.
Given this 15th Day of July, 1959,
Being the 14th Year of the Present Reign.

The Sacred Feet of His Majesty the Grand Bhumibol Adulyadej, the Great Sacred Indra, showing mercy upon all heads, made a great sacred royal command that the following proclamation be issued:

Whereas it is desirable to amend the Penal Code;

Now, therefore, His Majesty, expressing his sacred kindness through mercy upon all heads, has a sacred royal statute established, by and with the advice and consent of the Constitution Drafting Assembly, in its capacity as the National Assembly, as follows:

1[edit]

sect »

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒"

Section 1

This Act is called the Penal Code Amendment Act 1959.

2[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๒

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[2.i]

Section 2

This Act shall come into force as from the day following the date of its publication in the Government Gazette.[2.a]

Original notes
  1. ^  รก. ๒๕๐๒/๗๓/๒๔๒/๒๑ กรกฎาคม ๒๕๐๒
  1. ^  Government Gazette: Volume 76/Part 73 A/Page 242/21 July 1959. [Entry into force: 22 July 1959.]

3[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๓

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๔๗ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"มาตรา ๑๔๗

ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริต ยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท"

Section 3

The provision of section 147 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following provision:

'Section 147

Anyone who, being a public officer bearing the duty to buy, produce, manage, or conserve any Thing, dishonestly appropriates such Thing for himself or another or dishonestly allows another to take that Thing, shall be liable to imprisonment from five years to twenty years or imprisonment for life and a fine from two thousand baht to forty thousand baht.'

4[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๔

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๔๘ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"มาตรา ๑๔๘

ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือประหารชีวิต"

Section 4

The provision of section 148 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following provision:

'Section 148

Anyone who, being a public officer, wrongfully exercises the power in office to coerce or induce any person into giving him or another or soliciting for him or another an item of property or any other benefit,[4.1] shall be liable to imprisonment from five years to twenty years or imprisonment for life and a fine from two thousand baht to twenty baht, or death.'
Wikisource notes
  1. ^  Literally 'Anyone is a public officer, uses the power in office in a manner [that is] not right, forces the mind or leads the mind so that any person gives or finds and brings in to give property or any other benefit to him or another person'.

5[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๕

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๔๙ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"มาตรา ๑๔๙

ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือประหารชีวิต"

Section 5

The provision of section 149 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following provision:

'Section 149

Anyone who, being a public officer, member of the legislature of the State, member of a provincial council, or member of a municipal council, wrongfully demands, accepts, or agrees to accept an item of property or any other benefit for himself or another in exchange for performing or refraining from any act in office, whether such act is in line with or in breach of his duty, shall be liable to imprisonment from five years to twenty years or imprisonment for life and a fine from two thousand baht to forty thousand baht, or death.'

6[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๖

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๐ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"มาตรา ๑๕๐

ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง โดยเห็นแก่ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดซึ่งตนได้เรียก รับ หรือยอมจะรับไว้ก่อนที่ตนได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท"

Section 6

The provision of section 150 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following provision:

'Section 150

Anyone who, being a public officer, performs or refrains from any act in office in consideration of an item of property or any other benefit which he has demanded, accepted, or agreed to accept prior to being appointed a public officer in such office, shall be liable to imprisonment from five years to twenty years or imprisonment for life and a fine from two thousand baht to forty thousand baht.'

7[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๗

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"มาตรา ๑๕๑

ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท"

Section 7

The provision of section 151 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following provision:

'Section 151

Anyone who, being a public officer bearing the duty to buy, produce, manage, or conserve any Thing, dishonestly exercises the power in office, thereby exposing to damage the State, a municipality, a sanitary administration,[7.1] or the owner of such Thing, shall be liable to imprisonment from five years to twenty years or imprisonment for life and a fine from two thousand baht to forty thousand baht.'
Wikisource notes
  1. ^  Sanitary administration was a form of local government introduced by the Organisation of Sanitary Administrations in Provinces Act 1908 (published in Government Gazette: Volume 25/Part 24/Page 668/13 September 1908). In 1999, the Conversion of Sanitary Administrations into Municipalities Act 1999 (published in Government Gazette: Volume 116/Part 9 A/Page 1/24 February 1999; coming into force: 25 May 1999) abolished all the laws governing sanitary administrations and converted all the existing sanitary administrations into municipalities.

8[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๘

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๒ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"มาตรา ๑๕๒

ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท"

Section 8

The provision of section 152 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following provision:

'Section 152

Anyone who, being a public officer bearing the duty to manage or take care of any activity, takes for himself or another an interest in relation to such activity[8.1] shall be liable to imprisonment from one year to ten years and a fine from two thousand baht to twenty thousand baht.'
Wikisource notes
  1. ^  Literally 'Anyone is a public officer [that] has the duty to manage or take care of any activity, comes in to have an interest in relation to such activity for himself or another person'.

9[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๙

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๓ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"มาตรา ๑๕๓

ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จ่ายทรัพย์ จ่ายทรัพย์นั้นเกินกว่าที่ควรจ่ายเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท"

Section 9

The provision of section 153 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following provision:

'Section 153

Anyone who, being a public officer bearing the duty to expend a Thing, expends such Thing in excess of the expendable extent for his own sake or for the sake of another[9.1] shall be liable to imprisonment from one year to ten years and a fine from two thousand baht to twenty thousand baht.'
Wikisource notes
  1. ^  Literally 'Anyone is a public officer [that] has the duty to expend a Thing, expends such Thing more than that [which] should be expended, for his own benefit or [for the benefit of] another person'.

10[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๐

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๔ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"มาตรา ๑๕๔

ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ หรือแสดงว่า ตนมีหน้าที่เรียกเก็บหรือตรวจสอบภาษี อากร ค่าธรรมเนียม หรือเงินอื่นใด โดยทุจริต เรียกเก็บหรือละเว้นไม่เรียกเก็บภาษี อากร ค่าธรรมเนียม หรือเงินนั้น หรือกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดเพื่อให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษี อากร หรือค่าธรรมเนียมนั้น มิต้องเสีย หรือเสียน้อยไปกว่าที่จะต้องเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท"

Section 10

The provision of section 154 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following provision:

'Section 154

Anyone who, being a public officer bearing the duty or presenting himself as having the duty to collect or inspect a tax, duty, fee, or any other money, dishonestly collects or omits to collect such tax, duty, fee, or money, or performs or refrains from any act so as to enable a person having the duty to pay that tax, duty, or fee not to pay it or to pay it in a lesser amount than required, shall be liable to imprisonment from five years to twenty years or imprisonment for life and a fine from two thousand baht to forty thousand baht.'

11[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๑

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๕ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"มาตรา ๑๕๕

ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่กำหนดราคาทรัพย์สินหรือสินค้าใด ๆ เพื่อเรียกเก็บภาษี อากร หรือค่าธรรมเนียมตามกฎหมาย โดยทุจริต กำหนดราคาทรัพย์สินหรือสินค้านั้น เพื่อให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษี อากร หรือค่าธรรมเนียมนั้น มิต้องเสีย หรือเสียน้อยไปกว่าที่จะต้องเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท"

Section 11

The provision of section 155 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following provision:

'Section 155

Anyone who, being a public officer bearing the duty to prescribe the price of any property or goods for the purpose of collecting a tax, duty, or fee according to the law, dishonestly prescribes the price of such property or goods so as to enable a person having the duty to pay that tax, duty, or fee not to pay it or to pay it in a lesser amount than required, shall be liable to imprisonment from five years to twenty years or imprisonment for life and a fine from two thousand baht to forty thousand baht.'

12[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๒

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๖ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"มาตรา ๑๕๖

ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ตรวจสอบบัญชีตามกฎหมาย โดยทุจริต แนะนำ หรือกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด เพื่อให้มีการละเว้นการลงรายการในบัญชี ลงรายการเท็จในบัญชี แก้ไขบัญชี หรือซ่อนเร้นหรือทำหลักฐานในการลงบัญชี อันจะเป็นผลให้การเสียภาษี อากร หรือค่าธรรมเนียมนั้น มิต้องเสีย หรือเสียน้อยกว่าที่จะต้องเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท"

Section 12

The provision of section 156 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following provision:

'Section 156

Anyone who, being a public officer bearing the duty to inspect an account according to the law, dishonestly provides advice or performs or refrains from any act so as to allow the omission of an entry from the account, the making of a false entry in the account, the modification of the account, or the hiding or fabrication of evidence concerning the making of an entry, which will result in the nonpayment of a tax, duty, or fee, or the payment thereof in a lesser amount than required, shall be liable to imprisonment from five years to twenty years or imprisonment for life and a fine from two thousand baht to forty thousand baht.'

13[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๓

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๗ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"มาตรา ๑๕๗

ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

Section 13

The provision of section 157 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following provision:

'Section 157

Anyone who, being a public officer, wrongfully discharges or omits to discharge a duty so as to expose any person to injury, or dishonestly discharges or omits to discharge a duty, shall be liable to imprisonment from one year to ten years, or a fine from two thousand baht to twenty thousand baht, or both.'

14[edit]

« sect
sect »

มาตรา ๑๔

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๐๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"มาตรา ๒๐๑

ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน เรียก รับ หรือยอมจะรับ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือประหารชีวิต"

Section 14

The provision of section 201 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following provision:

'Section 201

Anyone who, being a public officer holding an office of judge, public prosecutor, case conductor,[14.1] or inquiry officer, wrongfully demands, accepts, or agrees to accept an item of property or any other benefit for himself or another in exchange for performing or refraining from any act in office, whether such act be in line with or in breach of duty, shall be liable to imprisonment from five years to twenty years or imprisonment for life and a fine from two thousand baht to forty thousand baht, or death.'
Wikisource notes
  1. ^  Case conductor was a post found in the Act Establishing Municipal Courts and Municipal Court Criminal Procedure 1956 (published in Government Gazette: Volume 73/Part 78 A/Page 1039/2 October 1956; coming into force: 1 October 1956) prior to its third amendment (published in Government Gazette: Volume 91/Part 175 A/Special Issue/Page 20/18 October 1974; coming into force: 18 November 1974). According to the act, case conductors were police or administrative officers authorised to institute and carry out criminal proceedings in municipal courts and higher courts like public prosecutors.

15[edit]

« sect

มาตรา ๑๕

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๐๒ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"มาตรา ๒๐๒

ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด ๆ ในตำแหน่ง โดยเห็นแก่ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดซึ่งตนได้เรียก รับ หรือยอมจะรับไว้ก่อนที่ตนได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือประหารชีวิต"

Section 15

The provision of section 202 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following provision:

'Section 202

Anyone who, being a public officer holding an office of judge, public prosecutor, case conductor,[14.1] or inquiry officer, performs or refrains from any act in office in consideration of an item of property or any other benefit which he has demanded, accepted, or agreed to accept before being appointed to such office, shall be liable to imprisonment from five years to twenty years or imprisonment for life and a fine from two thousand baht or forty thousand baht, or death.'

Countersignature[edit]

« sect
sog »
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ส. ธนะรัชต์
นายกรัฐมนตรี
Countersignature:
Field Marshal S. Thanarat,
Prime Minister.

Statement of grounds[edit]

« sectc-sig

หมายเหตุ

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ย่อมส่งผลเสียหายร้ายแรงแก่รัฐและประชาชน โทษสำหรับการกระทำความผิดเหล่านี้ ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายปัจจุบัน ยังมีอัตราต่ำกว่าควร สมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้สูงขึ้น และกำหนดโทษขั้นต่ำไว้ด้วย ทั้งนี้ เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดดังกล่าวนี้ให้ได้ผลดียิ่งขึ้นต่อไป

Statement of grounds

The grounds for promulgation of this Act are as follows: As the commission of offences in public office and offences in judicial office does cast a seriously injurious impact upon the State and its people but the rates of punishment for these offences, as prescribed by the law at present, are immoderately lower, it is expedient to amend them so that they become severer, and to as well establish minimum punishments for them. All these are to allow the prevention and suppression of the offences so described to further yield a better result.

Licences[edit]