75%

Translation:Constitution of the Kingdom of Thailand 1976

From Wikisource
Jump to navigation Jump to search
Constitution of the Kingdom of Thailand 1976
Thai: รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๑๙

by Office of the Council of State of Thailand, translated from Thai by Wikisource
The constitution was promulgated after the National Administrative Reform Council, a military junta led by Admiral Sangad Chaloryu, staged a coup d'état on 6 October 1976 following a massacre incident at Thammasat University. The admiral later launched a self-coup on 20 October 1977 and repealed this constitution.

Table of contents[edit]

Statute[edit]

Introductory text[edit]

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย[intro.i]


สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

ตราไว้ ณ วันที่ ๒๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๙
เป็นปีที่ ๓๑ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า

หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินได้นำความกราบบังคมทูลว่า โดยที่ได้มีบุคคลกลุ่มหนึ่งได้กระทำการอันเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของราชอาณาจักร ราชบัลลังก์ และเศรษฐกิจของประเทศ และในที่สุด ได้เกิดการจลาจลวุ่นวายอย่างร้ายแรงขึ้นในบ้านเมืองเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ ซึ่งจะนำภัยพิบัติและความพินาศมาสู่ชาติบ้านเมือง ในที่สุด คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินจึงได้เข้ายึดอำนาจและยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นผลสำเร็จเมื่อเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกาของวันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ และโดยที่ประชาชนทั้งมวลได้แสดงอย่างแจ้งประจักษ์และเชื่อมั่นว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยซึ่งมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเป็นระบอบการปกครองที่ดีและเหมาะสมสำหรับประเทศไทยในอันที่จะยังให้เกิดความมั่นคงของชาติและความผาสุกของประชาชนโดยทั่วกัน แต่เท่าที่ผ่านมาสี่สิบปีเศษ การปกครองในระบอบนี้ก็ยังไม่บรรลุผลตามเจตนารมณ์ของประชาชน เพราะมิได้มีโครงสร้างที่จะต้องพัฒนาเป็นขั้นเป็นตอนให้เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับพุทธศักราช ๒๕๑๗ มีอุปสรรคขัดข้องจนไม่อาจจะปฏิบัติให้เป็นไปโดยเรียบร้อยได้ ทั้งตัวบุคคลที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามามีส่วนมีเสียงในการปกครองประเทศก็มิได้เคารพต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนั้นด้วยประการต่าง ๆ และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวมของชาติบ้านเมือง เป็นเหตุให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยต้องล้มลุกคลุกคลานตลอดมา และมีท่าทีว่า ชาติบ้านเมืองจะถึงซึ่งความวิบัติ จึงเป็นการจำเป็นที่จะต้องกอบกู้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยด้วยการปฏิรูปการปกครองแผ่นดินให้เหมาะสม โดยจัดให้มีการพัฒนาเป็นขั้นเป็นตอนไปตามลำดับ

ในระยะสี่ปีแรก เป็นระยะฟื้นฟูเสถียรภาพของประเทศทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง ในระยะนี้ สมควรให้ราษฎรมีส่วนในการบริหารราชการแผ่นดินโดยทางสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินซึ่งมีสมาชิกที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ในขณะเดียวกัน ก็จะเร่งเร้าให้ประชาชนเกิดความสนใจและตระหนักในหน้าที่ของตน ในระยะสี่ปีที่สอง สมควรเป็นระยะที่ให้ราษฎรมีส่วนในการบริหารราชการแผ่นดินมากขึ้น โดยจัดให้มีรัฐสภา อันประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎรซึ่งสมาชิกมาจากการเลือกตั้ง และวุฒิสภาซึ่งสมาชิกมาจากการแต่งตั้ง ทั้งสองสภานี้จะมีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินเท่าเทียมกัน ในระยะสี่ปีที่สาม สมควรขยายอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรให้มากขึ้น และลดอำนาจของวุฒิสภาลงเท่าที่จะทำได้ ต่อจากนั้นไป ถ้าราษฎรตระหนักในหน้าที่และความรับผิดชอบของตนที่มีต่อชาติบ้านเมืองในระบอบประชาธิปไตยดีแล้ว ก็อาจยกเลิกวุฒิสภาให้เหลือแต่สภาผู้แทนราษฎร

อันการจะปฏิรูปโครงสร้างของการปกครองในระบอบนี้ในทางใด ย่อมแล้วแต่สภาวการณ์ของแต่ละระยะว่า มีเหตุผลสมควรอย่างไร และจักต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในระยะนั้น ๆ เป็นสำคัญ เพื่อให้การปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขบรรลุเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นั่นคือ ความมั่นคงของชาติ และความผาสุกของประชาชน โดยยึดมั่นในสถาบันหลักของบ้านเมือง อันได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

เพื่อให้การเป็นไปตามขั้นตอนและความมุ่งหมายของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินดังกล่าว จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับนี้ขึ้นไว้ และใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

Constitution of the Kingdom of Thailand[intro.a]


Enacted this 22nd Day of October, 1976,
Being the 31st Year of the Present Reign.

The Sacred Feet of His Majesty the Grand Bhumibol Adulyadej, the Great Sacred Indra, the Overlord Rāma, the High Liege of the Land, the Chakri's Sire of Man, the Siamese Sovereign Ruler, the Great Saintly Saviour, showing mercy upon all crowns and heads, made a great sacred royal command that the following proclamation be issued:

The Leader of the National Administrative Reform Council has humbly referred the following matters to His Majesty: As there had been a certain group of people carrying out subversive acts against the security of the Kingdom, the royal throne, and the economy of the Country to the degree that a grave, turbulent uproar eventually arose in the Land on 6 October 1976 and was likely to throw the society into rack and ruin, finally and successfully did the National Administrative Reform Council step in to seize power and repealed the Constitution of the Kingdom of Thailand at 18:00 hours of 6 October 1976. And even though all the people have manifestly and confidently expressed their belief that the democratic regime of government with Monarch as Head of State is a regime of government which suits and serves Thailand and would lead security to the Nation and bring bliss to the entire population, the government under such regime has, as much as could be seen over the past forty years, failed to reach the goals according to the will of the people, for it lacks a structure that needs to be developed phase by phase appropriately and, especially, because the 1974 version of the Constitution of the Kingdom of Thailand encountered obstruction and objection to the extent rendering its smooth enforcement impossible, whilst those individuals that had been elected to play a part in the administration of the Country failed to respect the will of that constitution in countless manners and looked more to their own interests than to the common good of the society. Accordingly, the government under the democratic regime has always moved with lurch and reel and seems to indicate that the society is approaching disaster. It is thus necessary to salvage the government under the democratic regime by initiation of national administrative reform in a proper manner through enactment of gradual developments on a phase-by-phrase basis.

During the first four-year period, it will be the phase of rehabilitation of national stability in terms of both economy and politics. In this phase, the citizens should be allowed to take part in the administration of official affairs of the Realm through a National Administrative Reform Assembly with appointed members in control of the administration of official affairs of the Realm, and, at the same time, people should be encouraged to become interested in and aware of their own duties. During the second four-year period, the citizens should be allowed to take more part in the administration of official affairs of the Realm by establishment of a National Assembly comprised of a House of Representatives with elected members and a Senate with appointed members, both of which will share equal authority to control the administration of official affairs of the Realm. During the third four-year period, the powers of the House of Representatives should be increased and the powers of the Senate should be decreased as much as practicable. From that period on, if the citizens have well been aware of their duties and responsibilities for the society under the democratic regime, the Senate might then be abolished to only allow the House of Representatives to remain.

As for the reform of the structure of the government under this regime, how it will be undertaken indeed depends upon whatever reason or suitability that might arise from the situations in each phase. And the constitution will mainly need to be amended in agreement with the situations in the phase concerned, so that the goals of the reform of the government under the democratic regime with Monarch as Head of State would be realised in line with the will of this constitution, that is, the security of the Nation and the bliss of the public, with adherence to the key institutions of the Land, namely, the Nation, religions, and the Monarch.

Now, so as to let everything happen in accordance with the said process and purpose of the National Administrative Reform Council, His Majesty, with his mercy upon all crowns and heads, does hereby issue a great sacred royal command that the present Constitution of the Kingdom of Thailand be enacted and applied henceforth onwards.

Original notes
  1. ^  ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๓/ตอนที่ ๑๓๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒๒ ตุลาคม ๒๕๑๙

  1. ^  [Published in] Government Gazette: Volume 93/Part 135 A/Special Issue/Page 1/22 November 1976. [Coming into force: 22 November 1976.]

1[edit]

มาตรา ๑

ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้

Section 1

Thailand is a kingdom which is one and whole, unable to be divided.

2[edit]

มาตรา ๒

ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

Section 2

Thailand has a democratic regime of government with Monarch as Head of State.

3[edit]

มาตรา ๓

อำนาจอธิปไตยมาจากปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้เป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นแต่โดยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

Section 3

Sovereign power derives from all the Thai people. The Monarch, who is Head of State, exercises such power only by virtue of the provisions of the Constitution.

4[edit]

มาตรา ๔

พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย

Section 4

The Monarch holds the position of Commander-in-Chief of the Thai Armed Forces.

5[edit]

มาตรา ๕

องค์พระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ และจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องในทางใด ๆ มิได้

Section 5

The Monarch dwells in the status of revered worship which no one shall violate, and neither accusation nor proceedings shall be instituted against him in any manner.

6[edit]

มาตรา ๖

พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคนหนึ่ง และองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบสี่คน ประกอบเป็นคณะองคมนตรี

คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา

การเลือกตั้งและแต่งตั้งองคมนตรี และการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ย่อมเป็นไปตามพระราชอัธยาศัย

ให้ประธานสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรีหรือให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง และให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่นหรือให้องคมนตรีอื่นพ้นจากตำแหน่ง

Section 6

  1. The Monarch selects and appoints one qualified person as President of the Privy Council and not more than fourteen others as Privy Councillors to constitute a Privy Council.
  2. The Privy Council bears the duty to present the Monarch with opinions concerning all the royal obligatory works in respect of which the Monarch seeks advice.
  3. The selection and appointment of Privy Councillors and the removal of Privy Councillors from their positions are at the royal pleasure.
  4. The President of the National Administrative Reform Assembly shall countersign the appointment of a President of the Privy Council or the removal of the President of the Privy Council from his position, and the President of the Privy Council shall countersign the appointment of other Privy Councillors or the removal of the other Privy Councillors from their positions.

7[edit]

มาตรา ๗

พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติทางสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ทรงใช้อำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี และทรงใช้อำนาจตุลาการทางศาล

Section 7

The Monarch exercises the legislative power through the National Administrative Reform Assembly, exercises the executive power through the Council of Ministers, and exercises the judicial power through the courts.

8[edit]

มาตรา ๘

บุคคลมีสิทธิและเสรีภาพ ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

Section 8

Persons have rights and liberties, subject to legal provisions.

9[edit]

มาตรา ๙

บุคคลมีหน้าที่รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญนี้ และมีหน้าที่ป้องกันประเทศและปฏิบัติตามกฎหมาย

Section 9

Persons bear the duty to maintain the Nation, religions, the Monarch, and the democratic regime of government in accordance with the present Constitution, and bear the duty to defend the Country and observe the law.

10[edit]

มาตรา ๑๐

ให้มีสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินเพื่อทำหน้าที่นิติบัญญัติ ประกอบด้วย สมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าสามร้อยคนแต่ไม่เกินสี่ร้อยคนซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และอยู่ในตำแหน่งสี่ปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง

พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะให้สมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระตามที่ประธานสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินถวายคำแนะนำตามมติของสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน

การแต่งตั้งสมาชิกแทนในตำแหน่งที่ว่างหรือแต่งตั้งเพิ่ม ให้สมาชิกซึ่งได้รับการแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระของสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน

Section 10

  1. There shall be a National Administrative Reform Assembly to perform legislative duties, consisting of members numbering not less than three hundred but not more than four hundred, who are appointed by the Monarch and hold their positions for four years reckoned from the date of appointment by the Monarch.
  2. The Monarch possesses the royal prerogative to remove members of the National Administrative Reform Assembly from their positions prior to expiry of the term, according to the advice presented by the President of the National Administrative Reform Assembly upon resolution of the National Administrative Reform Assembly.
  3. Following the appointment of a member to fill a vacant position or appointment of an additional member, the member so appointed shall hold the position only for the term of the members of the National Administrative Reform Assembly.[10.1]
Wikisource notes
  1. ^  Perhaps referring to the remaining term of the other members.

11[edit]

มาตรา ๑๑

พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตามมติของสภาเป็นประธานสภาคนหนึ่ง และเป็นรองประธานสภาคนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้

Section 11

The Monarch appoints one member of the National Administrative Reform Assembly as President of the Assembly and appoint one or several members as Vice Presidents of the Assembly in accordance with the resolution of the Assembly.

12[edit]

มาตรา ๑๒

สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินมีอำนาจตราข้อบังคับการประชุมของสภาเกี่ยวกับการเสนอร่างพระราชบัญญัติ การเสนอญัตติ การประชุม การตั้งกระทู้ การปรึกษา และกิจการอื่นเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

Section 12

The National Administrative Reform Assembly has the power to enact rules of procedure of the Assembly to govern the introduction of bills, the introduction of motions, the conduct of meetings, the conduct of interpellation, the holding of discussions, and other affairs for the execution of its authority.

13[edit]

มาตรา ๑๓

ในการประชุมสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ผู้ใดจะกล่าวถ้อยคำใด ๆ ในทางแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็น หรือออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด ผู้ใดจะนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวในทางใดมิได้

เอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง ให้คุ้มครองถึงการประชุมของกรรมาธิการ และผู้พิมพ์และผู้โฆษณารายงานการประชุมโดยคำสั่งของสภาด้วย

Section 13

  1. At meetings of the National Administrative Reform Assembly, should anyone wish to utter any statement in such a way as to declare a fact, express a view, or cast a vote, it shall be his absolute privilege to do so and no person shall take it as grounds for bringing proceedings or criticism[13.1] against him in any manner.
  2. The privilege described in paragraph 1 shall extend its protection to the meetings of the committees and to those who print and publish minutes at the behest of the Assembly also.
Wikisource notes
  1. ^  'ว่ากล่าว' means 'to admonish', 'to censure', 'to criticise', 'to rebuke', or 'to reprove'. It can also mean 'to mention' or 'to administer or deal with, especially in a verbal manner'.

14[edit]

มาตรา ๑๔

ในระหว่างสมัยประชุม ถ้าสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินผู้ใดถูกควบคุมหรือขัง หรือถูกฟ้องในคดีอาญา ให้สั่งปล่อยหรืองดการไต่สวนมูลฟ้องหรือการพิจารณาในเมื่อประธานสภาร้องขอ

Section 14

If, in the course of a session, any member of the National Administrative Reform Assembly is held in custody or confinement or is charged with a criminal case, a release or a stay of preliminary hearing or trial shall be ordered whenever the President of the Assembly makes a request.

15[edit]

มาตรา ๑๕

ร่างพระราชบัญญัติจะเสนอได้ก็แต่โดยคณะรัฐมนตรี หรือสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน แต่สมาชิกจะเสนอร่างพระราชบัญญัติได้ก็ต่อเมื่อมีคำรับรองของคณะกรรมาธิการวิสามัญวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งแต่งตั้งจากสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินหรือบุคคลอื่นจำนวนไม่เกินสิบสองคน

ให้สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินและคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติฝ่ายละไม่เกินหกคน

ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน จะเสนอได้ก็แต่โดยคณะรัฐมนตรี ร่างพระราชบัญญัติใดเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติเป็นผู้วินิจฉัย

Section 15

  1. Bills may only be introduced by the Council of Ministers or members of the National Administrative Reform Assembly. However, the members may introduce a bill only when there is confirmation from a select committee for screening of bills with members numbering not more than twelve, appointed from amongst the members of the National Administrative Reform Assembly or other persons.
  2. The members of the select committee for screening of bills shall be appointed by the National Administrative Reform Assembly and the Council of Ministers, not more than six per each entity.
  3. Money bills may only be introduced by the Council of Ministers. In case of doubt as to whether or not any bill is a money bill, the select committee for screening of bills shall give a decision.[15.1]
Wikisource notes
  1. ^  Literally 'Draft acts concerning money affairs may be introduced only by the Council of Ministers. Any draft act is a draft act concerning money affairs or not, the select committee deciding draft acts shall be the person who decides.'

16[edit]

มาตรา ๑๖

พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง และรัฐมนตรีอีกไม่เกินยี่สิบคน ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินมิได้ และจะเป็นข้าราชการประจำ หรือพนักงานของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ หรือดำรงตำแหน่งใดในกิจการที่ดำเนินธุรกิจเพื่อหากำไรมิได้

ให้ประธานสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการตั้งนายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมีสิทธิเข้าร่วมประชุมชี้แจงแสดงความเห็นในที่ประชุมสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

Section 16

  1. The Monarch appoints one Prime Minister and not more than twenty other ministers to constitute a Council of Ministers bearing the duty to administer official affairs of the Realm.
  2. The Prime Minister and ministers shall not be members of the National Administrative Reform Assembly, regular government officers, or officials of state agencies or state enterprises with regular position or monthly salaries, and shall not hold any position in an enterprise which runs business for the seeking of profits.[16.1]
  3. The President of the National Administrative Reform Assembly shall countersign the appointment of a Prime Minister.
  4. The Prime Minister and ministers have the right to attend meetings of the National Administrative Reform Assembly and give explanations or opinions thereat, but they have no right to vote.
Wikisource notes
  1. ^  Literally 'The Prime Minister and ministers shall not be members of the National Administrative Reform Assembly and shall not be regular government officers or officials of state agencies or state enterprises with regular office or monthly salaries or hold any office in an enterprise which runes business for the seeking of profits.'

17[edit]

มาตรา ๑๗

พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนำ

Section 17

The Monarch possesses the royal prerogative to remove ministers from their positions in accordance with the advice presented by the Prime Minister.

18[edit]

มาตรา ๑๘

ให้มีสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีคณะหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วย บุคคลในคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน มีหน้าที่ให้ความเห็นในเรื่องใด ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีปรึกษา และหน้าที่อื่นตามรัฐธรรมนูญนี้

ให้คณะรัฐมนตรีและสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีร่วมกันกำหนดแนวนโยบายเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ

ในการบริหารราชการแผ่นดินเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ คณะรัฐมนตรีต้องบริหารไปตามแนวนโยบายที่กำหนดไว้ตามวรรคสอง

ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีว่างลง หรือมีกรณีที่จะแต่งตั้งเพิ่ม ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งโดยความเห็นชอบของสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี

Section 18

  1. There shall be an Advisory Council to the Prime Minister, which consists of the persons forming the National Administrative Reform Council and bears the duty to offer opinions on any matter in respect of which the Prime Minister seeks advice, in addition to other duties according to this Constitution.
  2. The Council of Ministers and the Advisory Council to the Prime Minister shall jointly determine the platform on the security of the Nation.
  3. In administering official affairs of the Realm in relation to the security of the Nation, the Council of Ministers must adhere to the platform determined in accordance with paragraph 2.[18.1]
  4. In case a position of member of the Advisory Council to the Prime Minister falls vacant or in case an additional member needs be appointed, the Prime Minister shall make an appointment[18.2] upon approval of the Advisory Council to the Prime Minister.
Wikisource notes
  1. ^  Literally 'In administering official affairs of the Realm concerning the security of the Nation, the Council of Minister must administer [them] in line with the platform determined in accordance with paragraph 2.'
  2. ^  Literally 'In the case that an office of member of the Advisory Council to the Prime Minister falls vacant or there is a case that [a member] will be appointed additional[ly], the Prime Minister shall be the person who appoints'.

19[edit]

มาตรา ๑๙

เมื่อมีความจำเป็นรีบด่วนในอันจะรักษาความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ หรือเมื่อมีความจำเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยการภาษีอากรหรือเงินตรา พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติ

เมื่อได้ประกาศใช้พระราชกำหนดแล้ว ให้คณะรัฐมนตรีเสนอพระราชกำหนดต่อสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินโดยไม่ชักช้า ถ้าสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินอนุมัติแล้ว ให้พระราชกำหนดมีผลเป็นพระราชบัญญัติต่อไป ถ้าสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินไม่อนุมัติ ให้พระราชกำหนดนั้นตกไป แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนกิจการที่ได้เป็นไปในระหว่างที่ใช้พระราชกำหนดนั้น

การอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกำหนด ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีไม่อนุมัติ ให้มีผลตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

Section 19

  1. Where there is an exigent need to maintain the security of the Kingdom or avert a public disaster, or where there is a need to have a law on taxation or currency, the Monarch possesses the royal prerogative to enact an emergency decree to be applied as an act.
  2. nce an emergency decree has been promulgated, the Council of Ministers shall introduce such emergency decree to the National Legislative Assembly without delay. If approved by the National Legislative Assembly, the emergency decree shall continue to take effect as an act. If disapproved by the National Legislative Assembly, the emergency decree shall lapse; prescribe, however, that this does not affect the affairs having happened during the application of that emergency decree.
  3. The approval or disapproval of an emergency decree shall be published in the Government Gazette. In case of disapproval, it shall take effect as from the date it is published in the Government Gazette.

20[edit]

มาตรา ๒๐

พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกาโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย

Section 20

The Monarch possesses the royal prerogative to enact royal decrees which are not contrary to law.

21[edit]

มาตรา ๒๑

ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีเห็นเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของราชอาณาจักร ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน หรือการกระทำอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือการกระทำอันเป็นการทำลายทรัพยากรของประเทศ หรือเป็นการบั่นทอนสุขภาพอนามัยของประชาชน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังวันใช้รัฐธรรมนูญนี้ และไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร ให้นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีและของสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี มีอำนาจสั่งการหรือกระทำการใด ๆ ได้ และให้ถือว่า คำสั่งหรือการกระทำของนายกรัฐมนตรี รวมทั้งการปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว เป็นคำสั่ง หรือการกระทำ หรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อนายกรัฐมนตรีได้สั่งการหรือกระทำการใดไปตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีแจ้งให้สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินทราบ

Section 21

  1. In the event that the Prime Minister finds necessary for the purpose of prevention, abatement, or suppression of an act which subverts the security of the Kingdom, royal throne, national economy, or official affairs of the Realm, or an act which disturbs or threatens peace and order or good morals of the people, or an act which destroys national resources or deteriorates health or hygiene of the people, regardless of whether it occurs before or after the date this Constitution comes into force and whether it occurs inside or outside the Kingdom, the Prime Minister shall have the power to, upon approval of the Council of Ministers and the Advisory Council to the Prime Minister, order or perform whatever act, and it shall be deemed that the order or performance of the Prime Minister, including the observance of such order, is an order, or act, or observance which is lawful.
  2. When the Prime Minister has ordered or performed any act in accordance with paragraph 1, the Prime Minister shall notify the National Administrative Reform Assembly for acknowledgement.

22[edit]

มาตรา ๒๒

บรรดาบทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการใดอันเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ต้องมีนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

Section 22

All legal provisions, royal rescripts, and royal commands of any kind which deal with official affairs of the Realm must be affixed with the countersignature of the Prime Minister or a minister.

23[edit]

มาตรา ๒๓

ผู้พิพากษาและตุลาการมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีให้เป็นไปตามกฎหมาย

Section 23

Judges and justices enjoy independence in trying and adjudicating legal cases in keeping with law.

24[edit]

มาตรา ๒๔

การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จะกระทำได้ก็แต่โดยหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

(๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี
(๒) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องเสนอเป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม และให้สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินพิจารณาเป็นสามวาระ
(๓) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่หนึ่ง ขั้นรับหลักการ ให้ใช้วิธีเรียกชื่อ และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน
(๔) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สอง ขั้นพิจารณาลำดับมาตรา ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ
(๕) เมื่อการพิจารณาวาระที่สองเสร็จสิ้นแล้ว ให้รอไว้ห้าวัน เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้ว ให้สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินพิจารณาในวาระที่สามต่อไป
(๖) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สาม ขั้นสุดท้าย ให้ใช้วิธีเรียกชื่อ และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน
(๗) เมื่อการลงมติได้เป็นไปตามที่กล่าวแล้ว ให้นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อจะได้ทรงลงพระปรมาภิไธย และเมื่อได้ประกาศรัฐธรรมนูญนั้นในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

Section 24

An amendment to the Constitution may only be made in accordance with the following criteria and procedure:

(1) a motion for amendment must be from the Council of Ministers;
(2) a motion for amendment must be introduced as a draft amendment to the Constitution and the National Administrative Reform Assembly shall consider it through three readings;
(3) the vote during the first reading, the stage of acceptance of principle, shall be conducted by means of roll call and there must be votes in favour of the amendment from not less than one half of the total number of the members of the National Administrative Reform Assembly;
(4) the vote during the second reading, the stage of piecemeal consideration, shall adhere to the rule of majority;[24.1]
(5) once the consideration on the second reading is completed, the process shall be stayed for fifteen days, and once this period is over, the National Administrative Reform Assembly shall proceed with the consideration on the third reading;
(6) the vote during the third reading, the final stage, shall be conducted by means of roll call and there must be votes in favour of the promulgation of the amendment from not less than one half of the total number of the members of the National Administrative Reform Assembly;
(7) once the adoption of resolutions has been done as described, the draft amendment to the Constitution shall be presented to the Monarch so that he would affix his royal signature thereto, and once such amendment has been published in the Government Gazette, it can take effect.
Wikisource notes
  1. ^  Literally 'shall take the majority as rule'.

25[edit]

มาตรา ๒๕

เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตย

ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการวินิจฉัยตามความในวรรคหนึ่งเกิดขึ้นในวงงานของสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน หรือเกิดขึ้นโดยคณะรัฐมนตรีขอให้สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินวินิจฉัย ให้สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินวินิจฉัยชี้ขาด

Section 25

  1. Where no provision of this Constitution is applicable to any case, such case shall be decided in line with the convention of the government of Thailand under the democratic regime.
  2. In the event that there is a problem concerning the making of a decision under the provision of paragraph 1 coming to pass within the scope of functions of the National Administrative Reform Assembly or coming to pass due to an application of the Council of Ministers for a decision of the National Administrative Reform Assembly, the National Administrative Reform Assembly shall then render a decisive ruling.

26[edit]

มาตรา ๒๖

การแต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ให้กระทำให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันใช้รัฐธรรมนูญนี้

ในระหว่างยังไม่มีสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ให้สภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน และเอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓ ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม

Section 26

  1. The appointment of members of the National Administrative Reform Assembly shall be completed within thirty days reckoned from the date this Constitution comes into force.
  2. During the time that there is no National Administrative Reform Assembly yet, the Advisory Council to the Prime Minister shall serve as the National Administrative Reform Assembly and the privilege stated in section 13 shall apply mutatis mutandis.

27[edit]

มาตรา ๒๗

ให้นายกรัฐมนตรีซึ่งทรงแต่งตั้งและอยู่ในตำแหน่งในวันใช้รัฐธรรมนูญนี้เป็นนายกรัฐมนตรีซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามมาตรา ๑๖

Section 27

The Prime Minister who has been appointed by the Monarch and is incumbent on the date this Constitution comes into force shall become the Prime Minister appointed by the Monarch in accordance with section 16.

28[edit]

มาตรา ๒๘

ภายในกำหนดสี่ปีนับแต่วันใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีรัฐสภาที่ประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรซึ่งสมาชิกมาจากการเลือกตั้ง และวุฒิสภาซึ่งสมาชิกมาจากการแต่งตั้ง และเพื่อกำหนดกิจการอื่นที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกัน และจัดให้มีการเลือกตั้งและการแต่งตั้งภายในเก้าสิบวันนับแต่วันครบกำหนดสี่ปีที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ

Section 28

Within the period of four years reckoned from the date this Constitution comes into force, the Constitution shall be amended to allow the establishment of a National Assembly which consists of a House of Representatives with elected members and a Senate with appointed members, and to determine other related affairs in line therewith. And their election and appointment shall be organised within ninety days reckoned from the date of expiry of the period of four years after this Constitution comes into force.

29[edit]

« sect
c-sig »

มาตรา ๒๙

บรรดาการกระทำ ประกาศ หรือคำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน หรือการกระทำ ประกาศ หรือคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ที่ได้กระทำ ประกาศ หรือสั่งก่อนวันใช้รัฐธรรมนูญนี้ ทั้งนี้ ที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ไม่ว่าจะกระทำด้วยประการใด หรือเป็นในรูปใด และไม่ว่าจะกระทำ ประกาศ หรือสั่งให้มีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ ให้ถือว่า การกระทำ ประกาศ หรือคำสั่ง ตลอดจนการกระทำของผู้ปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งนั้น เป็นการกระทำ ประกาศ หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

Section 29

As for all the acts, announcements, or orders of the Leader of the National Administrative Reform Council, or the acts, announcements, or orders of the National Administrative Reform Council, which deal with the national administrative reform and have been done, issued, or given prior to the date this Constitution comes into force, regardless of whatever manner they have been done in or whatever form they take and whether they have been done, issued, or given to take legislative, executive, or judicial effect, it shall be deemed that the acts, announcements, or orders, as well as the acts of those who observed the said announcements or orders, are the acts, announcements, or orders which are lawful.

Countersignature[edit]

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเรือเอก สงัด ชลออยู่
หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน
Countersignature:
Admiral Sangad Chaloryu,
Leader of the National Administrative Reform Council.

Licences[edit]

Copyright.svg PD-icon.svg This work is a translation and has a separate copyright status to the applicable copyright protections of the original content.
Original:

This work is in the public domain worldwide because it originated in Thailand, and is exempt from copyright in Thailand according to Section 7, Part 1, Chapter 1 of the Copyright Act, BE 2537 (1994) (Translation), because it is a part or whole of one of the following:

  1. News of the day and facts having the character of mere information which is not a work in literary, scientific or artistic domain
  2. Constitution and legislations
  3. Regulations, by-laws, notifications, orders, explanations and official correspondence of the Ministries, Departments or any other government or local units
  4. Judicial decisions, orders, decisions and official reports
  5. Translation and collection of those in (1) to (4) made by the Ministries, Departments or any other government or local units
Translation:

Released into public domain

I agree to release my text and image contributions, unless otherwise stated, into the public domain. Please be aware that other contributors might not do the same, so if you want to use my contributions under public domain terms, please check the multi-licensing guide.