75%

Translation:Charter of the Courts of Justice Amendment Act (No. 3) 2008

From Wikisource
Jump to navigation Jump to search
Charter of the Courts of Justice Amendment Act (No. 3) 2008
Thai: พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๑

by Office of the Council of State of Thailand, translated from Thai by Wikisource

Table of contents[edit]

Statute[edit]

Introductory text[edit]

พระราชบัญญัติ
แก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๕๑


ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑
เป็นปีที่ ๖๓ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

Charter of the Courts of Justice Amendment
Act (No. 3)
2008


Bhumibol Adulyadej R.
Given this 17th Day of February, 2008,
Being the 63rd Year of the Present Reign.

The Sacred Feet of His Majesty the Grand Bhumibol Adulyadej, the Great Sacred Indra, showing mercy upon all heads, made a great sacred royal command that the following proclamation be issued:

Whereas it is desirable to amend the Charter of the Courts of Justice;

Now, therefore, His Majesty, expressing his sacred kindness through mercy upon all heads, has a sacred royal statute established, by and with the advice and consent of the National Legislative Assembly, as follows:

1[edit]

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๑"

Section 1

This Act is called the Charter of the Courts of Justice Amendment Act (No. 3) 2008.

2[edit]

มาตรา ๒

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[2.i]

Section 2

This Act shall come into force as from the day after the date of its publication in the Government Gazette.[2.a]

Original notes

  1. ^  ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๓๗ ก/หน้า ๔๔/๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

  1. ^  Government Gazette: Volume 125/Part 37 A/Page 44/22 February 2008. [Entry into force: 23 February 2008.]

3[edit]

มาตรา ๓

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕ แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"มาตรา ๕

ให้ประธานศาลฎีกามีหน้าที่วางระเบียบราชการฝ่ายตุลาการของศาลยุติธรรมเพื่อให้กิจการของศาลยุติธรรมดำเนินไปโดยเรียบร้อยและเป็นระเบียบเดียวกัน และให้ประธานศาลฎีกามีอำนาจให้คำแนะนำแก่ผู้พิพากษาในการปฏิบัติตามระเบียบวิธีการต่าง ๆ ที่กำหนดขึ้นโดยกฎหมายหรือโดยประการอื่นให้เป็นไปโดยถูกต้อง"

Section 3

The provision of section 5 of the Charter of the Courts of Justice shall be repealed and replaced by the following:

'Section 5

The President of the Supreme Court of Justice shall bear the duty to lay down Courts of Justice Judicial Service Rules so as to enable the conduct of business of the courts of justice in an orderly and uniform manner. And the President of the Supreme Court of Justice shall have the power to give advice to judges in relation to the correct observance of all the rules and processes determined by law or otherwise established.'

4[edit]

มาตรา ๔

ให้ยกเลิกความใน (๑) ของมาตรา ๑๑ แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"(๑) นั่งพิจารณาและพิพากษาคดีใด ๆ ของศาลนั้น หรือเมื่อได้ตรวจสำนวนคดีใดแล้ว มีอำนาจทำความเห็นแย้งได้"

Section 4

The provision of (1) of section 11 of the Charter of the Courts of Justice shall be repealed and replaced by the following:

'(1) to hear and adjudicate whatever case in their courts or, after inspecting the file of any case, to have the power to express dissenting opinions'.

5[edit]

« sect
c-sig »

มาตรา ๕

ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๒๓ แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติให้เสนอต่อศาลฎีกาได้โดยตรง และคดีที่อุทธรณ์หรือฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ หรือศาลอุทธรณ์ภาคตามที่กฎหมายบัญญัติ เว้นแต่กรณีที่ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงที่อุทธรณ์หรือฎีกานั้นจะไม่เป็นสาระอันควรแก่การพิจารณา ศาลฎีกามีอำนาจไม่รับคดีไว้พิจารณาพิพากษาได้ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกากำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา"

Section 5

The provision of section 23 of the Charter of the Courts of Justice shall be repealed and replaced by the following:

'The Supreme Court of Justice has the power to try and adjudicate cases which the Constitution or law permits to directly be submitted to the Supreme Court of Justice and cases in which appeals or final appeals are lodged against judgments or orders of the courts of first instance, Court of Appeal, or Regional Courts of Appeal as prescribed by law. But in the event that the Supreme Court of Justice finds that the points of law or points of fact according to an appeal or final appeal would not be material to the extent deserving consideration, the Supreme Court of Justice has the power to refuse to admit the case for trial and adjudication; prescribed that this shall be governed by the rules which the plenary session of the Supreme Court of Justice determines by publication in the Government Gazette.'

Countersignature[edit]

« sect
sog »
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี
Countersignature:
General Surayud Chulanont,
Prime Minister.

Statement of grounds[edit]

« sectc-sig

หมายเหตุ

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีของศาลยุติธรรมเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบและการกลั่นกรองจากผู้พิพากษาที่มีประสบการณ์ สมควรกำหนดให้ประธานศาลฎีกามีอำนาจให้คำแนะนำแก่ข้าราชการตุลาการ และให้ผู้ที่รับผิดชอบการบริหารงานของศาลมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสำนวนและทำความเห็นแย้ง ทั้งยังสมควรเพิ่มเติมบทบัญญัติที่เกี่ยวกับอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลฎีกาให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๑๙ วรรคสอง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

Statement of grounds

The grounds for promulgation of this Act are as follows: As the trial and adjudication of legal cases of the courts of justice is a work that requires to be carefully done and screened by experienced judges, it is expedient to empower the President of the Supreme Court of Justice to provide advice to judicial officers and to authorise the persons responsible for the administration of court business to inspect files and render dissenting opinions. Moreover, it is expedient to add provisions in relation to the trial and adjudication power of the Supreme Court of Justice in line with the provisions of the Constitution of the Kingdom of Thailand 2007, section 219, paragraph 2. It is therefore necessary to enact this Act.

Licences[edit]