Translation:Act Amending the Penal Code (No. 21), 2551 BE

From Wikisource
Jump to navigation Jump to search
Act Amending the Penal Code (No. 21), 2551 BE  (2008) 
by National Legislative Assembly of Thailand, translated from Thai by Wikisource

Seal of the Royal Command

พระราชบัญญัติ
แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๑)
พ.ศ. ๒๕๕๑


ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑
เป็นปีที่ ๖๓ ในรัชกาลปัจจุบัน

Seal of the Royal Command

Act
Amending the Penal Code (No. 21),
2551 BE


Bhumibol Adulyadej R

Given on the 31st day of January 2551 BE
Being the 63rd year of the present reign

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า Phra Bat Somdet Phra Paramin Maha Bhumibol Adulyadej has issued with his pleasure a great royal command that it be proclaimed as follows:
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา Whereas it is appropriate to amend the Penal Code;
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้ Therefore, he grants with his gracious pleasure, by and with the advice and consent of the National Legislative Assembly, the enactment of the following Act:
มาตราพระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๑) พ.ศ. ๒๕๕๑" Section1.This Act is called the “Act Amending the Penal Code (No. 21), 2551 BE”.
มาตรา⁠พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป Section2.This Act shall come into force as from the day following the date of its publication in the Government Gazette onwards.
มาตราให้ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา ๔๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section3.The text of paragraph 2 of section 41 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following text:
"ความผิดซึ่งผู้กระทำได้กระทำในขณะที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีนั้น มิให้ถือเป็นความผิดที่จะนำมาพิจารณากักกันตามมาตรานี้" “Offence committed by offenders whilst aged under eighteen years shall not be deemed to be offences which may be taken into consideration for the incarceration under this section.”
มาตรา⁠ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๖ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section4.The text of section 46 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following text:
"มาตรา ๔๖ ถ้าความปรากฏแก่ศาลตามข้อเสนอของพนักงานอัยการว่า ผู้ใดจะก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น หรือจะกระทำการใดให้เกิดความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติตามกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ในการพิจารณาคดีความผิดใด ไม่ว่าศาลจะลงโทษผู้ถูกฟ้องหรือไม่ก็ตาม เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่า ผู้ถูกฟ้องน่าจะก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น หรือจะกระทำความผิดให้เกิดความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติตามกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งผู้นั้นให้ทำทัณฑ์บน โดยกำหนดจำนวนเงินไม่เกินกว่าห้าหมื่นบาทว่า ผู้นั้นจะไม่ก่อเหตุร้ายหรือจะไม่กระทำความผิดดังกล่าวแล้วตลอดเวลาที่ศาลกำหนดแต่ไม่เกินสองปี และจะสั่งให้มีประกันด้วยหรือไม่ก็ได้ Section46.If it appears to a court according to a motion of a public prosecutor that anyone would cause an unfavourable incident by which danger would brought about to a person or property of another [person] or [that anyone] would commit any act by which injury would be brought about to the environment or natural resources under the law on environment and natural resources, [or] when [a court] tries any offence [and] finds a reasonable cause to believe that the charged person would cause an unfavourable incident by which danger would brought about to a person or property of another [person] or [that the charged person] would commit an offence by which injury would be brought about to the environment or natural resources under the law on environment and natural resources, irrespective of whether or not the court would punish the charged person,[1] the court shall have the power to order him[2] to post a bond, by designating an amount of money not more than fifty thousand baht [for him and requiring him to promise] that, throughout the time designated by the court but not over two years, he[2] will not cause the unfavourable incident or will not commit the offence as said, and [the court] may order [him] to provide security also.
ถ้าผู้นั้นไม่ยอมทำทัณฑ์บนหรือหาประกันไม่ได้ ให้ศาลมีอำนาจสั่งกักขังผู้นั้นจนกว่าจะทำทัณฑ์บนหรือหาประกันได้ แต่ไม่ให้กักขังเกินกว่าหกเดือน หรือจะสั่งห้ามผู้นั้นเข้าในเขตกำหนดตามมาตรา ๔๕ ก็ได้ If he[2] refuses to post the bond or fails to provide security, the court shall have the power to order him[2] to be confined until the bond is posted or the security is provided successfully, but [his] confinement shall not be longer than six months, or [the court] may order prohibiting him[2] from entering [certain] areas as designated according to section 45.
การกระทำของผู้ซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปี มิให้อยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติตามมาตรานี้" The acts of a person aged under eighteen years shall not be subject to the provisions of this section.”
มาตราให้ยกเลิกความในมาตรา ๗๓ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section5.The text of section 73 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following text:
"มาตรา ๗๓ เด็กอายุยังไม่เกินสิบปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ Section73.[When] a child, aged not over ten years still, commits an act which the law provides to be an offence, that child is not required to undergo the penalty.
ให้พนักงานสอบสวนส่งตัวเด็กตามวรรคหนึ่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก เพื่อดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น" The inquiry official shall send the child under paragraph 1 to a competent official under the law on child protection so that the welfare protection under the law thereon would be implemented.”
มาตรา⁠ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๗๔ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section6.The text of paragraph 1 of section 74 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following text:
"มาตรา ๗๔ เด็กอายุกว่าสิบปี แต่ยังไม่เกินสิบห้าปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ให้ศาลมีอำนาจที่จะดำเนินการ ดังต่อไปนี้ Section74.[When] a child aged above ten years but still not over fifteen years commits an act which the law provides to be an offence, that child is not required to undergo the penalty, but the court shall have the power to proceed [with the matter] in the following [manners]:
(๑)⁠ว่ากล่าวตักเตือนเด็กนั้นแล้วปล่อยตัวไป และถ้าศาลเห็นสมควร จะเรียกบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่ มาตักเตือนด้วยก็ได้ (1)[the court may] give admonition or warning to the child before releasing [him], and if the court finds it appropriate, [the court] may summon the father [of the child], the mother [of the child], the guardian [of the child], or the person with whom the child resides to receive warning also;
(๒)⁠ถ้าศาลเห็นว่า บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง สามารถดูแลเด็กนั้นได้ ศาลจะมีคำสั่งให้มอบตัวเด็กนั้นให้แก่บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ไป โดยวางข้อกำหนดให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ระวังเด็กนั้นไม่ให้ก่อเหตุร้ายตลอดเวลาที่ศาลกำหนด ซึ่งต้องไม่เกินสามปี และกำหนดจำนวนเงินตามที่เห็นสมควรซึ่งบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง จะต้องชำระต่อศาลไม่เกินครั้งละหนึ่งหมื่นบาทในเมื่อเด็กนั้นก่อเหตุร้ายขึ้น (2)if the court finds that the father, mother, or guardian is still able to take care of the child, the court may give an order entrusting the child to the father, mother, or guardian and laying down an ordinance requiring the father, mother, or guardian to prevent the child from causing [any] unfavourable incident throughout the time designated by the court, which must not be over three years, [or else] the father, mother, or guardian will have to pay to the court every time the child causes an unfavourable incident an amount of money designated [by the court] as [it] finds appropriate, but not over ten thousand baht;
ถ้าเด็กนั้นอาศัยอยู่กับบุคคลอื่นนอกจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง และศาลเห็นว่า ไม่สมควรจะเรียกบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง มาวางข้อกำหนดดังกล่าวข้างต้น ศาลจะเรียกตัวบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่มาสอบถามว่า จะยอมรับข้อกำหนดทำนองที่บัญญัติไว้สำหรับบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ดังกล่าวมาข้างต้นหรือไม่ก็ได้ ถ้าบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่ยอมรับข้อกำหนดเช่นว่านั้น ก็ให้ศาลมีคำสั่งมอบตัวเด็กให้แก่บุคคลนั้นไปโดยวางข้อกำหนดดังกล่าว if the child resides with another person than the father, mother, or guardian, and the court finds that it is not appropriate to summon the father, mother, or guardian to attend the laying down of the above-said ordinance, the court may summon the person with whom the child resides to [the court] and ask [him] if [he] would accept an ordinance similar to one provided for the father, mother, or guardian as said above; if the person with whom the child resides accepts such ordinance, the court shall give an order entrusting the child to such person and laying down the said ordinance;
(๓)ในกรณีที่ศาลมอบตัวเด็กให้แก่บิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่ ตาม (๒) ศาลจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติเด็กนั้นเช่นเดียวกับที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๕๖ ด้วยก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ศาลแต่งตั้งพนักงานคุมประพฤติหรือพนักงานอื่นใดเพื่อคุมความประพฤติเด็กนั้น (3)in the event that the court entrusts the child to the father, mother, guardian, or person with whom the child resides according to (2), the court may also designate for the child the same conditions for supervision of behaviour as those provided in section 56; in such event, the court shall appoint a probation official or any other official to supervise the behaviour of the child;
(๔)ถ้าเด็กนั้นไม่มีบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง หรือมี แต่ศาลเห็นว่า ไม่สามารถดูแลเด็กนั้นได้ หรือถ้าเด็กอาศัยอยู่กับบุคคลอื่นนอกจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง และบุคคลนั้นไม่ยอมรับข้อกำหนดดังกล่าวใน (๒) ศาลจะมีคำสั่งให้มอบตัวเด็กนั้นให้อยู่กับบุคคลหรือองค์การที่ศาลเห็นสมควรเพื่อดูแล อบรม และสั่งสอนตามระยะเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้ ในเมื่อบุคคลหรือองค์การนั้นยินยอม ในกรณีเช่นว่านี้ ให้บุคคลหรือองค์การนั้นมีอำนาจเช่นผู้ปกครองเฉพาะเพื่อดูแล อบรม และสั่งสอน รวมตลอดถึงการกำหนดที่อยู่และการจัดให้เด็กมีงานทำตามสมควร หรือให้ดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นก็ได้ หรือ (4)if the child has no father, mother, or guardian, or has one whom the court, however, finds unable to take care of the child, or if the child resides with another person than the father, mother, or guardian, and the person does not accept such ordinance as said in (2), the court may give an order entrusting the child to a person or organisation that the court finds appropriate for taking care of, instructing, and teaching [the child] for a period of time designated by the court, when the person or organisation consents [thereto]; in such event, the person or organisation shall have the power as a guardian only for taking care of, instructing, and teaching [the child], as well as designating the residence [of the child] and arranging for the child to carry out work as appropriate, or the welfare protection under the law thereon may be implemented for the child; or
(๕)ส่งตัวเด็กนั้นไปยังโรงเรียน หรือสถานฝึกและอบรม หรือสถานที่ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อฝึกและอบรมเด็ก ตลอดระยะเวลาที่ศาลกำหนด แต่อย่าให้เกินกว่าที่เด็กนั้นจะมีอายุครบสิบแปดปี” (5)[the court may] commit the child to a school, or place of training and instruction, or place set up for training and instructing children, throughout a period of time designated by the court but not longer than [the time] the child completes the eighteenth year of age.”
มาตราให้ยกเลิกความในมาตรา ๗๕ และมาตรา ๗๖ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section7.The text of section 75 and section 76 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following text:
"มาตรา ๗๕ ผู้ใดอายุกว่าสิบห้าปี แต่ต่ำกว่าสิบแปดปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด ให้ศาลพิจารณาถึงความรู้ผิดชอบและสิ่งอื่นทั้งปวงเกี่ยวกับผู้นั้น ในอันที่จะควรวินิจฉัยว่า สมควรพิพากษาลงโทษผู้นั้นหรือไม่ ถ้าศาลเห็นว่า ไม่สมควรพิพากษาลงโทษ ก็ให้จัดการตามมาตรา ๗๔ หรือถ้าศาลเห็นว่า สมควรพิพากษาลงโทษ ก็ให้ลดมาตราส่วนโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดลงกึ่งหนึ่ง Section75.[When] anyone aged over fifteen years but under eighteen years commits an act which the law provides to be an offence, the court shall consider [his] sense of right and wrong and all the other things relating to him[2] in order to rule as to whether he[2] should be adjudged to the penalty. If the court finds that [he] should not be adjudged to the penalty, [the court] shall deal [with him] in accordance with section 74, or if the court finds that [he] should be adjudged to the penalty, [the court] shall, by one half, reduce the scale of penalty[3] designated for [his] offence.
มาตรา ๗๖ ผู้ใดอายุตั้งแต่สิบแปดปี แต่ยังไม่เกินยี่สิบปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด ถ้าศาลเห็นสมควร จะลดมาตราส่วนโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นลงหนึ่งในสามหรือกึ่งหนึ่งก็ได้" Section76.[When] anyone aged eighteen years old or more but still not over twenty years commits an act which the law provides to be an offence, the court, if finding it appropriate, may, by one third or one half, reduce the scale of penalty[3] designated for [his] offence.”
มาตรา⁠ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๔ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section8.The text of section 94 of the Penal Code shall be repealed and replaced by the following text:
"มาตรา ๙๔ ความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ และความผิดซึ่งผู้กระทำได้กระทำในขณะที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีนั้น ไม่ว่าจะได้กระทำในครั้งก่อนหรือครั้งหลัง ไม่ถือว่า เป็นความผิดเพื่อการเพิ่มโทษตามความในหมวดนี้" Section94.Negligent offences, petty offences, and offences committed by offenders whilst aged under eighteen years, whether committed on previous occasions or on subsequent occasions, are not deemed to be offences for [which] the penalty [can be] aggravated in accordance with the text of this Chapter.”
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี
Countersignatory:
General Surayud Chulanont
Prime Minister

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันการกำหนดเกณฑ์อายุของเด็กในกรณีที่เด็กกระทำความผิดทางอาญายังไม่เหมาะสม และยังไม่สอดคล้องกับเกณฑ์อายุของเด็กที่กำหนดในกฎหมายหลายฉบับของไทย และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ค.ศ. ๑๙๘๙ และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิของพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ค.ศ. ๑๙๖๖ ของสหประชาชาติ ที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี โดยการศึกษาทางการแพทย์แสดงให้เห็นว่า เด็กที่มีอายุระหว่างเจ็ดปีถึงสิบสองปีมีพัฒนาการด้านความคิด สติปัญญา และจริยธรรม ยังไม่สมบูรณ์ ขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี และไม่สามารถคาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำของตนได้ ประกอบกับได้มีการศึกษาสถิติในการกระทำความผิดของเด็กช่วงวัยต่าง ๆ ปรากฏว่า เด็กที่มีอายุระหว่างเจ็ดปีถึงสิบสองปีมีสถิติการกระทำความผิดน้อยหรือไม่มีเลย นอกจากนี้ กฎหมายของไทยหลายฉบับกำหนดเกณฑ์อายุเด็กไว้ที่อายุสิบห้าปี เช่น มาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๒๖ กำหนดให้ผู้มีสัญชาติไทยต้องทำบัตรประจำตัวประชาชนเมื่อมีอายุครบสิบห้าปีบริบูรณ์ มาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ กำหนดห้ามมิให้นายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปีเป็นลูกจ้าง และมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ กำหนดให้มีการศึกษาภาคบังคับจำนวนเก้าปี โดยให้เด็กซึ่งอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดเข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจนอายุย่างเข้าปีที่สิบหก แสดงให้เห็นว่า เด็กอายุสิบห้าปี กฎหมายยอมรับว่า เริ่มก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่ มีความสามารถรับผิดชอบได้ ประกอบกับเด็กช่วงอายุดังกล่าวยังอยู่ในวัยเรียน สมควรได้รับโอกาสเพื่อบำบัดและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มากกว่าจะมารับโทษทางอาญา ในขณะเดียวกัน อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ค.ศ. ๑๙๘๙ และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิของพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ค.ศ. ๑๙๖๖ ของสหประชาชาติ และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ ก็ได้กำหนดเกณฑ์อายุเด็กไว้ที่อายุต่ำกว่าสิบแปดปี สมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาเพื่อกำหนดเกณฑ์อายุของเด็กในกรณีที่เด็กกระทำความผิดอาญาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับกฎหมายของไทยและอนุสัญญาระหว่างประเทศดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ Note: The grounds for promulgation of this Act are as follows: Whereas now the child age criteria designated for cases in which criminal offences are committed by children are not yet proper and still disagree with the child age criteria designated in various laws of Thailand as well as the Convention on the Rights of the Child, 1989 CE, and the International Covenant on Civil and Political Rights, 1966 CE, of the United Nations, to which Thailand has become a party; [and] whereas medical studies reveal that children aged between seven years and twelve years are void of the sense of conscience and lack the ability to conjecture the outcome which may arise from their action, due to their still imperfect cognitive, intelligent, and ethical development; and [whereas] statistical studies have been carried out in regard to the commission of offences by children in various ages, which show low or no any statistic of offences committed by children aged between seven years and twelve years; and [whereas] many of the Thai laws designate the fifteenth year of age as child age criteria, such as section 5 of the National Identity Cards Act, 2526 BE, which designates a requirement for Thai nationals to apply for national identity cards upon completing the fifteenth year of age, section 44 of the Labour Protection Act, 2541 BE, which designates a prohibition of employers from accepting children under fifteen years of age as their employees, and section 17 of the National Education Act, 2542 BE, which designates that there be compulsory education for nine years and requires children turning seven years old to attend institutions of basic education until turning sixteen years old, thus indicating that fifteen-year-old children are legally accepted as coming of age and capable of responsibility; and [whereas] children of the said age are still in school[4] [and] should be given a chance to change and reform their behaviour instead of suffering a criminal penalty; and whereas the Convention on the Rights of the Child, 1989 CE, and the International Covenant on Civil and Political Rights, 1966 CE, of the United Nations, as well as the Act Establishing Juvenile and Family Courts and Juvenile and Family Case Procedure, 2534 BE, designate the age under eighteen years as child age criteria; it is appropriate to amend the Penal Code so as to designate in a proper manner and in line with laws of Thailand and the said international conventions the child age criteria for cases of criminal offences committed by children. Therefore, it is necessary to enact this Act.

Notes[edit]

  1. Literally, “in trying any offence, irrespective of whether or not the court would punish the charged person, when [the court] has a reasonable cause to believe that the charged person would…”.
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 2.5 2.6 In the Thai text, a gender-neutral pronoun is used here.
  3. 3.0 3.1 The Penal Code employs two terms, attrasuan thot (Thai: อัตราส่วนโทษ; “rate of penalty”) and mattrasuan thot (Thai: มาตราส่วนโทษ; “scale of penalty”). In its Judgment No. 1312/2513, the Supreme Court of Justice of Thailand (San Dika, n.d.) stated that to reduce a mattrasuan thot (“scale of penalty”) is to reduce the penalty designated by the law for the offence, not the penalty designated by the court for the offender.
  4. Literally, “are still in learning age”.

Bibliography[edit]

Original
References
Copyright.svg PD-icon.svg This work is a translation and has a separate copyright status to the applicable copyright protections of the original content.
Original:

This work is in the public domain worldwide because it originated in Thailand and is a work under section 7(2) of Thailand's Copyright Act, 2537 BE (1994) (WIPO translation), which provides:

"7. The following shall not be deemed copyright works under this Act:
(1)news of the day and facts having the character of mere information, not being works in the literary, scientific or artistic fields;
(2)the constitution and legislation;
(3)regulations, bylaws, notifications, orders, explanations and official correspondence of the Ministries, Departments or any other government or local units;
(4)judicial decisions, orders, decisions and official reports;
(5)translations and collections of the materials referred to in items (1) to (4), made by the Ministries, Departments or any other government or local units."
Translation:

I, the copyright holder of this work, hereby release it into the public domain. This applies worldwide.
In case this is not legally possible:
I grant anyone the right to use this work for any purpose, without any conditions, unless such conditions are required by law.