Translation:Press Release of the Civil Court of Thailand (6 August 2021)

From Wikisource
Jump to navigation Jump to search
Press Release of the Civil Court of Thailand  (2021) 
by Civil Court of Thailand, translated from Thai by Wikisource

ข่าวแจกสื่อมวลชน
ศาลแพ่ง

Press Release
The Civil Court

ศาลแพ่ง

✆ ๐๒ ๕๑๒ ๘๔๗๘๐๒ ๕๔๑ ๒๔๓๑

🖂 civil@coj.go.th

Civil Court

✆ 02 512 847802 541 2431

🖂 civil@coj.go.th


ตามที่ปรากฏเป็นข่าวต่อสาธารณะว่า เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ ศาลแพ่งมีคำสั่งให้รับคำฟ้องในคดีหมายเลขดำที่ พ๓๖๑๘/๒๕๖๔ ที่บริษัท รีพอร์ตเตอร์ โปรดักชั่น จำกัด กับพวก รวม ๑๒ คน ยื่นฟ้องพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) ขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒๙) ลงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๔ พร้อมรับคำร้องขอให้ศาลได่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในกรณีฉุกเฉิน โดยขอให้ศาลมีคำสั่งให้ระงับการบังคับใช้ข้อกำหนดดังกล่าว และห้ามมิให้นำมาตรการ คำสั่ง หรือการกระทำใด ๆ ที่สั่งการตามประกาศดังกล่าวมาใช้กับฝ่ายโจทก์ ประชาชน และสื่อมวลชน ไปจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีนี้ และศาลนัดฟังคำสั่งวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกานั้น As it has become known to the public that, on 2 August 2564 [2021], the Civil Court ordered accepting the plaint in the Black Case No. Pho3618/2564 brought by Reporter Production Limited Company and others, 12 in total, against General Prayut Chan-o-cha (Prime Minister), requesting the Court to give a judgment revoking the Ordinance Issued Under Section 9 of the Emergency Decree on Public Administration in States of Emergency, 2548 BE, (No. 29), dated 29 July 2564 [2021], and [the Court also] accepted [their] application requesting the Court to conduct an emergency hearing of [their] application for interim protection, by which [they] sought an order of the Court to suspend the enforcement of the said Ordinance and to prohibit the implementation of any measures, orders, or actions dictated by virtue of the mentioned Announcement[1] on them,[2] [on] the people, and [on] the mass media until the final judgment in this case is given by the Court, in respect of which[3] the Court was scheduled to pronounce an order on 6 August 2564 [2021] at 13:30 hours;
บัดนี้ ศาลแพ่ง ในคดีหมายเลขดำที่ พ๓๖๑๘/๒๕๖๔ ได้ออกนั่งพิจารณาไต่สวนพยานหลักฐานแล้ว มีคำสั่งอันสรุปใจความได้ว่า "ข้อกำหนดฯ ข้อ ๑ ที่ห้ามเผยแพร่ข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว มิได้จำกัดเฉพาะข้อความอันเป็นเท็จ ดังเหตุผลและความจำเป็นตามที่ระบุไว้ในการออกข้อกำหนดดังกล่าว ย่อมเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของโจทก์ทั้งสิบสองและประชาชนที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ บัญญัติคุ้มครองไว้ ทั้งยังไม่ต้องด้วยข้อกำหนดฯ ที่ระบุว่า จำเป็นต้องมีมาตรการที่กำหนดให้การใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกเป็นไปอย่างมีเหตุผล ถูกต้องดามข้อเท็จจริงดามกรอบที่รัฐธรรมนูญกำหนด ทั้งข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวตามข้อกำหนดข้อดังกล่าวนั้นมีลักษณะไม่แน่ชัดและขอบเขตกว้าง ทำให้โจทก์ทั้งสิบสอง ประชาชน และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ไม่มั่นใจในการแสดงความคิดเห็นและสื่อสารตามเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญฯ มาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๕ วรรคหนึ่ง บัญญัติคุ้มครองไว้ นอกจากนี้ ยังเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ ไม่ต้องด้วยมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งรัฐธรรมนูญฯ ทั้งข้อกำหนดดังกล่าวก็ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์หรือแนวทางในการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อมิให้มีการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่โจทก์ทั้งสิบสองหรือประชาชนเกินสมควรแก่เหตุตามความในมาตรา ๙ วรรคสอง แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ส่วนข้อกำหนดฯ ข้อ ๒ ที่ให้อำนาจระงับการให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่เลขที่อยู่ไอพี (IP address) ที่มีการเผยแพร่ข้อความหรือข่าวสารในอินเทอร์เน็ตที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดฯ ไม่ปรากฏว่า มาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๔ ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีออกข้อกำหนดให้ดำเนินการระงับการให้บริการอินเทอร์เน็ต จึงเป็นข้อกำหนดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อินเทอร์เน็ตมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease: COVID-19) และรัฐสั่งปิดพื้นที่หรือล๊อกดาวน์จำกัดการเดินทางหรือการพบปะระหว่างบุคคล ทั้งข้อกำหนดข้อดังกล่าวมิได้จำกัดเฉพาะการระงับการให้บริการอินเทอร์เน็ตสำหรับการกระทำครั้งที่เป็นเหตุแห่งการระงับให้บริการอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ยังระงับการให้บริการอินเทอร์เน็ตในอนาคตด้วย ปิดกั้นการสื่อสารของบุคคล และเป็นการปิดกั้นสุจริตชนผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเผยแพร่ข้อความหรือข่าวสารดังกล่าว ไม่ต้องด้วยมาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง แห่งรัฐธรรมนูญฯ การให้ข้อกำหนดทั้งสองข้อดังกล่าวมีผลบังคับใช้ต่อไปอาจทำให้เกิดความเสียหายที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลังได้ กรณีมีเหตุจำเป็นเห็นเป็นการยุติธรรมและสมควรในการนำวิธีชั่วคราวก่อนพิพากษามาใช้ เพื่อเป็นการระงับการบังคับใช้ข้อกำหนดทั้งสองข้อดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๕๔ (๒) มาตรา ๒๕๕ (๒) (ง) ประกอบมาตรา ๒๖๗ วรรคหนึ่ง และการระงับการบังคับใช้ข้อกำหนดดังกล่าวไม่น่าเป็นอุปสรรคแก่การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐหรือแก่ประโยชน์สาธารณะ เพราะยังมีมาตรการทางกฎหมายหลายฉบับให้สามารถดำเนินการเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อความหรือข่าวสารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายผ่านช่องทางสื่อสารต่าง ๆ อีกทั้งรัฐสามารถใช้สื่อวิทยุและโทรทัศน์ในการกำกับเป็นเครื่องมือในการให้ความรู้เพื่อการรู้เท่าทัน สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนแก่ประชาชนได้ด้วย Now, the Civil Court, after conducting a sitting to hear the evidence, has rendered an order in the Black Case No. Pho3618/2564, which could be summarised as follows:
"Article 1 of the Ordinance, which prohibits the dissemination of messages that may cause fear to the people, is not limited to false messages as stated in the grounds and necessity for the issuance of the said Ordinance. Not only lessening the rights and freedoms of the 12 Plaintiffs and [of] the people as protected by the Constitution of the Kingdom of Thailand, [this article] also contradicts [the preamble of] the Ordinance [itself], which states that there need to be [some] measures to require the right and freedom of expression to be exercised in a manner reasonable [and] correctly conforming to the facts [and] within the boundaries designated by the Constitution of the Kingdom of Thailand. Also, the 'messages which may cause fear to the people' according to the said article of the Ordinance have unclear characteristics and [have] a wide extent, causing the 12 Plaintiffs, the people, and the practitioners of mass media professions to become unsure about the freedom of expression of opinions and [the freedom of] communication as protected by the Constitution, section 34, paragraph 1, and section 3, paragraph 2, in addition to giving rise to immoderate restriction of personal rights and freedoms, [which] contradicts the Constitution, section 26, paragraph 1. Furthermore, the said [article of the] Ordinance does not contain [any] criteria or guidance for the performance of work by the competent authorities, in order to prevent [any] performance which causes immoderate trouble to the 12 Plaintiffs and the people as [required by] the Emergency Decree on Public Administration in States of Emergency, 2548 BE, section 9, paragraph 2. As regards article 2 of the Ordinance which grants the power to terminate the provision of internet service to the IP addresses [from] which messages or information are disseminated in violation of the Ordinance, it does not appear that section 9 of the Emergency Decree on Public Administration in States of Emergency, 2548 BE, authorises the Prime Minister to issue an ordinance for terminating the provision of internet service. [This article of] the Ordinance is thus unlawful. Internet is important to everyday life, especially during the state of emergency in which the Coronavirus disease 2019 (COVID-19) is spreading and the State has ordered confinement [of people within certain] areas, or lockdown, [and has] limited travels or meetings of[4] people. Also, the said article of the Ordinance is not only limited to the termination of the provision of internet service for the very act grounding such termination, but [covers] the termination of the provision of internet service in the future, [thus] shutting off the communication of the people and obstructing[5] innocent people who have no part in disseminating the messages or information in question, [causing the article to] contradict the Constitution, section 36, paragraph 1. Permitting the said two articles of the Ordinance to remain in force could bring about injury for which subsequent remedy would be difficult. It is the event of necessity, in which [the Court] finds it just and appropriate to implement the interlocutory measures under the Civil Procedure Code, section 254 (2) [and] section 255(2)(d), in conjunction with section 267, paragraph 1, to suspend the enforcement of both articles of the Ordinance, and [the Court finds that] suspension of the enforcement of these articles would not pose [any] obstacle to the [carrying out of] public administration by the State during the state of emergency or to public interest, because there still are measures under various laws which enable the tackling of the dissemination of unlawful messages or information through communication channels and the Government is also able to use the radio and television media under its supervision as a tool to impart knowledge to the people to [empower them to] see through, build correct understanding [about], and examine the facts regarding the distorted information.
จึงมีคำสั่งห้ามจำเลยดำเนินการบังคับใช้ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒๙) เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น"
Therefore, [the Civil Court] issues an order temporarily prohibiting the Defendant from enforcing the Ordinance Issued Under Section 9 of the Emergency Decree on Public Administration in States of Emergency, 2548 BE, (No. 29), until any change is ordered by the Court."[6]

Notes[edit]

  1. No announcement is mentioned in this document. It may be a typographical error for "Ordinance" or may refer to the announcement of a state of emergency by the Government.
  2. Originally, "on the Plaintiff's side".
  3. Originally, "and".
  4. Originally, "between".
  5. Literally, "closing [and] barring".
  6. Literally, "until the Court issues an order changing [that injunction] to a different thing".

Bibliography[edit]

  • Samnak-ngan San Yuttitham [Office of the Judiciary]. (2021, 6 August). San Phaeng An Khamsang Kiaokap Khamrong Kho Khumkhrong Chuakhrao Nai Korani Chukchoen Nai Khadi Maikek Dam Thi Pho Sam Hok Nueng Paet Thap Song Ha Hok Si [Civil Court Pronounces an Order Relating to an Application for Interim Protection in an Event of Emergency in the Black Case No. Pho3618/2564]. https://web.facebook.com/pr.coj/posts/838704213498241
Copyright.svg PD-icon.svg This work is a translation and has a separate copyright status to the applicable copyright protections of the original content.
Original:

This work is in the public domain worldwide because it originated in Thailand and is a work under section 7(1) of Thailand's Copyright Act, 2537 BE (1994) (WIPO translation), which provides:

"7. The following shall not be deemed copyright works under this Act:
(1)news of the day and facts having the character of mere information, not being works in the literary, scientific or artistic fields;
(2)the constitution and legislation;
(3)regulations, bylaws, notifications, orders, explanations and official correspondence of the Ministries, Departments or any other government or local units;
(4)judicial decisions, orders, decisions and official reports;
(5)translations and collections of the materials referred to in items (1) to (4), made by the Ministries, Departments or any other government or local units."
Translation:

I, the copyright holder of this work, hereby release it into the public domain. This applies worldwide.
In case this is not legally possible:
I grant anyone the right to use this work for any purpose, without any conditions, unless such conditions are required by law.