Translation:Rights of Author Act, 120 RE

From Wikisource
Jump to navigation Jump to search
Rights of Author Act, 120 RE  (1901) 
by Chulalongkorn, translated from Thai by Wikisource
Seal of the royal edict of the monarch of Siam

พระราชบัญญัติ
กรรมสิทธิ์ผู้แต่งหนังสือ

Seal of the royal edict of the monarch of Siam

Rights of Author[1]
Act

มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระปลมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ประกาศจงทราบทั่วกันว่า ทุกวันนี้ เมื่อมีผู้ใดได้อุสาหะแต่งหนังสือขึ้นด้วยสติปัญญาแลวิชาความรู้ของตนเพื่อพิมพ์จำหน่ายให้เกิดผลประโยชน์ ถ้าหนังสือเรื่องใดจำหน่ายได้มาก ก็มักมีผู้อื่นบังอาจเอาหนังสือเรื่องนั้นไปพิมพ์ขึ้นขายโดยพลการ กระทำให้เสื่อมทรามผลประโยชน์ซึ่งสมควรจะได้แก่ผู้แต่งโดยความชอบธรรม มีอยู่เนือง ๆ แลการอย่างนี้ ในนา ๆ ประเทศโดยมากย่อมมีกฎหมายห้ามปรามไม่ให้ผู้อื่นลอกคัดหรือพิมพ์จำหน่ายหนังสือซึ่งผู้แต่งมิได้อนุญาต ทรงพระราชดำริห์เห็นว่า สมควรจะมีพระราชบัญญัติตั้งขึ้นไว้ในพระราชอาณาจักร์สำหรับคุ้มครองป้องกันผลประโยชน์ของผู้แต่งหนังสือตามสมควรแก่ยุติธรรม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้ว่า There has been issued, by Phra Bat Somdet Phra Paramin Maha Chulalongkorn Phra Chunlachomklao Chaoyuhua,[2] a great royal command decreeing, through his supremacy,[3] that a proclamation be made for general knowledge as follows: Nowadays, when certain people have made their efforts to compose writings with their own intelligence and wisdom and published them to produce some benefits, there often happens to be, if any of those writings could be distributed in a large quantity, someone else daring enough to print that writing for sale without authorisation, causing ruin to the benefits which should devolve upon the author by all rights. Repeatedly has this happened, and such an incident as this is, in most countries, suppressed by the law which prevents others from reproducing or publishing writings without permission of their authors. Entertaining an opinion that there should be established in his Kingdom an Act for protecting and safeguarding the benefits of the authors in line with fairness, His Majesty is graciously pleased[4] to enact the following Act henceforth:

หมวดที่ ๑ ว่าด้วยนาม
แลกำหนดใช้พระราชบัญญัติ

Chapter 1. Of the name
and the schedule for the coming into force of the Act.

มาตราพระราชบัญญัตินี้ให้มีนามว่า, "พระราชบัญญัติกรรมสิทธิ์ผู้แต่งหนังสือ ร,ศ, ๑๒๐" Section1.This Act shall bear the name of the "Rights of Author Act, 120 RE".[5]
มาตราให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันที่ได้ประกาศเปนต้นต่อไป Section2.This Act shall come into force from the date of its proclamation onwards.

หมวดที่ ๒ ว่าด้วยกรรมสิทธิ์

Chapter 2. Of the rights of author.

มาตราผู้ใดได้แต่งหนังสือรวมเปนเล่มก็ดี หรือเปนแต่ส่วนของเล่มก็ดี ถ้าได้กระทำถูกต้องตามความในพระราชบัญญัตินี้แล้ว ให้ผู้นั้นมีกรรมสิทธิ์ในหนังสือที่ตนได้แต่งนั้นเหมือนกับทรัพย์สมบัติของตน Section3.When anyone has composed certain writings which make up a book or which merely form part of a book, that one shall, if he has correctly complied with the provisions of this Act, enjoy the rights of author in those writings he has composed, as if they were his own items of possessions.
มาตราผู้มีกรรมสิทธิ์ในหนังสือเรื่องใด มีอำหนาจที่จะพิมพ์ จะคัด จะแปลเปนภาษาอื่น แลจำหน่ายหรือขายหนังสือที่ตนมีกรรมสิทธิ์นั้นได้แต่ผู้เดียว ผู้อื่นที่มิได้รับอนุญาตจากผู้มีกรรมสิทธิ์ จะพิมพ์ หรือจะคัด จะแปลเปนภาษาอื่น แลจะจำหน่ายหรือขายหนังสือนั้นไม่ได้ Section4.The person enjoying the rights of author in any writing has the exclusive power to print, to copy, to translate into a different language, and to distribute or sell the writing in respect of which he enjoys the rights of author. No one else can print, copy, translate into a different language, or distribute or sell such writing without having obtained permission from the person enjoying the rights of author.
มาตราให้กรรมสิทธิ์คงอยู่ตลอดอายุของผู้แต่งหนังสือ แลคงต่อไปตั้งแต่วันที่ผู้แต่งถึงมรณภาพอีก ๗ ปี แต่ถ้าหนังสือเรื่องใด นับแต่วันที่ผู้แต่งได้รับกรรมสิทธิ์จนสิ้น ๗ ปี ภายหลังผู้แต่งมรณภาพ รวมเวลากรรมสิทธิ์ไม่ถึง ๔๒ ปีไซ้ ก็ให้กรรมสิทธิ์คงอยู่ต่อไปจนนับรวมได้ ๔๒ ปีตั้งแต่วันที่ได้รับกรรมสิทธิ์หนังสือเรื่องนั้น จึงให้สิ้นอายุกรรมสิทธิ์ Section5.The rights of author shall remain throughout the lifetime of the author of the writing and shall continue to remain for seven more years as from the date of the author's death. But if the duration of the rights of author in any writing, reckoned from the date of the author's death to the end of the seventh year after the author's death, does not yet amount to a total of 42 years, then the rights of author shall continue to remain until [the duration] adds up to a total of 42 years as from the date of acquisition of the rights of author in such writing, following which shall the term of the rights of author terminate.
มาตราหนังสือเรื่องใด ถ้าผู้แต่งถึงมรณภาพก่อนได้รับกรรมสิทธิ์ ถ้าผู้รับมรฎกนำมาขอกรรมสิทธิ์ภายในกำหนด ๑๒ เดือนนับแต่วันที่ผู้แต่งถึงมรณภาพไป ก็รับกรรมสิทธิ์หนังสือเรื่องนั้นได้ แลให้กรรมสิทธิ์นั้นมีอายุ ๔๒ ปีนับตั้งแต่วันผู้แต่งถึงมรณภาพไปเปนกำหนด Section6.If, in respect of any writing, the author dies prior to acquiring the rights of author, and if his heir brings [the writing] before [the officer] and applies for the rights of author within the period of 12 months reckoned from the date of the author's death, then [the heir] shall acquire the rights of author in such writing, and the rights of author shall last for a period of 42 years reckoned from the date of the author's death.
มาตรา⁠ต่อหนังสือซึ่งได้พิมพ์ในพระราชอาณาจักร์แลได้จำหน่ายครั้งแรกในพระราชอาณาจักร์ จึงจะมีกรรมสิทธิ์ได้ Section7.Only the writings which have been printed in the Kingdom and distributed for the first time in the Kingdom can be subject to the rights of author.
มาตราหนังสือตำราเรียนซึ่งรัฐบาลได้ลงทุนให้แต่งขึ้นไว้ กรรมสิทธิ์แห่งหนังสือนั้นอยู่ในรัฐบาลทุกเมื่อ Section8.When a writing is a textbook of which the composition has been funded by the Government, the rights of author in such writing rest with the Government always.
มาตราหนังสือซึ่งได้แต่งขึ้นหรือได้พิมพ์จำหน่ายก่อนแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้นั้น Section9.As regards a writing which has been composed or published prior to the date of coming into force of this Act:
ข้อถ้าผู้แต่งได้ถึงมรณภาพก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้แล้ว หนังสือนั้นจะมีกรรมสิทธิ์ไม่ได้ Clause1.If the author has already died prior to the date of coming into force of this Act, the writing cannot be subject to the rights of author.
ข้อถ้าผู้แต่งยังอยู่ แลเปนผู้พิมพ์จำหน่ายเอง ถ้ามาขอกรรมสิทธิ์ภายใน ๑๒ เดือนนับแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้ ก็รับกรรมสิทธิ์ได้ Clause2.If the author is alive still and he himself is the publisher, and if he comes and applies for the rights of author within 12 months reckoned from the date of coming into force of this Act, he shall acquire the rights of author.
ข้อถ้าผู้แต่งยังอย่ แต่ได้ขายเรื่องหนังสือนั้นให้ผู้อื่นไปพิมพ์จำหน่ายเปนสิทธิ์ขาดแล้ว หนังสือเรื่องนั้นจะมีกรรมสิทธิ์ไม่ได้ Clause3.If the author is alive still but he has sold to another person the absolute right to publish such writing, the writing cannot be subject to the rights of author.
ข้อถ้าผู้แต่งยังอยู่ แต่ได้ยอมให้ผู้อื่นพิมพ์จำหน่ายโดยมีสัญญาแย่งผลประโยชน์กันมาประการใด ผู้แต่งจะขอกรรมสิทธิ์ ต้องบอกให้ผู้พิมพ์จำหน่ายทราบก่อน ถ้าผู้พิมพ์จำหน่ายยินยอม ผู้แต่งจึงจะมีกรรมสิทธิ์ได้ ถ้าผู้พิมพ์จำหน่ายร้องขัดขวาง ก็ให้ศาลพิจารณาดูผลประโยชน์ที่จะพึงได้พึงเสียในคดีเรื่องนั้นตามกฎหมายแลประเพณี แลให้ศาลมีอำนาจที่จะพิพากษาว่า หนังสือเรื่องนั้นควรมีกรรมสิทธิ์หรือไม่ Clause4.If the author is alive still but he has allowed another person to publish [the writing] through any agreement of noncompetition between them, the author must, when wishing to apply for the rights of author, give notice to the publisher first. If the publisher gives his consent, the author can then enjoys the rights of author. If the publisher files an objection, the court shall consider the benefits which would be gained or lost in that case according to the law and custom, and the court shall have the power to rule if the writing should be subject to the rights of author.

หมวดที่ ๓ ว่าด้วย
ลักษณรับแลโอนกรรมสิทธิ์

Chapter 3. Of modes of
receipt and transfer of rights of author

มาตรา๑๐⁠บรรดาหนังสือซึ่งจะมีกรรมสิทธิ์ได้ตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องลงพิมพ์แล้ว แลผู้แต่งต้องนำหนังสือเรื่องนั้นมาให้เจ้าพนักงานจดลงทะเบียนแต่ภายในกำหนด ๑๒ เดือนตั้งแต่ได้พิมพ์จำหน่าย หรือถ้าเปนหนังสือที่ผู้แต่งถึงมรณภาพก่อนได้รับกรรมสิทธิ์ ผู้รับมรฎกต้องนำมาขอจดทะเบียนแต่ภายในกำหนด ๑๒ เดือนนับแต่วันมรณภาพของผู้แต่ง Section10.Every writing which can be subject to the rights of author under this Act must have been printed already, and the author must bring that writing before the officer for its registration within the period of 12 months as from its publication; or if it is a writing of which the author has died prior to acquiring the rights of author, the heir must bring it before [the officer] and applies for its registration within the period of 12 months as from the date of the author's death.
มาตรา๑๑⁠หนังสือเรื่องใดที่ได้มีกรรมสิทธิ์แล้ว แม้ผู้มีกรรมสิทธิ์ได้แก้ไขแลพิมพ์ขึ้นเปนฉบับหลังต่อไป จะนำฉบับหลังมาจดทะเบียนขอกรรมสิทธิ์ในฉบับนั้น ๆ ต่อไปก็ได้ Section11.After any writing has been subject to the rights of author, if the person enjoying the rights of author edits it and prints it as subsequent editions, the subsequent editions may be brought before [the officer] for registration so as to further apply for the rights of author in those editions.
มาตรา๑๒⁠บรรดาหนังสือที่นำมาจดทะเบียนขอกรรมสิทธิ์นั้น ให้ผู้ขอกรรมสิทธิ์ส่งหนังสือนั้นไว้กับเจ้าพนักงานฉบับ ๑ Section12.The applicant for the rights of author shall file with the officer one copy of every writing which he brings before [the officer] for registration so as to apply for the right of author.
มาตรา๑๓⁠⁠ให้เจ้าพนักงานมีสมุดจดทะเบียนไว้สำหรับจดบาญชีหนังสือที่มีผู้ขอกรรมสิทธิ์จงทุกราย แลเมื่อได้จดหนังสือเรื่องใดลงทะเบียน ต้องให้ผู้ขอกรรมสิทธิ์แลเจ้าพนักงานลงชื่อไว้ในทะเบียนเปนสำคัญ แลสมุดฉบับที่ผู้ขอกรรมสิทธิ์ได้ส่งไว้ต่อเจ้าพนักงานนั้น ก็ให้เจ้าพนักงานแลผู้ขอลงชื่อไว้เปนสำคัญอย่างเดียวกัน Section13.The officer shall have a register for listing each and every writing in respect of which an application for the rights of author has been made, and once any writing has been entered in the register, the applicant for the rights and the officer are required to set their hands to the register as its token, and to the book containing the copy which the applicant for the rights of author has filed with the officer shall the officer and the applicant likewise set their hands as its token.
มาตรา๑๔⁠⁠ผู้ใดได้รับโอนกรรมสิทธิ์ ต้องนำหลักฐานเปนสำคัญในการที่ได้โอนกรรมสิทธิ์นั้นมาแสดงต่อเจ้า พนักงาน เมื่อเจ้าพนักงานเห็นเปนการถูกต้องแล้ว ก็ให้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้นั้น ต่อเมื่อได้จดโอนในทะเบียนแล้ว ผู้รับโอนจึงจะมีอำนาจในกรรมสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ Section14.Whoever has received a transfer of the rights of author must produce before the officer the evidence which bears a token of such transfer of the rights of author. After the officer finds it correct, he shall register the transfer of the rights of author for such person. Only upon registration of the rights of author shall the transferee enjoy the power of[6] the rights of author according to this Act.
มาตรา๑๕⁠บรรดาหนังสือที่มีกรรมสิทธิ์ ผู้มีกรรมสิทธิ์จะต้องถวายไว้สำหรับหอหลวงฉบับ ๑ หอพระสมุดวชิรญาณฉบับ ๑ แลหอพุทธสาสนสังคหะฉบับ ๑ Section15.Of every writing which is subject to the rights of author, the person enjoying the rights of author must provide one copy to the Royal Hall,[7] one copy to the Wachirayan Royal Library,[8] and one copy to the Phutthasat Sangkhaha Hall.[9]

หมวดที่ ๔ ว่าด้วยล่วงกรรมสิทธิ์

Chapter 4. Of infringement of rights of author.

มาตรา๑๖⁠บรรดาหนังสือที่มีกรรมสิทธิ์อยู่นั้น ห้ามมิให้ผู้ใดลอกคัด หรือแปลเปนภาษาอื่น หรือพิมพ์จำหน่าย โดยหาผลประโยชน์ก็ดี หรือไม่หาผลประโยชน์ก็ดี แลห้ามมิให้ผู้ใดช่วยจำหน่ายหนังสือซึ่งคัดลอก หรือแปล หรือพิมพ์โดยผิดกฎหมายเช่นนั้น เว้นไว้แต่เมื่อได้รับหนังสืออนุญาตของผู้มีกรรมสิทธิ์ยอมให้ทำ จึงทำได้ ถ้าผู้ใดกระทำผิดตามที่ว่ามาในมาตรานี้ ผู้นั้นมีความผิดถานล่วงกรรมสิทธิ์ ผู้มีกรรมสิทธิ์มีอำนาจที่จะฟ้องเรียกสินไหมเปนค่าเสียหายหรือค่าธรรมขวัญได้ตามสมควร แลบรรดาหนังสือซึ่งได้พิมพ์ขึ้นโดยล่วงกรรมสิทธิ์ ให้ถือว่า เปนทรัพย์ของผู้มีกรรมสิทธิ์ ๆ มีอำนาจที่จะฟ้องเรียกริบเอาจากผู้ใดใดซึ่งยึดถือหนังสือนั้นไว้ ถ้าขัดขืนไม่ส่งให้ ก็ให้ฟ้องเรียกสินไหมค่าเสียหายหรือค่าทำขวัญหรือเปนเลมิดอำนาจศาลได้ Section16.All the writings which are subject to the rights of author shall no one reproduce, or translate into a different language, or publish, either with a view to seeking benefit or without a view to seeking benefit; and the writings which have been reproduced, or translated, or printed in such an illegal manner shall no one help distribute; except when written permission of the person enjoying the rights of author has been obtained, [in which case the said actions] may then be done. If anyone commits such an offence as described in the present section, that one is guilty of infringement of the rights of author; the person enjoying the rights of author has the power to claim a pecuniary payment in remedy or redress as appropriate; and all the writings which have been printed through infringement of the rights of author shall be deemed to be property of the person enjoying the rights of author, who has the power to claim the surrender or seizure of the writings from anyone who retains them; in case of refusal to deliver [the writings], a claim for a pecuniary payment in remedy or redress, or [a charge] of contumacy, may be entered.

หมวดที่ ๕ ว่าด้วยค่าธรรมเนียม

Chapter 5. Of fees.

มาตรา๑๗⁠⁠ให้เรียกค่าธรรมเนียมจดทะเบียนกรรมสิทธิ์หนังสือ เรื่องละ ๕ บาท ค่าโอนกรรมสิทธิ์ เรื่องละ ๕ บาท เปนกำหนดค่าธรรมเนียมดังนี้ ให้เรียกจากผู้ขอกรรมสิทธิ์หรือผู้ขอโอนกรรมสิทธิ์ Section17.The fees for registration of the rights of author in writings shall be collected [at the rate of] five baht per each writing; the fees for transfer of the rights of author, five baht per each writing. Thus is the rate of fees, which shall be collected from the applicants for registration of the rights of author or the applicants for transfer of the rights of author.
มาตรา๑๘⁠⁠ให้เจ้ากรมพระอาลักษณ์เปนผู้รักษาแลจัดการให้เปนไปตามพระราชบัญญัตินี้ Section18.The chief of the Department of Royal Scribes shall be the one in charge of and be the executor of this Act.
ประกาศมาณวันที่ ๒ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๐ เปนวันที่ ๑๑๙๖๒ ในรัชการปัตยุบันนี้ Proclaimed on the 2nd day of August, 120 Rattanakosin Era,[5] being the 11962th day of the present reign.

Notes[edit]

  1. Literally, "ownership of composers of writings"
  2. The title of King Chulalongkorn of Siam, translating "The Divine Feet of His Divine Exaltedness the Paramount Ruler, the Great Chulalongkorn, His Divinity Chunlachomklao the Lord Over [All] Heads". According to Samnakngan Soemsang Ekkalak Khong Chat (2012, p. 268), "divine feet" (phra bat) is an honorific for a monarch who has been crowned formally. The custom of referring to a monarch with his feet instead of directly refer to him seems to have originated in the Khmer Empire, where monarchs were titled braḥ pāda ("divine feet").
  3. Literally, "decree[ing] above the heads [of all the people]", a traditional phrase signifying the monarch's supreme status. See the translation of the king's title in Note 2 also.
  4. Literally, "bearing divine grace, pleasing the heads [of all the people]". See Note 3 also.
  5. 5.0 5.1 Corresponding to 1901 CE. The Rattanakosin Era, abbreviated as RE (sometimes found abbreviated as RS, from Thai Rattanakosin Sok), is a historical calendar used in Siam and refers to the era of the Rattanakosin Kingdom. As decreed by King Chulalongkorn (Prakat hai chai wan yang mai, 1888, p. 455), each year under this calendar begins on 1 April. So, 120 RE fell between 1 April 1901 CE and 31 March 1902 CE.
  6. Literally, "in".
  7. A royal library in the Grand Palace, Bangkok. Damrong Rachanuphap (1944, p. 102) wrote: "The Royal Hall was a place for storing writings which were standard works, textbooks, and official records of the Nation. (The name Royal Hall seems to be a shortening of the Royal Hall of Archives). [It had been custom] since the time of the Ayutthaya Kingdom to have such a hall within the palace. In this time of Rattanakosin, there was also a Royal Hall within the Grand Palace. I once saw it. It was a single-storey building by the road in front of the Amarin Winitchai Hall... Royal scribes were officers in charge of the documents in the Royal Hall, and the works of the royal scribes were also carried out in that hall... In the reign of King Rama V (possibly the Year of the Rat, 2419 BE), during the construction of the Chakkri Mahaprasat Hall, he had the the building of the Royal Hall as well as the buildings of other government departments around it torn down..."
  8. A royal library in Bangkok. According to Samnak Hosamut Haeng Chat (2005, pp. 163–165), it was established by children of King Mongkut in 2424 BE (1881/82 CE), was named after him (Wachirayan, or Vajirañāṇa in Pali, being his monk name), and was merged into the National Library in 2447 BE (1904/05 CE).
  9. A royal library in Bangkok. According to Samnak Hosamut Haeng Chat (2005, pp. 176), it was established by King Chulalongkorn in 2443 BE (1900/01 CE) and was merged into the National Library in 2447 BE (1904/05 CE). The name Phutthasat Sangkhaha (or Phutthasatsanasangkhaha) translates as "collection about the Buddhist religion" or "support of the Buddhist religion".

Bibliography[edit]

Original
References
  • Damrong Rachanuphap. (1944). Nithan Borankhadi [Tales of Old Matters]. Bangkok: n.p. (Printed by order of HE Field Marshal P. Phibunsongkhram, Prime Minister, as a memorial of the royally sponsored funeral of HRH Prince Damrong Rachanuphap at the crematory of Wat Thep Sirinthrawat on 11 March 2487 BE). (In Thai).
  • "Prakat Hai Chai Wan Yang Mai" [Proclamation Promulgating a New Calendar]. (1888, 15 May). Ratchakitchanubeksa [Government Gazette], 5(52), 451–456. (In Thai).
  • Samnak Hosamut Haeng Chat [Office of the National Library]. (2005). Roi Pi Hosamut Haeng Chat [A Century of the National Library]. Bangkok: Samnak Hosamut Haeng Chat. ISBN 9747912899. (In Thai).
  • Samnakngan Soemsang Ekkalak Khong Chat [Office for Strengthening the National Identity]. (2012). Rachasap [Royal Words]. (4th ed.). Bangkok: Samnakngan Soemsang Ekkalak Khong Chat. ISBN 9786162351426. (In Thai).
Copyright.svg PD-icon.svg This work is a translation and has a separate copyright status to the applicable copyright protections of the original content.
Original:

This work is in the public domain worldwide because it originated in Thailand and is a work under section 7(2) of Thailand's Copyright Act, 2537 BE (1994) (WIPO translation), which provides:

"7. The following shall not be deemed copyright works under this Act:
(1)news of the day and facts having the character of mere information, not being works in the literary, scientific or artistic fields;
(2)the constitution and legislation;
(3)regulations, bylaws, notifications, orders, explanations and official correspondence of the Ministries, Departments or any other government or local units;
(4)judicial decisions, orders, decisions and official reports;
(5)translations and collections of the materials referred to in items (1) to (4), made by the Ministries, Departments or any other government or local units."
Translation:

I, the copyright holder of this work, hereby release it into the public domain. This applies worldwide.
In case this is not legally possible:
I grant anyone the right to use this work for any purpose, without any conditions, unless such conditions are required by law.