Translation:Copyright Act (No. 2), 2558 BE

From Wikisource
Jump to navigation Jump to search
Seal of the Royal Command

พระราชบัญญัติ
ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๘


ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๘
เป็นปีที่ ๗๐ ในรัชกาลปัจจุบัน

Seal of the Royal Command

Copyright
Act (No. 2),
2558 BE


Bhumibol Adulyadej R

Given on the 31st day of January 2558 BE
Being the 70th year of the present reign

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า Phra Bat Somdet Phra Paramin Maha Bhumibol Adulyadej has issued a great royal command pleasedly allowing a proclamation to be made as follows:
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์ Whereas it is appropriate to amend the law on copyright;
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้ Therefore, he is graciously pleased to allow, by and with the advice and consent of the National Legislative Assembly, the enactment of the following Act:
มาตราพระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘" Section1.This Act is called the "Copyright Act (No. 2), 2558 BE".
มาตราพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป Section2.This Act shall come into force upon elapse of the period of one hundred and eighty days reckoned from the date of its publication in the Government Gazette onwards.
มาตราให้เพิ่มบทนิยามคำว่า "ข้อมูลการบริหารสิทธิ" "มาตรการทางเทคโนโลยี" และ "การหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยี" ระหว่างบทนิยามคำว่า "การโฆษณา" และ "พนักงานเจ้าหน้าที่" ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ Section3.The [following] definitions of the terms "rights management information", "technological protection measure", and "circumvention of a technological protection measure" shall be inserted between the definitions of the terms "publish" and "competent official" in section 4 of the Copyright Act, 2537 BE:
" "ข้อมูลการบริหารสิทธิ" หมายความว่า ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงผู้สร้างสรรค์ งานสร้างสรรค์ นักแสดง การแสดง เจ้าของลิขสิทธิ์ หรือระยะเวลาและเงื่อนไขการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ ตลอดจนตัวเลขหรือรหัสแทนข้อมูลดังกล่าว โดยข้อมูลเช่นว่านี้ติดอยู่หรือปรากฏเกี่ยวข้องกับงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิ่งบันทึกการแสดง
"'rights management information' means the information which indicates an author, work of authorship, performer, performance, copyright owner, or terms and conditions of use of a copyrighted work, as well as the numbers or codes representing the described information; provided that such information is attached to or appears in connection with the copyrighted work or a recording of the performance;
"มาตรการทางเทคโนโลยี" หมายความว่า เทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการทำซ้ำหรือควบคุมการเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิ่งบันทึกการแสดง โดยเทคโนโลยีเช่นว่านี้ได้นำมาใช้กับงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิ่งบันทึกการแสดงนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ
'technological protection measure'[1] means a technology which is designed for preventing the reproduction of or controlling an access to a copyrighted work or performance recording and is efficiently applied to such copyrighted work or performance recording;
"การหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยี" หมายความว่า การกระทำด้วยประการใด ๆ ที่ทำให้มาตรการทางเทคโนโลยีไม่เกิดผล"
'circumvention of a technological protection measure' means the conduct of any act whatsoever which renders a technological protection measure ineffective".
มาตราให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๓๒/๑ มาตรา ๓๒/๒ และมาตรา ๓๒/๓ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ Section4.The following text shall be inserted in the Copyright Act, 2537 BE, as its section 32/1, section 32/2, and section 32/3:
"มาตรา ๓๒/๑ การจำหน่ายต้นฉบับหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์โดยผู้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในต้นฉบับหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์นั้นโดยชอบด้วยกฎหมาย มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
"Section32/1.The disposal[2] of the original or copies of a copyrighted work by a person who has lawfully acquired ownership in the original or copies of the copyrighted work shall not be deemed to be an infringement of the copyright.
มาตรา ๓๒/๒ การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ที่ทำหรือได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายในระบบคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะเป็นการทำซ้ำที่จำเป็นต้องมีสำหรับการนำสำเนามาใช้เพื่อให้อุปกรณ์ที่ใช้ในระบบคอมพิวเตอร์หรือกระบวนการส่งงานอันมีลิขสิทธิ์ทางระบบคอมพิวเตอร์ทำงานได้ตามปกติ มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
Section32/2.The conduct, in a computer system, upon a copyrighted work made or acquired lawfully, of any act bearing a characteristic of reproduction necessary for the use of a copy to enable the ordinary operation of a device employed by the computer system or of a process of sending a copyrighted work through the computer system,[3] shall not be deemed to be an infringement of the copyright.
มาตรา ๓๒/๓ ในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีการละเมิดลิขสิทธิ์ในระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อมีคำสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการละเมิดลิขสิทธิ์นั้น
Section32/3.In the event where there is reasonable evidence that an infringement of a copyright takes place in a computer system of a service provider, the owner of the copyright may file a request with a court for an order directing the service provider to terminate[4] such infringement of the copyright.
เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้ให้บริการ หมายความว่า
For the purpose of this section, the service provider means:
(๑)ผู้ให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ตหรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่นโดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเอง หรือในนามหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น
(1)the person who provides to another person a service of accessing the internet or enabling intercommunication in a different manner through a computer system, whether the service is provided in his own name or in the name of or in the interest of another person;
(๒)ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น
(2)the person who provides a service of storing computer data in the interest of another person.
คำร้องตามวรรคหนึ่ง ต้องมีรายละเอียดโดยชัดแจ้งซึ่งข้อมูล หลักฐาน และคำขอบังคับ ดังต่อไปนี้
The request under paragraph 1 must contain clear details of the following information, evidence, and application for direction:
(๑)ชื่อและที่อยู่ของผู้ให้บริการ
(1)the name and address of the service provider;
(๒)งานอันมีลิขสิทธิ์ที่อ้างว่า ถูกละเมิดลิขสิทธิ์
(2)the copyrighted work the copyright in which is claimed to be infringed;
(๓)งานที่อ้างว่า ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์
(3)the work which is claimed to have been made in a manner infringing the copyright;
(๔)กระบวนการสืบทราบ วันและเวลาที่พบการกระทำ และการกระทำหรือพฤติการณ์ ตลอดทั้งหลักฐานเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์
(4)the detection process, the date and time the act is discovered, and the act or circumstances, as well as the evidence relating to the infringement of the copyright;
(๕)ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำที่อ้างว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
(5)the damage which may arise from the act claimed to constitute the infringement of the copyright;
(๖)คำขอบังคับให้ผู้ให้บริการนำงานที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ หรือระงับการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยวิธีอื่นใด
(6)an application for directing the service provider to remove from the computer system of the service provider the work which has been made in a manner infringing the copyright, or to terminate the infringement of the copyright by any other means.
เมื่อศาลได้รับคำร้องตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลทำการไต่สวน หากศาลเห็นว่า คำร้องมีรายละเอียดครบถ้วนตามวรรคสาม และมีเหตุจำเป็นที่ศาลสมควรจะมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องนั้น ให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการกระทำที่อ้างว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือนำงานที่อ้างว่า ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการตามระยะเวลาที่ศาลกำหนด โดยคำสั่งศาลให้บังคับผู้ให้บริการได้ทันที แล้วแจ้งคำสั่งนั้นให้ผู้ให้บริการทราบโดยไม่ชักช้า ในกรณีเช่นนี้ ให้เจ้าของลิขสิทธิ์ดำเนินคดีต่อผู้กระทำละเมิดลิขสิทธิ์ภายในระยะเวลาที่ศาลมีคำสั่งให้ระงับการกระทำที่อ้างว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือนำงานที่อ้างว่า ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ ออกจากระบบคอมพิวเตอร์
Once the court receives the request under paragraph 1, the court shall hold a hearing. If the court finds that the request contains the details under paragraph 3 completely and that there is a necessary cause for which the court should give an order granting such request, the court shall give an order directing the service provider to, within a period of time fixed by the court, terminate the act claimed to constitute the infringement of the copyright or remove from the computer system of the service provider the work claimed to have been made in a manner infringing the copyright. The order of the court can be enforced upon the service provider immediately, and this order shall be notified to the service provider without delay. In such event, the service provider shall take action against the infringer of the copyright within the period of time fixed by the court for terminating the act claimed to constitute the infringement of the copyright or for removing from the computer system the work claimed to have been made in a manner infringing the copyright.
ในกรณีที่ผู้ให้บริการมิใช่ผู้ควบคุม ริเริ่ม หรือสั่งการให้มีการละเมิดลิขสิทธิ์ในระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ และผู้ให้บริการนั้นได้ดำเนินการตามคำสั่งศาลตามวรรคสี่แล้ว ผู้ให้บริการไม่ต้องรับผิดเกี่ยวกับการกระทำที่อ้างว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ที่เกิดขึ้นก่อนศาลมีคำสั่งและหลังจากคำสั่งศาลเป็นอันสิ้นผลแล้ว
In the event that the service provider is not the person controlling, initiating, or ordering the infringement of the copyright in the computer system of the service provider, and the service provider has already complied with the order of the court under paragraph 4, the service provider needs not to be liable for the act claimed to constitute the infringement of the copyright, which takes place before the court gives the order and after the order of the court expires.
ผู้ให้บริการไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตามคำสั่งศาลตามวรรคสี่"
The service provider needs not to be liable for any damage arising from his compliance with the order of the court under paragraph 4."
มาตราให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๕๑/๑ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ Section5.The following text shall be inserted in the Copyright Act, 2537 BE, as its section 51/1:
"มาตรา ๕๑/๑ นักแสดงย่อมมีสิทธิที่จะแสดงว่า ตนเป็นนักแสดงในการแสดงของตน และมีสิทธิห้ามผู้รับโอนสิทธิของนักแสดงหรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลง หรือทำโดยประการอื่นใดแก่การแสดงนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของนักแสดง และเมื่อนักแสดงถึงแก่ความตาย ทายาทของนักแสดงมีสิทธิฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอดอายุแห่งการคุ้มครองสิทธิของนักแสดง ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร"
"Section51/1.A performer does have the right to present himself as the performer of his own performance and has the right to prevent the transferee of a performer's right or any other person from misrepresenting, reducing, adapting, or doing any other thing to such performance to the extent that causes injury to the good name or credit of the performer, and once the performer has died, the heir of the performer has the right to institute [at any time] throughout the term of protection of the right of the performer an action for enforcing such right, save where a different agreement has been adopted in writing."
มาตราให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๓ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section6.The text of section 53 of the Copyright Act, 2537 BE, shall be repealed and replaced by the following text:
"มาตรา ๕๓ ให้นำมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๒/๒ มาตรา ๓๒/๓ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ มาใช้บังคับแก่สิทธิของนักแสดงโดยอนุโลม"
"Section53.Section 32, section 32/2, section 32/3, section 33, section 34, section 36, section 42, and section 43 shall apply mutatis mutandis to the performers' rights."
มาตราให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๒/๑ ข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทางเทคโนโลยี มาตรา ๕๓/๑ มาตรา ๕๓/๒ มาตรา ๕๓/๓ มาตรา ๕๓/๔ และมาตรา ๕๓/๕ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ Section7.The following text shall be inserted in the Copyright Act, 2537 BE, as its Chapter 2/1 Rights management information and technological protection measures, section 53/1, section 53/2, section 53/3, section 53/4, and section 53/5:

"หมวด ๒/๑
ข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทางเทคโนโลยี


"Chapter 2/1
Rights management information and technological protection measures


มาตรา ๕๓/๑ การลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิ โดยรู้อยู่แล้วว่า การกระทำนั้นอาจจูงใจให้เกิด ก่อให้เกิด ให้ความสะดวก หรือปกปิดการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง ให้ถือว่า เป็นการละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิ
Section53/1.The removal or alteration of [any] rights management information with the knowledge that such an act would encourage, originate, facilitate, or conceal an infringement of a copyright or performer's right shall be deemed to be an infringement of the rights management information.
มาตรา ๕๓/๒ ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่า งานหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์นั้นได้มีการลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิ ให้ถือว่า ผู้นั้นกระทำการละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิด้วย ถ้าได้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้น ดังต่อไปนี้
Section53/2.Whoever, knowing already that a copyrighted work or a copy of such work has undergone the removal or alteration of [any] rights management information, conducts any of the following acts upon such work, shall also be deemed to commit an infringement of the rights management information:
(๑)นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย
(1)bringing or ordering to be brought into the Kingdom for disposal;[2]
(๒)เผยแพร่ต่อสาธารณชน
(2)communicating to the public.
มาตรา ๕๓/๓ การกระทำใด ๆ ดังต่อไปนี้ มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิ
Section53/3.The conduct of any of the following acts shall not be deemed to be an infringement of the rights management information:
(๑)การลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิโดยเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมาย เพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย การอันจำเป็นในการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงแห่งชาติ หรือวัตถุประสงค์อื่นในทำนองเดียวกัน
(1)the removal or alteration of [any] rights management information by a legally empowered public officer for the execution of a law, for the necessity of national defence, for the maintenance of national security, or for other similar objectives;
(๒)การลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิโดยสถาบันการศึกษา หอจดหมายเหตุ ห้องสมุด หรือองค์กรแพร่เสียงแพร่ภาพสาธารณะ ที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร
(2)the removal or alteration of [any] rights management information by an educational institution, hall of archives, library, or public broadcasting entity without a view to seeking profit;
(๓)การเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์ที่มีการลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิ โดยสถาบันการศึกษา หอจดหมายเหตุ ห้องสมุด หรือองค์กรแพร่เสียงแพร่ภาพสาธารณะ ที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร
(3)the communication to the public of a copyrighted work or its copy which has undergone the removal or alteration of [any] rights management information, by an educational institution, hall of archives, library, or public broadcasting entity without a view to seeking profit.
ลักษณะของข้อมูลการบริหารสิทธิตาม (๒) และงานหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์ที่มีการลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิตาม (๓) ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
The forms of the rights management information according to (2) and the copyrighted work or its copy which has undergone the removal or alteration of rights management information according to (3) shall be as prescribed in ministerial regulations.
มาตรา ๕๓/๔ การหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยีหรือการให้บริการเพื่อก่อให้เกิดการหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยี โดยรู้อยู่แล้วว่า การกระทำนั้นอาจจูงใจหรือก่อให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง ให้ถือว่า เป็นการละเมิดมาตรการทางเทคโนโลยี
Section53/4.The circumvention of a technological protection measure, or the provision of a service for [the purpose of] originating the circumvention of a technological protection measure, with the knowledge that such an act would encourage or originate an infringement of a copyright or performer's right, shall be deemed to be an infringement of the technological protection measure.
มาตรา ๕๓/๕ การกระทำตามมาตรา ๕๓/๔ ในกรณีดังต่อไปนี้ มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดมาตรการทางเทคโนโลยี
Section53/5.The conduct of the act under section 53/4 in [any of] the following cases shall not be deemed to be the circumvention of the technological protection measure:
(๑)การกระทำนั้นจำเป็นสำหรับการกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ที่ได้รับยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์
(1)the act is necessary for the conduct of [any] act upon a copyrighted work, which enjoys an exception to infringement of copyright;
(๒)เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบที่จำเป็นของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการใช้งานร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์อื่น
(2)for analysis of a necessary element of a computer program in its use with another computer program;
(๓)เพื่อประโยชน์แห่งการวิจัย วิเคราะห์ และหาข้อบกพร่องของเทคโนโลยีการเข้ารหัสโดยผู้กระทำต้องได้มาซึ่งงานหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมายและได้ใช้ความพยายามโดยสุจริตในการขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์แล้ว
(3)for the purpose of research on, analysis of, or detection of an error of a cryptographic technology; provided that the person conducting it has lawfully acquired the copyrighted work or a copy of such work and has already made an effort in good faith to seek permission from the copyright owner;
(๔)เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะในการทดสอบ ตรวจสอบ หรือแก้ไขระบบความมั่นคงปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ ของระบบคอมพิวเตอร์ หรือของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แล้วแต่กรณี
(4)for a specific purpose of testing, inspecting, or correcting a security system of a computer, of a computer system, or of a computer network; provided that permission has been obtained from the owner of the computer, computer system, or computer network, as the case may be;
(๕)เพื่อระงับการทำงานของมาตรการทางเทคโนโลยีในส่วนที่เกี่ยวกับการรวบรวมหรือกระจายข้อมูลบ่งชี้ส่วนบุคคลที่สะท้อนให้เห็นถึงกิจกรรมบนอินเทอร์เน็ตของผู้ที่เข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์ โดยการกระทำนั้นต้องไม่กระทบต่อการเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์โดยบุคคลอื่น
(5)for termination of the operation of a technological protection measure with respect to the collection or distribution of personally identifiable information which reflects an activity on the internet of a person accessing a copyrighted work; provided that the act must not affect access to the copyrighted work by another person;
(๖)การกระทำโดยเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมาย เพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย การอันจำเป็นในการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงแห่งชาติ หรือวัตถุประสงค์อื่นในทำนองเดียวกัน
(6)the conduct of the act by a legally empowered public officer for the execution of a law, for the necessity of national defence, for the maintenance of national security, or for other similar objectives;
(๗)การกระทำโดยสถาบันการศึกษา หอจดหมายเหตุ ห้องสมุด หรือองค์กรแพร่เสียงแพร่ภาพสาธารณะ ที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร เพื่อเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์ที่ไม่อาจเข้าถึงได้ด้วยวิธีอื่น"
(7)the conduct of the act by an educational institution, hall of archives, library, or public broadcasting entity without a view to seeking profit, in order to access a copyrighted work which cannot be accessed otherwise."
มาตราให้ยกเลิกชื่อหมวด ๖ คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์และสิทธิของนักแสดง แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section8.The title of Chapter 6, cases relating to copyright and performers' rights, of the Copyright Act, 2537 BE, shall be repealed and replaced by the following text:

"หมวด ๖
คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ สิทธิของนักแสดง
ข้อมูลการบริหารสิทธิ และมาตรการทางเทคโนโลยี"

"Chapter 6
Cases relating to copyright, performers' rights,
rights management information, and technological protection measures".

มาตราให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของมาตรา ๖๔ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ Section9.The following text shall be inserted in the Copyright Act, 2537 BE, as paragraph 2 of its section 64:
"ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานชัดแจ้งว่า การละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง เป็นการกระทำโดยจงใจ หรือมีเจตนาเป็นเหตุให้งานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงสามารถเข้าถึงโดยสาธารณชนได้อย่างแพร่หลาย ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ละเมิดจ่ายค่าเสียหายเพิ่มขึ้นไม่เกินสองเท่าของค่าเสียหายตามวรรคหนึ่ง"
"In the event where there is express evidence that an infringement of a copyright or performer's right was committed with a will or intention to enable a wide-scale access by the public to a work which is subject to the copyright or performer's right, the court shall have the power to order the infringer to pay additional damages not exceeding twice [the amount of] the damages under paragraph 1."
มาตรา๑๐ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๖๕/๑ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ Section10.The following text shall be inserted in the Copyright Act, 2537 BE, as its section 65/1:
"มาตรา ๖๕/๑ ให้นำมาตรา ๖๓ มาตรา ๖๔ และมาตรา ๖๕ มาใช้บังคับแก่การฟ้องคดีเกี่ยวกับข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทางเทคโนโลยีโดยอนุโลม"
"Section65/1.Section 63, section 64, and section 65 shall apply mutatis mutandis to the institution of cases relating to rights management information and technological protection measures."
มาตรา๑๑ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๗๐/๑ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ Section11.The following text shall be inserted in the Copyright Act, 2537 BE, as its section 70/1:
"มาตรา ๗๐/๑ ผู้ใดกระทำการละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิตามมาตรา ๕๓/๑ หรือมาตรา ๕๓/๒ หรือละเมิดมาตรการทางเทคโนโลยีตามมาตรา ๕๓/๔ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท
"Section70/1.Anyone who commits an infringement of [any] rights management information according to section 53/1 or section 53/2 or an infringement of a technological protection measure according to section 53/4 incurs a penalty of fine from ten thousand baht to one hundred thousand baht.
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำเพื่อการค้า ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงสองปี หรือปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"
If the offence under paragraph 1 is committed for a commercial purpose, the offender incurs a penalty of imprisonment from three months to two years, or fine from fifty thousand baht to four hundred thousand baht, or both such imprisonment and fine."
มาตรา๑๒ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗๕ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section12.The text of section 75 of the Copyright Act, 2537 BE, shall be repealed and replaced by the following text:
"มาตรา ๗๕ บรรดาสิ่งที่ได้ทำขึ้นหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักร อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง และสิ่งที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ริบเสียทั้งสิ้น หรือในกรณีที่ศาลเห็นสมควร ศาลอาจสั่งให้ทำให้สิ่งนั้นใช้ไม่ได้ หรือจะสั่งทำลายสิ่งนั้นก็ได้ โดยให้ผู้กระทำละเมิดเสียค่าใช้จ่ายในการนั้น"
"Section75.The things which have been made or brought into the Kingdom in a manner infringing a copyright or performer's right and the things which have been used in the commission of an offence under this Act shall all be confiscated, or in the event that the court deems it appropriate, the court may order that they be rendered useless or may order that they be destroyed, for which the expense shall be borne by the infringer."
มาตรา๑๓ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗๗ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน Section13.The text of section 77 of the Copyright Act, 2537 BE, shall be repealed and replaced by the following text:
"มาตรา ๗๗ ความผิดตามมาตรา ๖๙ วรรคหนึ่ง มาตรา ๗๐ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗๐/๑ วรรคหนึ่ง ให้อธิบดีมีอำนาจเปรียบเทียบได้"
"Section77.The Director-General shall have the power to settle the offences under section 69, paragraph 1, section 70, paragraph 1, and section 70/1, paragraph 1."
มาตรา๑๔บรรดาคดีละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงที่มีการฟ้องคดีอาญาไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังไม่ถึงที่สุด ให้นำมาตรา ๗๕ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาใช้บังคับกับสิ่งที่ได้ทำขึ้นหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง Section14.In all cases of infringement of copyright or performers' rights for which criminal charges have been entered prior to the date of coming into force of this Act and which are not yet final, section 75 of the Copyright Act, 2537 BE, which has been amended by this Act, shall apply to the things which have been made or brought into the Kingdom in a manner infringing copyright or performers' rights.
มาตรา๑๕ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ Section15.The Minister of Commerce shall be in charge of this Act.
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
Countersignatory:
General Prayut Chan-o-cha
Prime Minister

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันมีการนำข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทางเทคโนโลยีมาใช้ในการคุ้มครองงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง สมควรกำหนดให้มีการคุ้มครองข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทางเทคโนโลยี รวมทั้งกำหนดข้อยกเว้นการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์และสิทธิของนักแสดงเพิ่มขึ้น อีกทั้งสมควรกำหนดให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้กระทำละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงที่ทำให้งานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงเข้าถึงโดยสาธารณชนได้อย่างแพร่หลายต้องจ่ายค่าเสียหายเพิ่มขึ้น และสมควรกำหนดให้ศาลมีอำนาจสั่งริบหรือสั่งทำลายสิ่งที่ใช้ในการกระทำความผิดและสิ่งที่ได้ทำขึ้นหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงได้ด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ Note: The grounds for promulgation of this Act are as follows: It is appropriate to establish protection for rights management information and technological protection measures, since rights management information and technological protection measures have nowadays been used in protecting works which are subject to copyright or performers' rights. Also, it is appropriate to establish additional exceptions to infringement of copyright or performers' rights, as well as to empower the courts to order infringers of copyright or performers' rights to pay additional damages for works subject to copyright or performers' rights which have been made accessible by the public on a wide scale and to empower the courts to order confiscating or destroying things used in the commission of offences and things made or brought in to the Kingdom in a manner infringing copyright or performers' rights. It is therefore necessary to enact this Act.

Notes[edit]

  1. Literally, "technological measure".
  2. 2.0 2.1 Disposing or allotting of, as by gift or sale. Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2013) defines the Thai word chamnai (จำหน่าย) as "to sell, to allot, to give, to exchange, to assign; to remove, to take out".
  3. The wording of the Thai text is extremely hard for a human being, even a native Thai, to understand. It literally translates: "The conduct [of any act] to a work which has copyright, which has been made or acquired lawfully[,] in a computer system[,] which has a characteristic of reproduction[,] which is needed to have for the bringing of a copy to use, in order that a device which is used in the computer system or the process of sending a copyrighted work through the computer system can operate ordinarily". Issues about the problematic wording in the bill of this Act were raised amongst the National Legislative Assembly at the first reading on 16 October 2014 (Samnak-ngan Lekhathikan Wutthisapha, 2014a, pp. 133–134), yet the bill was passed at the third reading on 27 November 2014 without any amendment (Samnak-ngan Lekhathikan Wutthisapha, 2014b, pp. 123–124).
  4. Samnak-ngan Ratchabandittayasapha (2013) defines ra-ngap (ระงับ) as "to abate, to pacify".

Bibliography[edit]

Original
References
Copyright.svg PD-icon.svg This work is a translation and has a separate copyright status to the applicable copyright protections of the original content.
Original:

This work is in the public domain worldwide because it originated in Thailand and is a work under section 7(2) of Thailand's Copyright Act, 2537 BE (1994) (WIPO translation), which provides:

"7. The following shall not be deemed copyright works under this Act:
(1)news of the day and facts having the character of mere information, not being works in the literary, scientific or artistic fields;
(2)the constitution and legislation;
(3)regulations, bylaws, notifications, orders, explanations and official correspondence of the Ministries, Departments or any other government or local units;
(4)judicial decisions, orders, decisions and official reports;
(5)translations and collections of the materials referred to in items (1) to (4), made by the Ministries, Departments or any other government or local units."
Translation:

I, the copyright holder of this work, hereby release it into the public domain. This applies worldwide.
In case this is not legally possible:
I grant anyone the right to use this work for any purpose, without any conditions, unless such conditions are required by law.